แฟรนไชส์ Age of Empires อาจได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของ Xbox หลัง Microsoft ประกาศเลิกจ้างพนักงานในหลายส่วนของธุรกิจเกม รวมถึงการปรับสถานะของ World’s Edge ทีมงานที่รับผิดชอบดูแลแฟรนไชส์ Age of Empires โดยมีรายงานว่า 2 โปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับซีรีส์ถูกพักการพัฒนา
การปรับโครงสร้างดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา โดย Microsoft ประกาศเลิกจ้างพนักงานใน Xbox จำนวน 268 ตำแหน่ง พร้อมปรับโครงสร้างการดูแลสตูดิโอหลายแห่ง โดย World’s Edge ซึ่งเป็นทีมที่ดูแล Age of Empires ถูกย้ายจาก Xbox Game Studios ไปอยู่ภายใต้การดูแลของ Activision เช่นเดียวกับ Rare และแฟรนไชส์อื่น ๆ ที่ได้รับการปรับโครงสร้าง
ผลกระทบดังกล่าวเกิดขึ้นกับ World’s Edge โดยตรง Adam Isgreen ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของทีมยืนยันว่าเขาเป็นหนึ่งในพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง และมีรายงานว่าพนักงานของ World’s Edge ถูกลดลงเกือบครึ่งทีม ขณะที่ Andrew Martz วิศวกรซอฟต์แวร์อาวุโสของทีมก็ยืนยันว่าเขาถูกเลิกจ้างเช่นกัน พร้อมระบุว่าโปรเจกต์ถัดไปของทีมถูกยกเลิกหลังการปรับโครงสร้าง
World’s Edge มีหน้าที่หลักในการดูแลทิศทางของแฟรนไชส์ Age of Empires และทำงานร่วมกับสตูดิโอภายนอกในการพัฒนาเกม โดยที่ผ่านมา Forgotten Empires มีส่วนสำคัญกับ Age of Empires II: Definitive Edition ขณะที่ Relic Entertainment รับผิดชอบการพัฒนา Age of Empires IV และ Forgotten Empires กับ Tantalus Media ร่วมกันพัฒนา Age of Mythology: Retold
ก่อนเกิดการปรับโครงสร้าง Microsoft ยังมีแผนคอนเทนต์สำหรับ Age of Empires ต่อเนื่องในปี 2026 โดยมีทั้งส่วนขยาย Raiders of the North ของ Age of Empires IV รวมถึงการอัปเดตและคอนเทนต์ใหม่ของเกมอื่นในแฟรนไชส์ ซึ่งเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Age of Empires ระบุว่าแฟรนไชส์มีผู้เล่นรวมมากกว่า 75 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดอย่างเป็นทางการว่า 2 โปรเจกต์ที่ได้รับผลกระทบคือเกมใดบ้าง และสถานะของแต่ละโปรเจกต์จะเป็นการพักชั่วคราวหรือยกเลิกถาวร โดยข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้มาจากคำยืนยันของอดีตพนักงานและรายงานเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างของ Xbox ขณะที่ Age of Empires II: Definitive Edition ยังคงได้รับอัปเดตและคอนเทนต์ใหม่ตามปกติในเดือนกันยายน 2026
แหล่งที่มา : Instant Gaming News








