Valve เริ่มเปิดทดสอบระบบ Achievement Sets บน Steam ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการติดตามความสำเร็จภายในเกม โดยเปิดให้ผู้พัฒนาจัดกลุ่ม Achievement ตามประเภทของเนื้อหา ช่วยให้ผู้เล่นตรวจสอบความคืบหน้าได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเกมที่มีการอัปเดตเนื้อหาใหม่หรือเพิ่ม DLC อย่างต่อเนื่อง
ระบบใหม่นี้ช่วยแก้ปัญหาที่ผู้เล่นหลายคนเคยพบ เมื่อเกมเพิ่ม Achievement จาก DLC หรืออัปเดตใหม่หลังจากเก็บความสำเร็จครบ 100% ไปแล้ว สถานะการเล่นจนจบทุก Achievement อาจเปลี่ยนกลับเป็นไม่สมบูรณ์ แต่ Achievement Sets จะช่วยแยกความสำเร็จออกเป็นชุด ทำให้ผู้เล่นยังรักษาสถานะการเก็บครบในชุดเดิมได้ แม้ภายหลังจะมีการเพิ่มเนื้อหาใหม่เข้ามา
ผู้พัฒนาสามารถกำหนดหมวดหมู่ได้ตามรูปแบบของเกม เช่น แยก Achievement ของโหมดผู้เล่นคนเดียวออกจากโหมด Multiplayer หรือจัดกลุ่มตามคลาสตัวละคร แต่ละชุดจะมีแถบแสดงความคืบหน้าของตัวเอง และเมื่อผู้เล่นปลดล็อก Achievement ครบทุกอย่างในชุด ก็จะได้รับเครื่องหมายแสดงการทำชุดนั้นสำเร็จบนโปรไฟล์ Steam
นอกจากนี้ Achievement Sets ยังแบ่งออกเป็นชุดของเกมหลักและชุดของ DLC โดย Achievement ของเกมหลักจะแสดงแยกจากความสำเร็จที่ต้องซื้อเนื้อหาเพิ่มเติม ส่วน Achievement ของ DLC จะไม่นับรวมในความคืบหน้าโดยรวมของเกมจนกว่าผู้เล่นจะมีเนื้อหาส่วนนั้น ช่วยให้ผู้เล่นที่ซื้อเฉพาะเกมหลักยังสามารถเก็บ Achievement ของเกมได้ครบตามเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องซื้อ DLC เพิ่มเติม
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาคือการเก็บ Achievement ที่มีระยะเวลาจำกัดไว้ในระบบถาวร ผู้พัฒนาสามารถเก็บซ่อน Achievement หรือชุดความสำเร็จที่หมดช่วงเวลาแล้วได้ โดยผู้เล่นที่เคยปลดล็อกจะยังเห็นความสำเร็จดังกล่าวบนโปรไฟล์ ขณะที่ผู้เล่นที่พลาดกิจกรรมนั้นจะไม่ถูกนับว่าขาด Achievement ที่ไม่สามารถปลดล็อกได้อีกต่อไป ทำให้การเก็บความสำเร็จครบชุดไม่ถูกขัดขวางจากกิจกรรมตามฤดูกาลหรืออีเวนต์ที่สิ้นสุดไปแล้ว
Valve ยังปรับหน้ารายละเอียด Achievement ใหม่ โดยผู้เล่นสามารถตรวจสอบความคืบหน้าโดยรวม ดูรายละเอียดแต่ละชุด ค้นหา Achievement ที่ปลดล็อกแล้วหรือยังไม่ปลดล็อก และเปรียบเทียบความสำเร็จกับเพื่อนได้สูงสุด 3 คน พร้อมเปลี่ยนชื่อหมวด Perfect Games เป็น Completed และปรับส่วนแสดงผลงาน Completionist Showcase ให้รองรับเกมที่เก็บ Achievement Sets ครบแล้ว
ปัจจุบัน Achievement Sets เปิดให้ทดลองใช้งานผ่าน Steam Client Beta ทั้งสำหรับผู้เล่นและผู้พัฒนาเกม โดยมีเกมที่รองรับในช่วงแรก เช่น Portal 2, Left 4 Dead 2, Euro Truck Simulator 2, Forza Horizon 5 และ Crusader Kings III ทั้งนี้ เกมแต่ละเกมต้องได้รับการปรับระบบจากผู้พัฒนาก่อน จึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่นี้ได้
แหล่งที่มา : Instant Gaming News









