Sony WH-CH730N หูฟังไร้สายแบบครอบหูรุ่นใหม่ที่เน้นความเบาสบาย ด้วยน้ำหนักเพียง 207 กรัม พร้อมสีสันน่ารัก การออกแบบเรียบง่าย ดูไปได้ทุกงานและแนวการแต่งตัว
มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Dual Noise Sensor แบตเตอรี่อึด ชาร์จทีเดียวใช้งานได้นานสูงสุด 50 ชั่วโมงแม้จะเปิด ANC รองรับการชาร์จเร็วด้วย นอกจากนี้ยังปรับแต่งเสียงได้ผ่านแอป Sony Sound Connect ตัวแอปมีลงให้ทั้ง Android และ iOS รวมถึงโหมด Background Music สำหรับคนอยากใส่ฟังเพลงสบายๆ เหมือนนั่งอยู่ในร้านกาแฟ และระบบ Adaptive Sound Control ที่ช่วยปรับการทำงานของหูฟังให้เหมาะกับสถานการณ์ในขณะนั้นได้เองให้เราแบบเรียลไทม์
ตัวหูฟังยังรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ 2 เครื่องพร้อมกัน มีระบบช่วยให้เสียงสนทนาชัดเจนขึ้น รองรับ Bluetooth 6.0 และเชื่อมต่อผ่านสายแจ็ค 3.5 มม. ได้ด้วย
Sony WH-CH730N วางจำหน่ายในราคา 5,490 บาท ยังไม่นับรวมโปรโมชั่น มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ Black, Blue, Beige, Off-white และ Pink ซึ่งเป็นสีที่เห็นในรีวิวนี้ สีน่ารักมากกก
มาดูกันว่าหูฟังรุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจ และตอบโจทย์การใช้งานจริงได้มากแค่ไหนครับ
ในบทความนี้
ดีไซน์และการสวมใส่ เบา สบาย คล้องคอไว้ยังแทบไม่รู้สึก
จุดแรกที่สัมผัสได้จาก Sony WH-CH730N คือความเบาของตัวเครื่องครับ ด้วยน้ำหนักเพียง 207 กรัม ทำให้สวมใส่ได้สบาย งานออกแบบดูเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ยังคงความเป็นหูฟัง Full-size หรือหูฟังครอบหูที่ปิดใบหูได้เต็มรูปแบบ ตัว Earcup และแผ่นรองศีรษะมีความนุ่ม ช่วยให้สวมใส่ต่อเนื่องได้นานโดยไม่รู้สึกเจ็บหูจากการใช้งานตามปกติ
ตัวก้านด้านในเป็นโครงโลหะ น้ำหนักเบา ขนาดไม่ใหญ่ สามารถพับเก็บได้ พกพาง่าย
แม้แต่ตอนคล้องคอไว้ก็แทบไม่รู้สึกถึงน้ำหนัก
อีกอย่างที่น่าสนใจคือ แม้ยังไม่ได้เปิดระบบตัดเสียงรบกวน ANC ตัวฟองน้ำที่ครอบหูก็ช่วยลดเสียงจากภายนอกได้พอสมควร ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงตั้งแต่เริ่มสวม เหมาะกับการฟังเพลง ทำงาน หรือดูคอนเทนต์ในชีวิตประจำวัน
ด้านการควบคุม Sony จัดปุ่มต่าง ๆ มาให้ใช้งานได้จากตัวหูฟังโดยตรง ไม่จำเป็นต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทุกครั้ง โดยฝั่งซ้ายมีปุ่ม Power สำหรับเปิดและปิดเครื่อง กดค้างเพื่อเปิดการเชื่อมต่อบลูทูธ และกดเบาๆ เพียงหนึ่งครั้งสำหรับการฟังสถานะแบตเตอรี่คงเหลือของหูฟัง
ส่วนฝั่งขวาเป็นปุ่ม Play/Pause สำหรับควบคุมการเล่นเพลง ปุ่มเพิ่มและลดเสียง รวมถึงปุ่มสลับโหมด ANC และ Ambient Sound ซึ่งช่วยให้รับฟังเสียงรอบข้างได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก เหมาะกับเวลาต้องการฟังเสียงประกาศหรือพูดคุยกับคนใกล้ตัว
เจ้าปุ่มสลับโหมด ANC เนี่ย เราสามารถตั้งค่าให้เป็นปุ่มเรียกใช้งานแอปฟังเพลงแบบด่วนๆ ได้ด้วยนะ ที่สำคัญตั้งไว้เรียกได้ 2 แอป! เช่น กดสองครั้งเรียกใช้ Spotify กดสามครั้งเรียกใช้ Youtube Music เป็นต้น (รองรับ Apple Music กับ Endel ด้วยเช่นกัน) ไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อเลือกแพลตฟอร์มก่อนเลยด้วยซ้ำ เก่งมาก
ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมีทั้ง USB Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ และช่องหูฟัง 3.5 มม. สำหรับใช้งานแบบมีสาย โดยภายในกล่องมีสาย 3.5 มม. ความยาวประมาณ 1.2 เมตรมาให้ด้วย จึงมีทางเลือกในการฟังเพลงมากกว่าการเชื่อมต่อ Bluetooth เพียงอย่างเดียว
การเชื่อมต่อและการปรับแต่ง เปลี่ยนได้ตามสไตล์ตัวเองผ่าน Sound Connect
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Sony WH-CH730N คือการปรับแต่งผ่านแอป Sony Sound Connect (รองรับทั้ง Andoid และ iOS) แม้ Sony WH-CH730N จะสามารถใช้งานกับอุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่อหูฟังบลูทูธได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ PC, Notebook หรือเครื่องเล่นเพลงและเครื่องเกมต่างๆ แต่การเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟน ก็จะทำให้เราเข้าถึงตัวเลือกที่มีให้เล่นค่อนข้างเยอะ
ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมระบบตัดเสียงรบกวน ANC การเปิด Ambient Sound เพื่อรับฟังเสียงรอบข้าง ที่เราสามารถกำหนดได้ละเอียดว่าต้องการให้เปิดรับเสียงรอบข้างเข้าหูเราได้มากขนาดไหน รวมถึงการเปิดปิดฟิลเตอร์ Voice passthrough ซึ่งเป็นระบบกรองเสียงพูดของคนรอบข้างให้ยังได้ยินชัดเจนโดยไม่ต้องถอดหูฟังออก
หรือการเปิดใช้ Adaptive Sound Control ตัวนี้เป็นระบบที่ Sony พัฒนาใช้มานานแล้ว จะเป็นระบบที่ช่วยปรับการทำงานของหูฟังให้เหมาะกับพฤติกรรมและสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ เช่นเมื่อตรวจพบว่าเรานั่งฟังเพลงก็จะเปิดโหมด ANC แต่เมื่อเราขยับตัวเดินไปเดินมา พร้อมเดินออกไปที่สาธารณะ ตัวหูฟังก็จะเปิดรับเสียงรอบข้างให่้เราได้เองทันทีเพื่อความปลอดภัย และเราไม่ต้องมานั่งกดสลับโหมดเองแต่อย่างใดครับ
ในส่วนของคุณภาพเสียง มี Equalizer ให้ปรับได้ถึง 10 แบนด์ เลือกปรับย่านความถี่ต่าง ๆ ได้ตามความชอบ หรือจะใช้โปรไฟล์เสียงสำเร็จรูปที่มีมาให้ 6 รูปแบบก็ได้เช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Find Your Equalizer ที่ช่วยค้นหาสมดุลเสียงที่เหมาะกับตัวเอง เหมาะกับคนที่ชอบปรับเสียงให้เข้ากับแนวเพลงที่ฟังเป็นประจำ
สำหรับใครที่อยากลองฟังเพลงในบรรยากาศที่แตกต่าง ยังมี Listening Mode ชื่อ Background Music ซึ่งปรับลักษณะเสียงให้คล้ายกับการเปิดเพลงคลออยู่ในคาเฟ่ หรือเลือกบรรยากาศได้ทั้ง My Room, Living Room และ Cafe สำหรับคนชอบฟังเพลงที่ไม่บีบรัดหรือใกล้ชิดแหล่งเสียงมากนัก ตัวหูฟังจะจำลองเสียงให้เหมือนแหล่งเสียงตามบรรยากาศและอยู่ไกลตัวมากขึ้น ตามแบบที่เราเลือกใช้ครับ
ด้านการเชื่อมต่อ ตัวหูฟังรองรับ Bluetooth 6.0 และ Multipoint Connection สำหรับใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ 2 เครื่องพร้อมกัน เช่น สมาร์ตโฟนกับโน้ตบุ๊ก หรือสมาร์ตโฟนด้วยกันเอง ตัวหูฟังจะสลับการเชื่อมต่อได้โดยอัตโนมัติตามแหล่งเสียงที่ส่งมาจากทั้งสองอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ได้เองเลยครับ
อีกเรื่องที่ชอบคือ WH-CH730N ไม่ได้บังคับให้ใช้งานแบบไร้สายอย่างเดียว เพราะยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. ให้เลือกใช้เมื่อจำเป็นด้วย อุปกรณ์ที่ไม่รองรับบลูทูธก็ยังนำหูฟังตัวนี้ไปใช้งานด้วยได้ ภาพรวมจึงเป็นหูฟังที่ให้ทั้งความสะดวกในการเชื่อมต่อและตัวเลือกปรับแต่งเสียงค่อนข้างครบ เหมาะกับคนที่อยากได้เสียงในแบบของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งแอปอื่นเพิ่มเติมสำหรับการตั้งค่าหลัก ๆ ทำได้ครบบนตัวมันเองเลยครับ
คุณภาพเสียงชัด เสียงแน่นแต่นุ่ม พร้อมไมโครโฟนที่ไว้ใจได้
Sony WH-CH730N มาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 30 มม. รองรับการตอบสนองความถี่ 6Hz–20,000Hz และรองรับ Codec เสียงผ่าน Bluetooth ทั้ง SBC, AAC และ LC3
สำหรับ AAC ใช้กันในสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่เป็นพื้นฐานเลยครับ ให้คุณภาพเสียงที่ดี เป็นรูปแบบการบีบอัดเสียงที่ช่วยให้ส่งสัญญาณเสียงผ่าน Bluetooth ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณภาพของเสียงโดยรวม แน่นอนว่ามีพลังพอสมควรด้วยความที่เป็นหูฟังฟลูโซส์ ไดรเวอร์ใหญ่ 30 มม. ฟังเพลงได้เต็มอารมณ์ ให้ความแน่นของเสียง ออกแนวนุ่ม มีน้ำหนัก แต่ไม่ได้ดุดัน แนวขับเสียงกระแทกหู รุ่นนี้ฟังเพลิน สบาย ฟังไปทำงานไป ให้สมาธิอยู่กับเพลงกับตัวเรา เน้นการใส่สบายฟังได้นานๆ ใครมองหาอารมณ์นี้ ถูกใจแน่ๆ ครับ
และแน่นอนว่ารองรับ DSEE (Digital Sound Enhancement Engine) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ Sony เอง ที่ช่วยฟื้นฟูรายละเอียดเสียงบางส่วนที่สูญเสียไปจากการบีบอัดไฟล์เพลง เพื่อให้การฟังเพลงมีรายละเอียดมากขึ้น โดยเราสามารถเปิดใช้งานผ่านแอป Sound Connect ได้ในโหมดการฟังที่รองรับ
และด้วยตัวหูฟังใช้ Bluetooth 6.0 และมีตัวเลือก Low Latency (LE Audio) สำหรับลดความหน่วงของเสียง สำหรับคนที่ต้องการนำไปเล่นเกมด้วย ก็จะทำให้เสียงสอดคล้องกับภาพมากขึ้น โดยเราสามารถกำหนดเลือกได้ว่า ต้องการสัญญาณที่เน้นคุณภาพเสียง, เน้นความเสถียร หรือเน้นความหน่วงให้ต่ำที่สุด กำหนดได้เองในการตั้งค่า Bluetooth Connection Quality ครับ
อีกจุดที่ประทับใจจากการทดลองใช้งานคือคุณภาพไมโครโฟนครับ จากที่ลองโทรศัพท์ในพื้นที่สาธารณะที่มีเสียงรบกวน พบว่าเสียงพูดคุยยังได้ยินชัดเจนทั้งฝั่งที่ใช้หูฟังและฝั่งปลายสาย ซึ่งมีฟีเจอร์ Precise Voice Pickup ที่ใช้การจัดวางไมโครโฟนร่วมกับเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนด้วย AI เพื่อช่วยให้เสียงพูดชัดขึ้นด้วย
โดยรวม WH-CH730N ไม่ได้มีแค่ฟังก์ชันสำหรับฟังเพลงเท่านั้น แต่ยังรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการดูวิดีโอ เล่นเกม และโทรศัพท์ เหมาะกับคนที่ต้องการหูฟังไร้สายตัวเดียวไว้ใช้งานได้ตลอดวัน
แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้นานสูงสุด 50 ชั่วโมง แม้เปิด ANC
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Sony WH-CH730N คือแบตเตอรี่ที่อึดพอตัว ชาร์จหนเดียวไปเที่ยวต่างจังหวัดได้ข้ามวัน แม้จะเปิดฟังเพลงตลอดทริปการเดินทาง แบตก็ไม่หมดแน่นอนครับ
จากที่ทดสอบใช้ฟังเพลงต่อเนื่องรวมกันได้ประมาณ 20 ชั่วโมง แบตก็ยังเหลืออยู่มากกว่า 30% แม้ผมจะเปิดระบบตัดเสียงรบกวน ANC เอาไว้ตลอดเวลา ถ้าคิดเป็นคร่าวๆ ผมว่ามันสามารถเปิดฟังเพลงได้นาน 40 – 50 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยครับกว่าแบตเตอรี่จะดับไปเลยจริงๆ
ด้านการชาร์จใช้พอร์ต USB Type-C ไม่มีสายและหัวชาร์จแถมมาให้ภายในกล่่องนะ ใช้เวลาชาร์จเต็มประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ด้วยความที่แบตเตอรี่มันใช้งานได้นาน ถ้าเรารีบๆ ก็แวะชาร์จสัก 10 นาที ก็นำไปฟังเพลงต่อได้ประมาณกว่า 4 ชั่วโมงแล้วครับ เหมาะกับคนที่ต้องเดินทางหรือมีเวลาชาร์จจำกัด
สรุป Sony WH-CH730N หูฟังเบาสบาย ฟีเจอร์ครบ ในราคาวัยรุ่น
หลังจากทดลองใช้งาน Sony WH-CH730N จุดที่รู้สึกได้ชัดเจนคือความเบาและความสบายในการสวมใส่ น้ำหนักเพียง 207 กรัม ทำให้คล้องคอหรือใส่ฟังเพลงต่อเนื่องได้โดยไม่รู้สึกหนักจนเกินไป ตัวฟองน้ำ Earcup และแผ่นรองศีรษะก็นุ่ม ขณะที่การออกแบบให้พับเก็บได้และเป็นหูฟังทื่ยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. และปุ่มควบคุมบนตัวเองครบ ก็เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ดีด้วย
ด้านฟีเจอร์ถือว่าให้มาค่อนข้างครบ ทั้งระบบตัดเสียงรบกวน ANC โหมด Ambient Sound สำหรับรับฟังเสียงภายนอก การปรับแต่งเสียงผ่านแอป Sound Connect รวมถึง Equalizer แบบ 10 แบนด์ที่เปิดโอกาสให้ปรับเสียงได้ตามความชอบ คุณภาพเสียงดี นุ่ม และ แน่น เสียงสนทนาชัดเจนทั้งฝั่งผู้ใช้หูฟังและปลายสาย นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังใช้งานได้นาน
ก็เป็นหูฟังใช้งาน พกง่าย เชื่อมต่อได้ง่ายกับอุปกรณ์ทุกตัว และเปิดจำหน่ายในราคาที่ไม่แรงเกินไป
Sony WH-CH730N วางจำหน่ายในราคา 5,490 บาท มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ Black, Blue, Beige, Off-white และ Pink เปิดจำหน่ายผ่าน Sony Store ทุกสาขา และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายโซนี่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลโซนี่ LINE: @SonyThai หรือโทร. 0-2715-6100 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.sony.co.th






































