vivo V80 กล้อง ZEISS 50MP
vivo V80 เป็นสมาร์ตโฟนที่เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพบุคคลเป็นพิเศษ และต้องการกล้องที่ให้อิสระในการสร้างสรรค์ภาพได้มากกว่าการกดชัตเตอร์แล้วจบ เพราะจุดเด่นไม่ได้มีแค่กล้อง ZEISS ความละเอียด 50MP แต่ยังรวมถึงกล้องเทเลโฟโต้ที่ซูมแบบออปติคอลได้ 3 เท่า รองรับ Hyper Zoom สูงสุด 100 เท่า พร้อมระยะถ่ายพอร์ตเทรตให้เลือกหลายระยะ และเอฟเฟกต์ละลายฉากหลังที่ปรับแต่งได้หลากหลาย ยิ่งเมื่อรวมกับ AI Creative ที่มีลูกเล่นมากกว่า 30 รูปแบบ ก็ช่วยให้การถ่ายภาพมีความสนุกและเปิดโอกาสให้สร้างภาพในสไตล์ที่แตกต่างได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะการแต่งภาพมาก่อน
นอกเหนือจากกล้องแล้ว vivo V80 ยังเป็นสมาร์ตโฟนที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานรอบด้าน ตัวเครื่องมีดีไซน์สวย งานประกอบประณีต สีสันตัวเครื่องที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ให้หน้าจอ OLED คุณภาพสูง ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7200mAh พร้อมชาร์จไว 90W FlashCharge
ขณะที่ชิป Snapdragon 7 Gen 4 ก็รองรับการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล ส่วน OriginOS 7 ยังมีลูกเล่นปรับแต่งหน้าจอ ฟีเจอร์ AI และความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Apple ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวันได้เยอะมากทีเดียว
โดยรวมแล้ว vivo V80 เป็นสมาร์ตโฟนที่มีบุคลิกชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่ให้ทั้งคุณภาพและความสนุกในการสร้างสรรค์ภาพ พร้อมแบตเตอรี่ที่อึดเกินคาดเมื่อเทียบกับความบางของตัวเครื่อง หากคุณเป็นคนที่ชอบถ่ายรูป ถ่ายคอนเสิร์ต ถ่ายภาพตัวเองหรือเพื่อน ชอบเล่นกับเอฟเฟกต์ภาพ และต้องการสมาร์ตโฟนที่ใช้งานได้ครบเครื่องในแต่ละวัน รุ่นนี้ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
การใช้งานรอบตัวทำได้ดี แถมมีการันตีอัปเดทแพทช์ให้นานถึง 6 ปี ใช้กันได้ยาวๆ อีกด้วย
The Good
- กล้อง ZEISS ความละเอียด 50MP ทั้งกล้องหลักและกล้องเทเลโฟโต้ พร้อมระบบกันสั่น OIS
- กล้องเทเลโฟโต้รองรับ Optical Zoom 3 เท่า และ Hyper Zoom สูงสุด 100 เท่า
- มีระยะถ่ายภาพพอร์ตเทรตให้เลือกหลายระยะ พร้อมเอฟเฟกต์โบเก้ ZEISS ที่ปรับแต่งได้หลากหลาย
- ฟีเจอร์ AI Creative มีเอฟเฟกต์สร้างสรรค์มากกว่า 30 รูปแบบ ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ภาพถ่าย
- กล้องหน้า 50MP มุมมองกว้าง พร้อมออโต้โฟกัส เหมาะกับการถ่ายเซลฟี่และภาพกลุ่ม
- หน้าจอ OLED ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz ให้ภาพคมชัด สีสันสด และการแสดงผลลื่นไหล
- แบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 7200mAh รองรับชาร์จไว 90W FlashCharge
- เครื่องบางเมื่อเทียบกับความจุแบตเตอรี่ พร้อมดีไซน์สวย สีสันแปลกใหม่ งานประกอบประณีต
- มาตรฐาน IP68/IP69
- OriginOS 7 มีฟีเจอร์ AI, ธีมหน้าจอหลากหลาย และรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Apple
The Bad
- ไม่รองรับการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วย microSD Card
- มีจำหน่ายในขนาด RAM 8GB เพียงขนาดเดียว
-
ความคุ้มค่าต่อราคา
-
ประสิทธิภาพ
-
วัสดุและการประกอบ
-
กล้องถ่ายรูป
-
ฟังก์ชันและประโยชน์ในการใช้งาน
vivo V80 สมาร์ตโฟนที่มาพร้อมสีสันและดีไซน์ใหม่ สวยสด การออกแบบลวดลายตัวเครื่องที่ไม่เหมือนใคร พร้อมกล้องถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่ช่วยให้ทุกคนดูโดดเด่น มาพร้อมกล้อง 50MP ZEISS Super Telephoto สำหรับถ่ายภาพระยะไกล รองรับออปติคอลซูม 3 เท่า และ Hyper Zoom สูงสุด 100 เท่า ถ่ายง่าย พร้อมฟีเจอร์ AI Creative ทำให้แต่ละช็อตที่กดถ่าย จะเหมือน “เสกช็อตแบบลูกรักของพระเจ้า” ทั้งเอฟเฟกต์ สีสัน ความเสมือนจริง เกินกว่าที่มือถือปกติจะทำได้ในแชะเดียวครับ ฟีเจอร์จัดมาให้แบบเยอะมากจริงๆ
นอกจากความสามารถด้านกล้อง vivo V80 ยังได้รับการออกแบบตัวเครื่องใหม่ด้วยโมดูลกล้องแบบ Floating ขอบเครื่องอะลูมิเนียม ขึ้นรูปฝาหลังชิ้นเดียว งานประกอบปราณีต พร้อมตัวเลือก 3 สี ที่สวยและมีสไตล์ทุกสี ภายในใส่สเปกมาลงตัวอย่างดี พร้อมแบตเตอรี่ใหญ่ BlueVolt ความจุ 7200mAh รองรับชาร์จไว 90W FlashCharge
ทั้งหมดนี้อยู่ใน vivo V80 โดยรีวิวนี้จะพาไปเจาะลึกว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง และประสบการณ์ใช้งานจริงเป็นอย่างไรครับ
ในบทความนี้
ดีไซน์สวย พรีเมียม งานประกอบเนี้ยบ จับถือกระชับมือ
vivo V80 มาพร้อมการออกแบบตัวเครื่องใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งความสวยงามและการจับถือ โดยเฉพาะโมดูลกล้องด้านหลังแบบ Floating ที่จัดวางเลนส์ในรูปทรงตัว L ภายในกรอบสี่เหลี่ยมมุมโค้ง ดีไซน์โดยรวมเน้นความเรียบง่ายแบบ Minimal แต่ยังมีรายละเอียดที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวเครื่อง ฝาหลังขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยี Cold-Carved จากชิ้นเดียว ให้พื้นผิวสัมผัสเนียนเรียบและดูต่อเนื่องไร้รอยต่อ ผสานกับขอบเครื่องอะลูมิเนียมที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม
จากการลองจับถือจริง สิ่งที่รู้สึกได้คือความแข็งแรงของตัวเครื่องและการออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียด งานประกอบทำออกมาได้เนี้ยบ ขอบเครื่องมีสีสอดคล้องกับตัวเครื่อง ช่วยให้ดีไซน์ดูกลมกลืน พื้นผิวสัมผัสเรียบเนียนมือ ขณะถือใช้งานไม่พบคราบมันจากการจับถือ
vivo V80 มีเข้ามาจำหน่ายในไทย 3 สี ซึ่งแต่ละสีมีบุคลิกต่างกัน
Starwish Purple (สีม่วงสตาร์วิช เพอร์เพิล) สีที่ดูเด่นเป็นพิเศษด้วยเทคนิคการผลิตฝาหลัง มีลูกเล่นลายสะท้อนประกายละอองดาวทอดยาวตั้งแต่ฝาหลังขึ้นไปถึงโมดูลกล้อง สวยแปลกตามาก มีประกาย บางมุมที่แสงเข้าสะท้อนลวดลาย จะยิ่งเห็นชัดมากเป็นพิเศษเลยครับ
Wander Green (สีเขียววอนเดอร์ กรีน) สีเขียวละมุน สวย ดูพรีเมียม สีสะอาดตา ดูมีราคามากครับสำหรับสีนี้
Vast Gray (สีเทาวาสต์ เกรย์) สีเทาเข้มคลาสสิก เรียบ สุขุม เข้าได้กับทุกลุคและทุกโอกาส
ตัวเครื่องบาง พร้อมขอบโค้งที่ช่วยให้จับถือสบายมือ
ในด้านขนาด vivo V80 มีความหนาเพียง 7.69–7.89 มิลลิเมตร โดยรุ่นสี Starwish Purple มีความหนา 7.89 มิลลิเมตร ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 206 กรัม ขณะที่สี Wander Green และ Vast Gray มีความหนา 7.69 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 203 กรัม ถือเป็นตัวเครื่องที่มีความบางเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ความจุสูง 7200mAh ที่ติดตั้งมาให้ภายใน
นอกจากความสวยงามและงานประกอบที่ให้ความรู้สึกแข็งแรงแล้ว vivo V80 ยังมาพร้อมมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 และ IP69 ป้องกันน้ำได้จากทุกทิศทาง ใช้งานลุยในชีวิตประจำวันได้สบาย ไม่ต้องห่วงเรื่องฝนหรือฝุ่น เปื้อนมากก็ล้างน้ำได้นะครับความทนระดับนี้
รองรับ 2 ซิมการ์ดและเป็นรุ่นแรกของ V Series ที่รองรับการใช้งาน eSIM เราสามารถสลับเปิดใช้ eSIM แทนซิมการ์ดที่ 2 ได้ครับ รุ่นนี้จะเป็นช่องใส่ซิมแบบสองสล็อต ไม่รองรับการใส่ microSD Card เพิ่มเติม
อุปกรณ์ภายในกล่องก็มีเคสใสซิลิโคนแถมมาให้ พร้อมที่ชาร์จ 90W ไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มครับ
หน้าจอสีสวยคมชัด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz รองรับสแกนนิ้ว 3D Ultrasonic
หน้าจอ vivo V80 เป็นจอคุณภาพสูงมากครับ ใช้จอ 1.5K Ultra Clear OLED Display ขนาด 6.59 นิ้ว มีความคมชัด สีสันสด และความสว่างเฉพาะจุดสูงสุด 5000nits อัตรารีเฟรชเรต 144Hz เหมาะทั้งสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ดูวิดีโอ เล่นเกม หรือเลื่อนดูโซเชียลมีเดีย
ขอบจอที่บางเพียง 1.25 มิลลิเมตร เต็มตามาก รองรับ HDR10+ ดูหนังสตรีมมิ่งNetflix รองรับได้ทันทีครับ นอกจากนี้ หน้าจอยังผ่านการรับรอง SGS Certification ด้านการปล่อยแสงสีฟ้าต่ำ ใส่ใจด้านการถนอมสายตาเช่นกันด้วย
หน้าจอนี้ยังรองรับระบบสแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิก 3 มิติ หรือ 3D Ultrasonic Fingerprint Scanning 2.0 ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้การปลดล็อกรวดเร็ว แม่นยำ และรองรับการปลดล็อกในขณะที่นิ้วมือเปียก มีเหงื่อ หรือหลังทาสกินแคร์ ก็ยังสแกนได้ครับ ตำแหน่งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือยังถูกจัดวางให้สูงขึ้น เพื่อให้วางนิ้วปลดล็อกได้สะดวกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ใส่ใจรายละเอียดดีมากๆ
ด้านระบบเสียง vivo V80 ติดตั้งลำโพงคู่ Dual Stereo Speaker มีมิติและความกว้าง เสียงดัง ฟังชัด มีเนื้อเสียง รับชมภาพยนตร์ ดูวิดีโอ ฟังเพลง และเล่นเกม เสียงแน่่นใช้ได้ ไม่เน้นแหลมแสบหูครับ เปิดสุดเสียงไม่แตก
จอดีเลยละครับ ภาพสวย+ขอบจอบางมาก ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ใหญ่ ถือใช้งานมือเดียวได้สะดวกอยู่ครับ
แบตเตอรี่อึด 7200mAh ชาร์จไว 90W
หนึ่งในจุดเด่นที่ประทับใจจากการใช้งานจริงของ vivo V80 คือแบตเตอรี่ที่อึดมาก โดยตัวเครื่องมาพร้อมแบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 7200mAh รองรับระบบชาร์จไว 90W FlashCharge แม้จะเป็นสมาร์ตโฟนที่มีตัวเครื่องค่อนข้างบาง แต่ก็ให้ความจุแบตเตอรี่มาอย่างเต็มที่ จากการทดลองใช้งานทั้งเล่นเกมและเปิดคลิปวิดีโอต่อเนื่อง ตัวเครื่องยังสามารถใช้งานได้นานเกิน 15 ชั่วโมงโดยแบตเตอรี่ไม่หมด และยังใช้งานทั้งวันได้สบาย ๆ
vivo V80 เปิดให้ปรับระดับการทำงานของเครื่องได้เอง 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมดถนอมแบตเตอรี่ โหมดสมดุล และโหมด BOOST สำหรับเร่งประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งจากการใช้งานจริง แม้เลือกเปิดโหมด BOOST ที่เน้นประสิทธิภาพของตัวเครื่อง ก็ยังสามารถใช้งานได้เต็มวันเช่นกัน ผู้ใช้เลือกปรับรูปแบบการทำงานให้เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละช่วงได้ โดยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการใช้พลังงานมากจนเกินไปครับ
ด้านการชาร์จ vivo V80 รองรับระบบชาร์จไว 90W FlashCharge จากการทดสอบชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถเติมแบตเตอรี่กลับมาได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของความจุแบต
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เหมาะกับคนเล่นเกมบน vivo V80 คือ Bypass Charging หรือระบบจ่ายพลังงานเข้าสู่ตัวเครื่องโดยตรงระหว่างเสียบชาร์จ แทนที่จะส่งกระแสไฟไปชาร์จแบตเตอรี่ตามปกติตลอดเวลา โดยระบบจะชาร์จแบตเตอรี่ไว้ที่ระดับ 20% แล้วเปลี่ยนไปจ่ายพลังงานให้ตัวเครื่องโดยตรง ช่วยลดภาระการทำงานของแบตเตอรี่และลดความร้อนโดยรวมระหว่างใช้งานไปพร้อมกับชาร์จไปด้วย
กล้องถ่ายพอร์ตเทรตระดับโปร มาพร้อม ZEISS 50MP
ถ้าพูดถึงจุดขายสำคัญของ vivo V80 ระบบกล้องถ่ายภาพถือเป็นไฮไลต์ โดยเฉพาะการถ่ายภาพบุคคลที่เป็นหัวใจหลักของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ครับ ด้วยการนำเทคโนโลยีและแนวทางการถ่ายภาพของ ZEISS มาใช้ร่วมกับกล้องหลายระยะ บนเซ็นเซอร์ที่มีความละเอียดสูงและติดตั้งกันสั่นมาให้ทั้งสองเลนส์หลัก คุณภาพกล้องดี ซูมได้ไกล และมีฟีเจอร์กล้องที่เรียกได้ว่า “เยอะที่สุด” ในวงการ
สเปกกล้อง vivo V80
- กล้องหลัก: 50MP ZEISS OIS Main Camera, เซนเซอร์ LYTIA 700V ขนาด 1/1.56 นิ้ว พร้อมระบบกันสั่น OIS
- กล้องเทเลโฟโต้: 50MP ZEISS Super Telephoto, เซนเซอร์ IMX882 ขนาด 1/1.95 นิ้ว กันสั่น OIS รองรับออปติคอลซูม 3 เท่า และ Hyper Zoom 100 เท่า
- กล้องอัลตราไวด์: 8MP ZEISS Ultra Wide-Angle Camera มุมมองกว้าง 115 องศา
- กล้องหน้า: 50MP ZEISS Group Selfie Camera มุมมองกว้าง 92 องศา พร้อมระบบออโต้โฟกัส
จะเห็นว่าแต่ละเลนส์ มีความละเอียดสูงพอตัวเลย ให้กล้อง 50MP มาถึง 3 ใน 4 ตัว แต่จุดเด่นจริงๆ ไม่ได้อยู่แค่ความละเอียดของกล้องเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกล้องเทเลโฟโต้ที่รองรับการซูมแบบออปติคอลได้ที่ 3x มีระบบกันสั่น OIS เอาไว้ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ถ่ายภาพบุคคลและเอฟเฟกต์ละลายฉากหลังของ ZEISS โดย vivo V80 รองรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้ถึง 5 ระยะ 25mm, 35mm, 50mm, 85mm และ 100mm ครบระยะหลักสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรต
สิ่งที่ละเอียดมากขึ้นไปอีกคือการปรับแต่งเอฟเฟกต์ละลายฉากหลังของ ZEISS ได้หลากหลายมาก ทั้ง Biotar, B-Speed, Sonnar, Planar, Distagon, Cinematic ใช้การจับคู่ตามที่ต้องการระหว่างระยะการถ่ายและเอฟเฟกต์ที่ต้องการ ซึ่งรองรับทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ
เราสามารถเลือกหยิบใช้ได้เอง เช่นนำ ZEISS Sonnar มาผสมใช้กับระยะ 85mm และ 100mm ที่เป็นระยะเลนส์แบบเทเลโฟโต้เต็มตัว ก็จะให้เอฟเฟกต์ละลายฉากหลังนุ่มนวลตามสไตล์เลนส์ ZEISS Sonnar คลาสสิกช่วยแยกตัวแบบออกจากฉากหลัง ทำให้ภาพบุคคลดูโดดเด่นเป็นดาราอยู่กลางภาพและมีมิติมากขึ้น เพราะดึงออกจากฉากหลังมาได้ไกลครับ

vivo V80 ไม่ได้มีแค่เอฟเฟกต์โบเก้ ที่เอามาผสมใช้กับระยะเลนส์ที่ต้องการเท่านั้น ยังมีตัวเลือก “สไตล์สี” มากกว่า 22 แบบ ทั้งแบบขาวดำ, ธรรมชาติ, มีมิติ, สดใส หรือในแบบธรรมชาติที่ปรับมาจากทาง ZIESS มีอีกเยอะมากๆ เรียกใช้งานได้ทั้งโหมดปกติและโหมดถ่ายภาพพอร์ตเทรต
ซึ่งแต่ละสไตล์สี ก็ยังสามารถเข้าไปปรับได้เองละเอียดแบบง่ายๆ ในรูปแบบของพาเลทสี ซ้ายขวาเลือกโทน ขึ้นลงเลือกความสว่าง เรียกได้ว่าในตัวเลือกมีตัวเลือก ในฟีเจอร์มีฟีเจอร์ซ้อน จะเอาแบบใช้ด่วนง่ายๆ ก็ทำได้ หรือจะเอาละเอียดก็มีให้เล่นเช่นกัน
สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพแนวแสงแฟลช จะบอกว่า vivo V80 ใส่แฟลชตัวแรงมาให้ที่ด้านหลังพร้อมสไตล์สีที่เล่นกับแสงแฟลชไว้มากถึง7 รูปแบบ จะสาดแฟลชเพื่อบุคคลในช่วงกลางคืนหรือสถานที่แสงน้อย vivo V80 ก็พร้อม เช่นสไตล์ CCD Flash Portrait แนวกล้องวินเทจก็มีให้ใช้ แสงโอเวอร์ล้นๆ นิดๆ แบบแฟลชกล้องเก่า
AI Creative ลูกเล่นเหนือจินตนาการ ให้ภาพระดับลูกรักของพระเจ้า
ถ้าจะถามฟีเจอร์ไหนคือท่าไม้ตายของ vivo V80 สำหรับผมมันคือ AI Creative นี่เองครับ เป็นระบบการถ่ายภาพที่ใช้ AI เข้ามาช่วยปรับแต่งแสง สร้างเอฟเฟกต์ ปรับให้สวย ปรับให้เกินจริง ปรับให้เกินจินตนาการ ทำให้ภาพพอร์ตเทรตออกมาดูโดดเด่นและแตกต่าง
AI Creative เป็นฟีเจอร์นิยมของทาง vivo ครับ ถูกพัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ เพิ่มความสมจริงและเพิ่มเอฟเฟกต์ใหม่ๆ เข้ามา จนปัจจุบันมีให้สร้างสรรค์กว่า 30 รูปแบบ ครอบคลุมทั้งภาพท่องเที่ยว เหมือนไปถ่ายภาพต่างประเทศ เหมือนถ่ายจากสถานที่อื่น มีทั้งเปลี่ยนแนวภาพ เปลี่ยนสไตล์ เปลี่ยนโลกความเป็นจริงไปเลยก็มี
รองรับทั้งการเปิดให้ AI ช่วยสร้างสรรค์ หรือแนะนำที่เหมาะสมขึ้นมาให้เลือกใช้ หรือผู้ใช้จะกำหนดเลือกเองอย่างที่ต้องการ ก็ทำได้ทั้งหมดครับ ช่วยให้เราสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้หลากหลายสไตล์ง่าย ๆ เพียงกดถ่าย ครั้งเดียว ลองดูตัวอย่างบางส่วนที่ vivo V80 สามารถทำได้ด้านล่างได้เลยครับ (ในโหมดการทำงานด้วย AI จำเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตในการทำงาน)
เข้าสู่โลกแฟนตาซี
เปลี่ยนทิวทัศน์ได้ทั้งองค์ประกอบ บรรยากาศ และท้องฟ้า

แม้แต่การแสดงบนเวที vivo V80 ยังทำให้ภาพมีความพิเศษมากขึ้นได้อีก

ไม่ใช่แค่มีแต่ลูกเล่น ในด้านคุณภาพก็ยอดเยี่ยมครับ รองรับการซูมแบบออฟติคัลที่ 3x สามารถซูมแบบดิจิทัล Hyper Zoom สูงสุดได้ถึง 100x จากที่ทดสอบมา ระยะ 3x คือคมกริบ แต่ถ้าจะฝืนซูมไปสัก 10x ภาพก็ยังดูดี กล้องมีกันสั่น OIS มาให้ทั้งสองเลนส์หลัก ถือซูมถ่ายกลางคืนด้วยมือเปล่าก็ยังไหวครับ
โหมดการซูมถ่ายคอนเสิร์ตก็ปรับมาใหม่ ภาพนิ่งซูมได้สูงสุด 100x สำหรับวิดีโอซูมได้สูงสุด 20x บนความละเอียด 4K 30fps จากที่ทดสอบการถ่ายวิดีโอ ระยะ 10x คือยังคม ภาพสวย เก็บรายละเอียดศิลปินได้ชัดเจนครับ เอาไปถ่ายดูคอนได้เลยสำหรับรุ่นนี้ ซูมได้ไกลพอตัวเลย
ไม่ใช่แค่ซูมได้ไกล แต่มีโหมดถ่ายภาพความละเอียดสูงเต็มระดับ 50MP ของมันอยู่ด้วย และยังสามารถซูมภาพได้ 3x ด้วยนะครับ เพราะอย่าลืมว่า vivo V80 ให้กล้องความละเอียดระดับ 50MP มาทั้งกล้องหลักและกล้องเทเลโฟโต้นั่นเอง
ถ่ายก่อนแล้วนำมาครอปตัดใช้ภายหลัง ก็ยังชัดครับ ทั้งในระยะ 1x และ 3x

กล้องหน้า 50MP ของ vivo V80 สามารถซูมได้สามระยะ 0.8x, 1x และ 2x และฟังก์ชั่นส่วนใหญ่ที่ทำได้ในกล้องหลัง ก็สามารถใช้งานกับกล้องหน้าได้เช่นกัน ทั้งสไตล์สี, การเลือกโบเก้ รวมถึง AI Creative
กล้องหน้าความละเอียดสูงมาก เก็บภาพได้ดี มีออโต้โฟกัส มีระยะให้เลือกใช้ทั้งกว้างทั้งแคบ และมี AI ช่วยปรับแต่งรูปหน้าครบ พร้อมปรับผิวเกลี่ยความเนียนใสให้ใบหน้าได้ฉลาด ถ้ากล้องตรวจจับเจอสภาพแสงที่น้อยเกินไป จะทำการชดเชยแสงด้วยแสงจากหน้าจอให้เราได้อัตโนมัติครับ
อีกหนึ่งลูกเล่นที่น่าสนใจของกล้องหน้า 50MP บน vivo V80 คือ AI Best Face ที่ช่วยให้การถ่ายภาพกลุ่มสะดวกขึ้น โดยเฉพาะเวลาถ่ายรูปหลายคนแล้วมีใครบางคนหลับตา ยังไม่พร้อมในจังหวะที่กดชัตเตอร์ หรือแสงเงาไม่เอื้อจนหน้าดูมืด ฟีเจอร์นี้สามารถตรวจสอบใบหน้าของแต่ละคนจากคลังภาพ แล้วนำใบหน้าที่สมบูรณ์กว่าจากภาพอื่นมาให้เลือกสลับใส่ได้ครับ ทำให้นี่ไม่ใช่การแต่งหน้าขึ้นมาใหม่ด้วย AI แต่ยังเป็นหน้าเราคนเดิมจากภาพอื่นนั้นเอง
Creative Sticker Collage สร้างสติกเกอร์ส่วนตัวได้ง่ายๆ
ถ่ายถาพได้สวยแล้ว ก็ยังมีความสามารถสนุกๆ สำหรับการแต่งภาพใส่เข้ามาให้ด้วย ใน vivo V80 มีฟีเจอร์ Creative Sticker Collage มันคือความสามารถที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างสติกเกอร์จากภาพถ่ายหรือ Live Photo ได้ด้วยตัวเอง เพื่อสร้างสติกเกอร์จากภาพนิ่ง และสติ๊กเกอร์แบบภาพเคลื่อนไหว นำไปตกแต่งกับภาพอื่นๆ ในเครื่องได้ทันที สามารถย่อ ขยาย หมุน ปรับตำแหน่งได้อย่างอิสระ
StickIt แปะสติกเกอร์ใส่ Wallpaper
นอกจากนี้ ยังมีความสามารถ StickIt ที่เราสามารถนำสติกเกอร์ที่สร้างไว้ มาใช้ตกแต่งภาพ Wallpaper และ Always-On Display (AOD) เพื่อทำภาพหน้าจอของเราเอง ใช้ได้หลายชิ้นพร้อมกันทั้งสติ๊กเกอร์ภาพนิ่งและที่มีเอฟเฟกต์เคลื่อนไหว เพิ่มความสนุกให้กับการปรับแต่งหน้าจอของเราได้อีกเยอะเลยครับ
ระบบปฏิบัติการ OriginOS 7 พร้อมอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยต่อเนื่องนาน 6 ปี
ด้านการใช้งาน vivo V80 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ OriginOS 7 บนพื้นฐาน Android 17 ตั้งแต่แกะกล่อง โดยรุ่นนี้ได้มีการประกาศจาก vivo ว่าจะได้รับการสนับสนุนอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยต่อเนื่องนาน 6 ปี ช่วยให้ใช้งานสมาร์ตโฟนได้อย่างมั่นใจในระยะยาว
vivo V80 ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 บนสถาปัตยกรรมขนาด 4 นาโนเมตร โดยมีตัวเลือก RAM LPDDR4X ขนาด 8GB พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ UFS 3.1 มีให้เลือก 3 ความจุ ได้แก่ 128GB, 256GB และ 512GB
รองรับการขยาย RAM เสมือนได้สูงสุดถึง 16GB ซึ่งถือว่าเยอะมากทีเดียว ระบบ OriginOS มีความนิ่ง ลื่นไหล ปัญหาน้อยมาก ไม่เจออาการผิดปกติ แลค ค้าง หรีอสตาร์ทใดๆ ตลอดการทดสอบใช้งาน
สเปคเครื่องอยู่ในระดับกลางบน สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ ของ Android ได้ลื่นไหลครับ นำมาเล่นเกมนิยมทั่วไปได้เต็มที่แน่นอน เกมแนว MOBA หรือ PUBG เปิดเฟรมเรทระดับสูงสุดก็ยังลื่นๆ 100% ครับ
มีเกมโหมดสำหรับช่วยเหลือผู้เล่น สามารถเปิดปิดโหมดสำคัญจากตรงนี้ได้เลย เช่น ปรับระดับประสิทธิภาพเครื่อง ปิดการแจ้งเตือน ล็อคความสว่าง กำหนดการควบคุมด้วยการเอียง เปิดและปิดระบบชาร์จแบบบายพาส เป็นต้น
ด้านการเชื่อมต่อ vivo V80 รองรับ Wi-Fi 6 พร้อม Bluetooth 5.4 นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Dual-Bridge Signal Concurrency กับ AI Super Link ที่ช่วยเพิ่มความเสถียรของสัญญาณ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่น เช่น คอนเสิร์ต สนามกีฬา และสถานีขนส่ง ทำให้การจับสัญญาณมีความไวและเสถียรขึ้นครับ เชื่อมต่อสัญญาณใหม่ได้ไวเมื่อสัญญาณหลุดหรืออ่อนลง
คุยสนทนาเสียงชัด ลำโพงชัดครับ ได้ยินแม้จะคุยนอกอาคารในที่สาธารณะ
ในด้านการปรับแต่งหน้าจอ OriginOS 7 ยังคงมีลูกเล่นที่ช่วยให้สมาร์ตโฟนดูมีสีสันและเป็นตัวเองมากขึ้น มีให้เลือกเยอะมากสำหรับธีม AOD และหน้าจอล็อค เยอะสุดๆๆๆๆๆ
มีการเพิ่มธีมใหม่เข้ามาด้วย อย่าง Wiggle Theme หรือธีมดุ๊กดิ๊ก ตอบสนองต่อการแตะหรือขยับโทรศัพท์ อย่างหยดน้ำก็จะดึ๋งดั๋งดุ๊กดิ๊กเวลาเราแตะหน้าจอ และจะขยับไปมาถ้าเราเขย่าเครื่อง โดยระบบเปิดให้ปรับแต่งหน้าจอล็อกได้อย่างอิสระด้วยครับ สามารถเลือกภาพพื้นหลังเองและกำหนดพื้นที่บนหน้าจอ พอเราเอาภาพบุคคลมาใส่ ภาพนั้นก็จะดึ๋งดั๋งดุ๊กดิ๊กเวลาเราแตะหน้าจอได้เหมือนกัน เพิ่มความสนุกให้กับการใช้งานได้ดีเลยครับ
อีกหนึ่งธีมที่น่าสนใจคือ Pet Pals Theme หรือธีมสัตว์เลี้ยง ซึ่งนำสัตว์น่ารักๆ มาเป็นอยู่บนหน้าจอที่โต้ตอบกับเราได้ผ่านการแตะหรือเขย่า พร้อมเอฟเฟกต์น่ารักๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์เอง เช่น เปิดหน้าจอตอนเช้า เปิดหน้าจอตอนเย็น น้องก็จะมาต้อนรับเราด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไป และทัชเล่นกับน้องได้ตลอดเวลา ^^
หรือเวลาเราชาร์จแบตเตอรี่หรือฟังเพลง น้องก็ฟังเพลงไปกับด้วยเช่นกัน ทำให้หน้าจอล็อกมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับคนที่ชอบธีมน่ารักและต้องการปรับแต่งสมาร์ตโฟนให้มีเป็นแบบเฉพาะตัวครับ
ในด้านฟีเจอร์ AI ของ OriginOS 7 ก็มีตัวแปลภาษา แปลได้แบบเรียลไทม์ขณะสนทนา รวมถึงการแปลแบบถอดเสียงออกมาเป็นคำบรรยาย ได้ทั้งจากในคลิป หรือคอนเทนต์ที่กำลังเล่น และถอดเสียงได้ยินจากไมโครโฟน มีตัวช่วยเขียน ช่วยแปลเอกสารครบ
ตอนนี้ก็รองรับ AI Recorder เป็นตัวช่วยบันทึกเสียงและแปลงเสียงเป็นข้อความ แยกผู้พูด พร้อมสรุปเนื้อหาการสนทนาให้ได้อัตโนมัติ เหมาะสำหรับบันทึกการประชุมหรือสัมภาษณ์ที่ต้องนำข้อมูลกลับมาใช้ภายหลัง
ในแอป Note ของเครื่อง มีความสามารถ Capture to Note ที่สามารถเก็บภาพถ่ายโน้ตหรือเอกสารข้อความ แม้จะเขียนด้วยลายมือ ให้สามารถจัดเก็บเป็นข้อมูลดิจิทัล พร้อมใช้ AI ช่วยจัดระเบียบ ปรับรูปทรง และสรุปเนื้อหาออกมาเป็นข้อความไว้ได้ ใครชอบจดสิ่งที่ต้องทำ เขียนไดอารี่ หรือจดโน๊ตเอาไว้บ่อยๆ ตัวนี้ช่วยจัดเก็บสิ่งที่เขียวไว้ หรือเอกสารสำคัญ นำมารวมไว้เป็นดิจิทัลได้ง่ายเลย
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ OriginOS 7 คือการเพิ่มความสะดวกในการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Apple โดยสามารถเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน vivo กับ iPhone และ iPad เพื่อส่งต่อรูปภาพ วิดีโอ และเอกสารผ่านการเชื่อมต่ออัตโนมัติหรือสแกน QR Code
รวมถึงการแชร์หน้าจอ ขึ้นไปแสดงบน iPad และเปิดดูและดาวน์โหลดไฟล์จากมือถือ หรือซิงก์ Notes กับรายการสิ่งที่ต้องทำระหว่างอุปกรณ์กันได้แบบเรียลไทม์ เรียกว่าเป็นการทำงานข้ามอุปกรณ์ที่ต่างระบบกันได้แล้ว
นอกจากนี้ ยังรองรับการใช้งานร่วมกับ AirPods ได้ พร้อมรองรับระบบเสียง Spatial Audio รวมถึงการรองรับกับ Apple Watch ให้สามารถนำมาใช้งานกับสมาร์ตโฟน vivo V80 ได้ด้วย โดยรองรับการซิงก์การแจ้งเตือน SMS สายเรียกเข้า และข้อมูลสุขภาพกับกิจกรรม Fitness จาก Apple Watch มาแสดงบน vivo Health เป็นความสามารถที่ vivo พยายามทำให้ผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์ Apple อยู่แล้ว สามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟน vivo ได้สะดวกขึ้นครับ
สรุปท้ายรีวิว vivo V80 สมาร์ตโฟนสายพอร์ตเทรตที่ลูกเล่นกล้องจัดเต็ม
ถ้าถามว่า vivo V80 เป็นสมาร์ตโฟนที่เหมาะกับใคร ผมมองว่ารุ่นนี้เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพบุคคลเป็นพิเศษ และต้องการกล้องที่ให้อิสระในการสร้างสรรค์ภาพได้มากกว่าการกดชัตเตอร์แล้วจบ เพราะจุดเด่นไม่ได้มีแค่กล้อง ZEISS ความละเอียด 50MP แต่ยังรวมถึงกล้องเทเลโฟโต้ที่ซูมแบบออปติคอลได้ 3 เท่า รองรับ Hyper Zoom สูงสุด 100 เท่า พร้อมระยะถ่ายพอร์ตเทรตให้เลือกหลายระยะ และเอฟเฟกต์ละลายฉากหลังที่ปรับแต่งได้หลากหลาย ยิ่งเมื่อรวมกับ AI Creative ที่มีลูกเล่นมากกว่า 30 รูปแบบ ก็ช่วยให้การถ่ายภาพมีความสนุกและเปิดโอกาสให้สร้างภาพในสไตล์ที่แตกต่างได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะการแต่งภาพมาก่อน
นอกเหนือจากกล้องแล้ว vivo V80 ยังเป็นสมาร์ตโฟนที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานรอบด้าน ตัวเครื่องมีดีไซน์สวย งานประกอบประณีต สีสันตัวเครื่องที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ให้หน้าจอ OLED คุณภาพสูง ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7200mAh พร้อมชาร์จไว 90W FlashCharge
ขณะที่ชิป Snapdragon 7 Gen 4 ก็รองรับการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล ส่วน OriginOS 7 ยังมีลูกเล่นปรับแต่งหน้าจอ ฟีเจอร์ AI และความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Apple ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวันได้เยอะมากทีเดียว
โดยรวมแล้ว vivo V80 เป็นสมาร์ตโฟนที่มีบุคลิกชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่ให้ทั้งคุณภาพและความสนุกในการสร้างสรรค์ภาพ พร้อมแบตเตอรี่ที่อึดเกินคาดเมื่อเทียบกับความบางของตัวเครื่อง หากคุณเป็นคนที่ชอบถ่ายรูป ถ่ายคอนเสิร์ต ถ่ายภาพตัวเองหรือเพื่อน ชอบเล่นกับเอฟเฟกต์ภาพ และต้องการสมาร์ตโฟนที่ใช้งานได้ครบเครื่องในแต่ละวัน รุ่นนี้ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
การใช้งานรอบตัวทำได้ดี แถมมีการันตีอัปเดทแพทช์ให้นานถึง 6 ปี ใช้กันได้ยาวๆ อีกด้วยครับ
ราคาและโปรโมชั่น vivo V80
vivo V80 เปิดจำหน่ายสามรุ่น มีโปรโมชั่นพิเศษ รับส่วนลดเพิ่ม 1,000.- (สำหรับรุ่นความจุ 8GB + 256GB และ 8GB + 512GB เท่านั้น)
- 8GB + 128GB ราคา 21,999.-
- 8GB + 256GB ราคาพิเศษ 23,999.- (ปกติ 24,999.-)
- 8GB + 512GB ราคาพิเศษ 28,999.- (ปกติ 29,999.-)
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://bit.ly/TH-vivoV80
พิเศษ! รับส่วนลดเพิ่ม 1,000.- (สำหรับรุ่นความจุ 8GB + 256GB และ 8GB + 512GB เท่านั้น) *สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับเครื่องภายในวันที่ 29 ต.ค. 69 – 11 พ.ย. 69
🎁 รับของสมนาคุณพิเศษมากมาย
- V80 Magnetic Phone Case (มูลค่า 1,099.-)
- Google One พื้นที่จัดเก็บข้อมูล 100GB ฟรี 6 เดือน (มูลค่า 420.-)
- vivo Care ประกันฝาหลังแตก 1 ปี, ประกันกล้องหลัง 1 ปี, ประกันหน้าจอแตก 1 ปี, ประกันตัวเครื่อง 2 ปี (มูลค่า 19,999.-)
โปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 69 – 30 พ.ย. 69































































































