Review : Marvel’s Wolverine(Playstation 5) ตะลุมบอลสะใจเลือดกระจายแต่เกมเพลย์เด็กน้อย
Marvel’s Wolverine ไม่ใช่เกมที่แย่ เกมนี้ยอดเยี่ยมถ้าออกมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตัวละคร เกมเพลย์ แทบจะทุกอย่างของเกมนี้ถูกออกแบบมาได้พื้นฐานมากๆเหมือนทำเกมแอคชั่นให้คนที่ไม่ค่อยเล่นเกมได้เล่น เหมือนเกมเด็กแอคชั่นผจญภัยทั่วไป ซึ่งขัดกับเนื้อหาที่มีความเป็นผู้ใหญ่ที่เกมนี้มีให้ ในส่วนของการต่อสู้เกมนี้ไม่ทำให้ผิดหวังเลยซึ่งมันก็ทำให้เสียดายกับระบบอื่นๆที่ดูเหมือนโดนทิ้ง หรือไม่มีเวลาทำมากพอ ถ้าคุณต้องการเกมแนวแอคชั่นผจญภัยเล่นง่ายๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แลถมีชั่วโมงเล่นที่ไม่ได้กินเวลาชีวิตเรานัก Marvel’s Wolverine ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย
จุดเด่น
- เกมเพลย์สะใจมาก เลือดเป็นเลือด
- เนื้อเรื่องตรงไปตรงมาเข้าใจไม่ยาก
- คัตซีนตัดกับเกมเพลย์เน้นความเท่และสวย
ต้องปรับปรุง
- เกมสั้นเกินไปไม่กี่ ชม ก็จบแล้ว
- เกมเพลย์ซ้ำซากเหมือนหลุดมาจากปี 2010
- บัคเยอะ บางอันทำให้เล่นเกมต่อไม่ได้ต้องรีเซฟอย่างเดียว
-
ภาพ และ กราฟิก
-
เสียง และ ดนตรีประกอบ
-
เกมเพลย์
-
เนื้อเรื่อง
-
ความสมบูรณ์
Marvel’s Wolverine คือหนึ่งในเกมที่มีหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอ ทั้งเป็นเกมแฟรนไชส์ที่ 2 ของ Insomniac ที่จับฮีโร่ Marvel ชื่อดังอีกตัวมาสร้างเป็นเกม และเป็นเกมแอคชั่นผจญภัยที่เราจะได้เล่นเป็น Wolverine หนึ่งในฮีโร่ที่โด่งดังที่สุดของ Marvel และได้มาสำรวจจักรวาล X-Men หนึ่งในแฟรนไชส์ที่ดังที่สุดของ Marvel
หลายคนคงไม่ปฏิเสธว่า Marvel’s Wolverine เป็นหนึ่งในเกมที่มีผู้คนรอคอยมากที่สุดในปีนี้เลยก็ว่าได้ แต่ตัวเกมจะเป็นยังไง จะดีตามที่คนหวังไหม? จะคุ้มเงินในการซื้อหรือเปล่ามาดูได้ในรีวิวนี้เลย!
ในบทความนี้
เนื้อเรื่อง
Marvel’s Wolverine จะเซ็ตติ้งอยู่ในช่วงที่โลแกน หรือ วูล์ฟเวอรีน ยังอยู่หน่วย ทีม X ทีมช่วยเหลือเหล่า Mutant ที่นำด้วย เอสเซ็กซ์ โดยมีเป้าหมายในการช่วยเหลือ Mutant ที่ยังหลงเหลืออยู่และโค่น ทราสก์ ผู้ที่พยายามจะกวาดล้างมนุษย์กลายพันธุ์ออกไปจากโลก ในขณะเดียวกัน โลแกนก็ต้องพยายามฟื้นความจำจากสมัยก่อน เพื่อจำให้ได้ว่าตัวเขานั้นมาจากไหนและเคยทำอะไรมา
นั่นคือเนื้อเรื่องคร่าวๆ เนื้อเรื่องของเกมนี้เหมือนกับหนังแนวฮีโร่ทั่วไป พระเอกต้องต่อสู้กับองค์กรชั่วร้ายเพื่อพยายามปกป้องโลก เกมไม่ได้มีความสัมพันธ์ตัวละครที่น่าสนใจ หรือ จุดเปลี่ยนของเรื่องราวที่น่าจำ แต่เนื้อเรื่องก็ไม่ได้ยัดอะไรที่จำเป็นมามากเกินไป เรื่องจะเล่าตั้งแต่ 1 – 2 – 3 – 4 แบบเรียบง่ายทำให้เราสามารถติดตามได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ผมนับว่าเป็นข้อดี และ ข้อเสียในเวลาเดียวกัน ข้อดีคือเราสามารถเอนจอยกับเนื้อเรื่อง แบบไม่ต้องกระตุก แต่เพราะแบบนั้นทำให้เกมสั้นเกินไป ประมาณ 10 ชม ก็จบแล้ว
ส่วนที่ดีที่สุดของเนื้อเรื่องก็คงเป็น Cameo ตามฉบับ Marvel ส่วนตัวผมรู้จัก X-Men อยู่ในระดับนึงทำให้ผมเห็น Easter Egg ต่างๆ หรือฉากเชื่อมโยงที่ทำให้ยิ้มได้เหมือนกัน ส่วนใครที่เป็นแฟน X-Men หรือ Marvel เลยผมว่าเจอของแบบนี้ได้กลุ้มกลิ่มกันแน่ แถมเกมนี้มีซับภาษาไทยไม่ต้องงมอังกฤษกันแล้วสำหรับคนที่ภาษาไม่แข็ง โดยมีทั้งในซับไตเติลคัตซีน ระหว่างเกม รวมถึงคำอธิบายต่างๆ และเซ็ตติ้งด้วย และบอกเลยแปลได้ถึงพริกถึงขิงมาก
เกมเพลย์
Marvel’s Wolverine นำเสนอเกมการเล่นแบบเดินฟันแบบสะใจ ผสมท่าต่อคอมโบและปัดป้องศัตรู โดยตัวเกมจะเป็นเนื้อเรื่องแบบเส้นตรงไม่ได้เป็น Open World แบบที่ผ่านมาทำให้เกมสามารถมาโฟกัสที่ระบบการต่อสู้และแก้ไขปริศนาได้มากยิ่งขึ้น แถมคราวนี้ตัวละครที่เราจะได้เล่นก็คือ Wolverine เราเลยจะได้บู้มันๆแบบเลือดสาดแน่นอน!
โดยตัวเกมจะตัดระหว่าง QTE และ แอคชั่นเต็มตัว ส่วนพวกปริศนาจะไม่ค่อยให้เห็นนัก แต่ส่วนใหญ่เป็นปริศนาที่แก้ง่ายๆ เราไม่ต้องหาคู่มือ หรือเปิดเน็ต หรือเดินวนเพื่อแก้มันส่วนใหญ่ปริศนาสามารถคลี่คลายด้วยตัวมันเองได้เลย
ระบบ Progress ของเกมนี้ก็เป็นเส้นตรงเช่นเดียวกัน เราจะได้รับ EXP จากการจัดการศัตรู หรือการพังแคปซูลที่ตั้งอยู่ และเมื่อเลเวลเยอะขึ้นเราจะได้แต้มไปอัพเกรดสกิลที่เรามีเช่น สกิลรักษาตัวเอง เราสามารถทำให้รักษาทันทีเมื่อเลือดน้อยจากที่เราต้องกดเอง หรือเข่าลอยเมื่อเราอัพเกรด การใช้ท่านี้ขัดศัตรูจะได้คูลดาวน์คืน หรือเราจะเอาไปอัพเกรดท่าพื้นฐานอย่างการย่อง การปัดป้อง หรือ ท่าคอมโบใหม่ๆได้
นอกจากนั้นก็จะมียีนกลายพันธุ์ที่จะได้จากการสำรวจเท่านั้นเมื่อเราเก็บสะสมค่ายีนพวกนี้จนถึงระดับนึง เราจะสามารถปลดล็อคเปิร์คพิเศษมาเล่นได้เช่น ปัดป้องแล้วได้เลือดคืน โจมตีทำลายเกราะดีขึ้น เป็นต้น
ถือว่าระบบ Progress ของเกมนี้เป็นแบบตรงไปตรงมา เวลาเราเล่นเกมก็คงไม่ต้องกลัวว่าเราจะพลาดของอะไรไปเพราะของแต่ละชิ้นค่อนข้างหาง่าย ขนาดผมไม่ได้สำรวจมากนักยังไม่รู้สึกว่าชิ้นส่วนหรือ EXP น้อยกว่าที่ควรเลย แต่เกมนี้สั้นมากและการอัพเกรดตัวละครก็ไม่ได้หวือหวา เลยรู้สึกว่าช่วงหลังๆของเกมมีความเนือยกว่าช่วงแรกมาก
ระบบต่อสู้ที่โคตรมันส์ แต่เบื่อเร็วมาก
คราวนี้เราจะได้เล่นเป็นโลแกน เพราะงั้นเปลี่ยนจากการหลบหลีกมาเผชิญหน้ากันตรงๆพร้อมกับกรงเล็บคู่ใจของเขา ไล่กวาดฟันศัตรูแบบเลือดสาดเหมือนสัตว์ป่า ฉีกกระชากศัตรูแบบเลือดเดือด เราจะได้รู้สึกถึงความโหดของโลแกนแบบถึงพริกถึงขิง เรื่องนี้ต้องให้เกมนี้เลย ฟันแต่ละทีเหมือนศัตรูจะกระจุยกลายเป็นชิ้นๆ
และเมื่อเราเล่นไปเรื่อยๆ เราจะยิ่งได้พลังเยอะมากขึ้นทำให้ต่อคอมโบได้มากขึ้น หรือจัดการศัตรูที่น่ารำคาญได้ง่ายยิ่งขึ้น สกิลพวกนี้เราจะใช้ก็ได้ไม่ใช้ก็ได้ โดยแต่ละสกิลจะมีหน้าที่ในการกำจัดสิ่งกวนใจ ตัวนี้ตีไม่เข้า ก็หมุนสว่านไปเลย โดนล้อมก็หมุนฟันแบบเป็นวงกลม หรือใช้ตีขัดศัตรูก็ได้
บรรยากาศการต่อสู้ของเกมนี้จะล้มลุกคลุกคลานมากๆ โลแกนของเราจะต้องโดนล้อมจากศัตรูที่ไม่กลัวจะโถมเราพร้อมๆกัน ในขณะที่มีศัตรูคอยจ้องจะเก็บเราจากระยะไกล เราต้องโดนดาเมจให้น้อยที่สุดไม่ว่าจะทำยังไงก็ตาม และฟื้นเลือด และ หลอดความโกรธไปพร้อมๆกัน
แต่สิ่งที่เกมนี้ขาดคือความน่าติดตามต่อเกมเพลย์ เราจะปลดล็อคของต่างๆได้ในการเล่นไปเรื่อยๆและเพราะเกมนี้มีความเป็นเส้นตรง ทำให้ไม่ว่าจะยังไงเราก็จะไม่ต้องฟาร์ม ไม่ต้องอะไร เล่นตามเนื้อเรื่องไปเราก็จะปลดล็อคสกิลไปเรื่อยๆ ตอนแรกก็สนุกดี แต่พอหลังๆคุณก็จะเริ่มเบื่อ แล้วที่พูดหลังๆนี้ไม่ได้หมายถึง 40 ชม หรือ 20 ชม หลังจากเล่นไปแล้วนะครับ 5 ชมแรกเราก็จะรู้สึกเหมือนได้สัมผัสทุกอย่างในเกมไปแล้ว ผมไม่ได้บอกว่าเกมที่ดีต้องเป็นเกมยาวๆแมพกว้างๆ แต่เกม Marvel’s Wolverine ให้ความรู้สึกเหมือนข้าวไข่ดาว มันอร่อย มันดี แต่มันน่าเบื่อ และ ไม่น่าสนใจ
การสำรวจที่มีให้เล่นแก้เบื่อ แบบพยายามแล้ว
แผนที่ของเกมนี้แม้จะเป็นเส้นตรงแต่ก็มีขนาดที่ใหญ่พอจะมีทางเลี้ยวทางแยกอยู่บ้าง ทางแยกพวกนี้มักจะพาเราไปหา กล่องลับ ไอเท็ม หรือ เควสรอง ซึ่งมันไม่ได้มีเยอะนักหรอกเรียกว่าเขาพยายามแล้วดีกว่าเพื่อให้แผนที่น่าสำรวจมากขึ้นในเกมเส้นตรงแบบนี้ โดยการสำรวจจะผูกกับระบบการอัปเกรดตัวละครโดยตรง
ที่บอกว่าแบบพยายามแล้ว ก็ตามตรงตัวเลยครับ เกมนี้เป็นเกมแบบพื้นฐานมากๆ แบบมากๆเลย ทำให้การสำรวจถูกจำกัดเป็นพื้นที่ๆ เราจะไม่ได้มีทางแยกไปภารกิจอื่น มีแค่ภารกิจรองอันเดียวเป็นเหมือนชาเลนจ์ให้เราได้ทำมากกว่าภารกิจรองจริงๆ
ภาพ – การนำเสนอ และ ความสมบูรณ์ของเกม
ภาพสวยตามสไตล์ เลือดเป็นเลือด สะใจมาก
ถ้าบอกว่า Marvel’s Wolverine เป็นหนึ่งในเกมที่สะใจที่สุดของการคอมแบทก็ไม่เกินจริง เราจะได้เล่นเป็น Wolverine จริงๆ กระโจนใส่ศัตรูและฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ เราจะเห็นเลือดของศัตรูกระฉูดกระจายเต็มตัวของโลแกน ในขณะที่โลแกนเองก็มีร่องรอยการถูกโจมตี อย่างเสื้อผ้าที่ขาด หรือเนื้อที่หลุดจนเห็นกระดูกไวเบรเนียม
ผสมกับเสียงฟันและเสียงเพลงเร้า แถมยังมีเสียงของโลแกนที่คลั่งมากขึ้นเรื่อยๆตามการเล่นของเรา มันก็ยิ่งเร้าให้เรารู้สึกอินไปกับความดิบเถื่อนของโลแกนได้ไม่ยากเย็นนัก
โดยเฉพาะการที่คัตซีน และ เกมเพลย์เล่นเคียงคู่กันไปที่เป็นไอคอนนิคของ Insomniac Games เราจะได้เห็นท่าคอมโบระหว่างโลแกนและเพื่อนๆของเขา หรือฉากไล่ล่าระห่ำเมือง ค่ายเกมเขาไม่พลาดจริงๆกับการทำให้ทุกวินาทีตื่นเต้นไปได้ด้วยกัน
แต่ก็ต้องมาตกม้าตายกับ QTE ที่ชอบโผล่มาเป็นระยะๆ แถมยังไม่จำเป็นอีกต่างหาก แม้ผมจะกดพลาดหรือเปล่าเกมก็ยังดำเนินต่อไปอยู่ดี
เกมลื่นไม่กระตุก แต่บัคเยอะหาเจอง่ายมาก
แม้จะมีเอฟเฟกต์เต็มจอ ในพื้นที่ฉากที่เป็นไดนามิก เกมก็ไม่ดรอปเฟรมเลยแม้แต่น้อย ระหว่างเกมเพลย์เราจะแทบไม่เจอปัญหาด้านงานภาพ หรือบั๊กเท็กซ์เจอร์เท่าไหร่… แต่บั๊กเกมเพลย์คือเยอะมาก! แถมเราแทบไม่ต้องหาเลยด้วยเกมที่เป็นเส้นตรง แต่เรายังเจอบั๊กพวกนี้ได้ทำให้ผู้เล่นไม่ต้องออกนอกลู่นอกทางก็เจอบั๊กพวกนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นฉากคัตซีนที่บั๊ก หรือฉากดังๆอย่างโลแกนไถลลงจากต้นไม้ ทำให้รู้ได้เลยว่าเกมนี้ไม่ได้ผ่านการตรวจที่ดีพอ
สรุป
Marvel’s Wolverine ไม่ใช่เกมที่แย่ เกมนี้ยอดเยี่ยมถ้าออกมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตัวละคร เกมเพลย์ แทบจะทุกอย่างของเกมนี้ถูกออกแบบมาได้พื้นฐานมากๆเหมือนทำเกมแอคชั่นให้คนที่ไม่ค่อยเล่นเกมได้เล่น เหมือนเกมเด็กแอคชั่นผจญภัยทั่วไป ซึ่งขัดกับเนื้อหาที่มีความเป็นผู้ใหญ่ที่เกมนี้มีให้ ในส่วนของการต่อสู้เกมนี้ไม่ทำให้ผิดหวังเลยซึ่งมันก็ทำให้เสียดายกับระบบอื่นๆที่ดูเหมือนโดนทิ้ง หรือไม่มีเวลาทำมากพอ ถ้าคุณต้องการเกมแนวแอคชั่นผจญภัยเล่นง่ายๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แลถมีชั่วโมงเล่นที่ไม่ได้กินเวลาชีวิตเรานัก Marvel’s Wolverine ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย


































