บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของประเทศจีน ได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยการเทเม็ดเงินรวมกันมากกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.41 ล้านล้านบาท) เพื่อสั่งซื้อชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์รุ่นที่ผ่านเกณฑ์อนุญาตส่งออกของสหรัฐฯ จาก Nvidia เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 ตามรายงานของสถาบันวิจัยการค้า ทว่าจากข้อจำกัดขั้นรุนแรงในห่วงโซ่อุปทานการผลิต ส่งผลให้ Nvidia สามารถจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อดังกล่าวได้ เพียงแค่ 1% เท่านั้น
ชิปเวิร์กสเตชัน RTX Pro 5500 ถูกสั่งซื้อถล่มทลาย
ภายใต้มาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน เช่น ByteDance, Tencent และ Alibaba ไม่สามารถสั่งซื้อชิปเซิร์ฟเวอร์ AI ตัวท็อปอย่างตระกูล B200 หรือ B300 ได้ จึงหันมากว้านซื้อชิปการ์ดจอสำหรับเวิร์กสเตชันรุ่นที่ผ่านเกณฑ์อย่าง Nvidia RTX Pro 5500 เพื่อนำไปต่อพ่วงเชื่อมกันเป็นคลัสเตอร์ประมวลผลขนาดใหญ่แทน ส่งผลให้เกิดคำสั่งซื้อก้อนโตระดับ 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งสะสมพลังคำนวณ AI ในประเทศ
คอขวดสายผลิต: ทั่วโลกแย่งชิป ส่งมอบได้แค่หยิบมือ
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ปัญหาการจัดสรรเวเฟอร์และแพ็กเกจจิ้งขั้นสูงของ TSMC ที่ตึงตัวอย่างหนัก ประกอบกับนโยบายของสหรัฐฯ ที่คอยจับตาการส่งมอบสินค้าไปยังจีนอย่างใกล้ชิด ทำให้ Nvidia สามารถส่งมอบการ์ดจอตามสัญญานี้ได้เพียงประมาณ 1% ของคำสั่งซื้อทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าเพียงไม่กี่ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการโมเดล AI ในแดนมังกร และทำให้ตลาดมืดการลักลอบนำเข้าชิปยิ่งเฟื่องฟูขึ้น
ผลกระทบและสิ่งที่ต้องติดตาม
ความล้มเหลวในการจัดหาชิปให้ทันตามดีมานด์จะบีบให้บริษัทเทคโนโลยีในจีนต้องหันไปเร่งการพัฒนาและใช้งานชิป AI ภายในประเทศ เช่น ชิป Ascend ของ Huawei ให้เร็วยิ่งขึ้น สิ่งที่ต้องติดตามคือความเข้มงวดของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ต่อการออกเกณฑ์ควบคุมชิปเวิร์กสเตชันเพิ่มเติม








