คลิปวิดีโอหลุด จากเครือข่ายสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2026 ได้เปิดเบื้องหลังวิกฤตการ์ดจอขาดตลาดระดับโลก เมื่อพบว่าโรงงานดัดแปลงขนาดใหญ่ในประเทศจีนได้กว้านซื้อการ์ดจอเกมมิ่งเรือธง Nvidia GeForce RTX 5090 ทั้งรุ่น Founders Edition ของ Nvidia และรุ่นค่ายพันธมิตรหลายพันตัว มาเข้าสู่สายพานการผลิตเพื่อถอดชิ้นส่วนชิปประมวลผลและหน่วยความจำ ไปบัดกรีลงบนแผงวงจรเซิร์ฟเวอร์แบบพัดลมก้นหอย (Blower) สำหรับป้อนให้กับศูนย์ข้อมูลประมวลผล AI
ถอดชิป GB202 และแรม GDDR7 ย้ายลงบอร์ดคู่ 2-Slot สำหรับเซิร์ฟเวอร์
วิดีโอความยาวหลายนาทีเผยให้เห็นสายพานการผลิตระดับอุตสาหกรรมในจีน ซึ่งมีกล่องและตัวการ์ดจอ RTX 5090 ของแท้ใหม่เอี่ยมกองอยู่เต็มโต๊ะปฏิบัติงาน ช่างเทคนิคที่มีความชำนาญจะใช้เครื่องเป่าลมร้อนถอดชิป GPU ซิลิคอนรหัส GB202 และเม็ดแรม GDDR7 ออกจากบอร์ดเดิม จากนั้นนำไปประกอบลงบนแผงวงจร Custom PCB ใหม่ที่ใช้ระบบระบายความร้อนแบบพัดลมโบลเวอร์หนา 2 สล็อต (2-Slot Blower Cooler) เพื่อให้สามารถติดตั้งเรียงกันอย่างหนาแน่นในแร็กเซิร์ฟเวอร์ 4U ได้โดยที่ลมร้อนจะถูกเป่าระบายออกทางด้านหลังเคสโดยตรง
ตอกย้ำเหตุผลที่สินค้าเกลี้ยงชั้นวางและราคาพุ่งแตะ 3 แสนบาท
การกว้านซื้อการ์ดจอเพื่อนำไปดัดแปลงนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การ์ดจอ RTX 5090 หายสาบสูญไปจากหน้าร้านค้าปลีกในสหรัฐฯ และยุโรป โดยตัวแทนคนกลางในตลาดมืดพร้อมจ่ายเงินไม่อั้นเพื่อนำชิปไปรองรับโมเดล AI ในจีน ซึ่งทำให้ราคาขายปลีกของ RTX 5090 ในปัจจุบันพุ่งสูงแตะ 8,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 293,000 บาท) จนเกิดปรากฏการณ์ประหลาดที่คอมพิวเตอร์เกมมิ่งประกอบสำเร็จ (Prebuilt PC) ที่ใส่การ์ดจอรุ่นนี้มีราคาถูกกว่าการหาซื้อการ์ดจอแยกใบเดี่ยว
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าความต้องการชิป AI ในจีนรุนแรงจนบีบให้ภาคธุรกิจต้องนำการ์ดจอเล่นเกมมาดัดแปลงแทนชิปศูนย์ข้อมูลที่ถูกสั่งแบน สิ่งที่ต้องจับตาคือมาตรการปิดกั้นช่องทางการนำเข้าการ์ดจอเกมมิ่งระดับไฮเอนด์ของรัฐบาลสหรัฐฯ และผลกระทบต่อสต็อกการ์ดจอเกมเมอร์ในช่วงปลายปี
ติดตามรายงานและคลิปวิดีโอได้จาก Tom’s Hardware












