Macronix International ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่จากไต้หวันและซัพพลายเออร์ชิปตลับเกมหลักของ Nintendo มายาวนานหลายทศวรรษ ได้ประกาศยุติสายการผลิตชิปบันทึกข้อมูลแบบอ่านอย่างเดียว (ROM Chips) สำหรับตลับเกมคอนโซล Nintendo Switch และเครื่องรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 เพื่อโยกย้ายกำลังการผลิตและงบลงทุนทั้งหมดไปมุ่งเน้นการผลิตชิปหน่วยความจำแฟลช NOR และ 3D NAND ป้อนให้กับ ศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Centers) ที่มีอัตรากำไรสูงกว่า
ยอดขาย ROM ดิ่งเหลือ 5% โยกงบ 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวันป้อน AI
David Gibson นักวิเคราะห์อาวุโสจาก MST Financial รายงานว่า รายได้จากการขายชิป ROM ของ Macronix ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 ทรุดตัวลงเหลือเพียง 5% ของรายได้ทั้งหมด (จากเดิมที่เคยสูงถึง 26% ในปีก่อนหน้า) ส่งผลให้บริษัทตัดสินใจไม่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชิป ROM รุ่นใหม่อีกต่อไป โดย Miin Wu ประธานกรรมการของ Macronix ระบุว่าจะนำงบประมาณรายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx) มูลค่ากว่า 37,800 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 40,800 ล้านบาท) ไปขยายโรงงานผลิตชิปหน่วยความจำแฟลชสำหรับระบบเซิร์ฟเวอร์ AI และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลความเร็วสูงแทน
ตลับเกมอาจแพงขึ้น หรือบีบให้หันไปใช้ Game-Key Cards
การถอนตัวของ Macronix ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัท MegaChips ซึ่งเป็นผู้ออกแบบชิปและรับคำสั่งซื้อจาก Nintendo ก่อนส่งต่อให้ Macronix ผลิต แม้ว่า Nintendo จะยังมีซัพพลายเออร์ชิปสำรองอย่าง ROHM Semiconductor และ LAPIS Semiconductor แต่การสูญเสียผู้ผลิตหลักจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตตลับเกมความจุสูงปรับตัวแพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจบีบให้ค่ายเกมหันไปผลิตตลับแบบ “Game-Key Cards” (ตลับบรรจุเพียงคีย์สำหรับดาวน์โหลดเกมผ่านอินเทอร์เน็ต) หรือผลักดันผู้เล่นให้ซื้อเกมผ่านดิจิทัลดาวน์โหลดทั้งหมด
การตัดสินใจของ Macronix ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยต่ออนาคตของแผ่นและตลับเกมทางกายภาพ (Physical Media) ที่กำลังถูกกระแส AI แย่งชิงทรัพยากรการผลิต สิ่งที่ต้องติดตามคือการปรับโครงสร้างราคาเกมของเครื่องคอนโซลเจเนอเรชันใหม่จาก Nintendo ในปี 2027








