เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฟินแลนด์ (LVV) ได้เปิดการสอบสวนคดีอาญาอย่างเป็นทางการต่อ Google และบริษัทสาขา Tuike Finland Oy เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนถึง 5 คดี กรณีบริษัทได้ทำการ แอบถางป่าไม้ธรรมชาติไปมากกว่า 1,300 เอเคอร์ (ราว 3,280 ไร่ หรือเทียบเท่าสนามฟุตบอล 420 สนาม) โดยไม่ได้รับใบอนุญาตที่ถูกต้อง เพื่อเร่งก่อสร้าง ศูนย์ข้อมูล AI จนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรงและทำให้ฝูงหมาป่าอพยพหนีเข้าไปหากินในเขตหมู่บ้านของประชาชน
รายงานระบุว่า จุดเกิดเหตุหลักอยู่ที่เมืองมูฮอส (Muhos) ซึ่งพื้นที่ป่ากว่า 816 เอเคอร์ถูกไถเกลี่ยกลายเป็นลานดินโคลนขนาดใหญ่โดยไม่มีใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และอีกกว่า 500 เอเคอร์ใกล้เมืองโอตันมากิ (Otanmäki) โดยก่อนหน้านี้ตัวแทนของ Google ได้ออกมากล่าวขอโทษต่อสาธารณะแล้ว ทว่าการทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้ส่งผลให้ฝูงหมาป่าต้องหนีเตลิดเข้าไปเดินเพ่นพ่านตามถนนและสนามหญ้าในหมู่บ้านของชาวฟินแลนด์ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก
ปัญหาข้ามเส้น: มลพิษทางน้ำ และเสี่ยงดันค่าไฟฟ้ารายเดือนพุ่ง 40%
นอกจากข้อหาละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมจากการตัดไม้ทำลายป่าแล้ว ตำรวจฟินแลนด์ยังดำเนินการสอบสวนความผิดทางอาญาเรื่องระบบระบายน้ำเสียที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อน้ำใต้ดินของชุมชน ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่เริ่มรวมตัวประท้วงอย่างหนัก เนื่องจากศูนย์ข้อมูล AI ของกูเกิลต้องการกำลังไฟฟ้ามหาศาล ซึ่งอาจส่งผลให้ประชาชนทั่วไปต้องแบกรับค่าไฟฟ้ารายเดือนที่แพงขึ้นถึง 40%
ผลกระทบและสิ่งที่ต้องติดตาม
คดีนี้ถือเป็นคดีอาญาด้านสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่บิ๊กเทคต้องเผชิญจากการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ในยุโรป สิ่งที่ต้องติดตามคือบทลงโทษทางกฎหมายจากศาลฟินแลนด์ คำสั่งระงับการก่อสร้างโครงการอย่างถาวร และผลกระทบต่อแผนการขยายดาต้าเซ็นเตอร์พลังงานสะอาดของ Google ในกลุ่มประเทศนอร์ดิก อ่านรายงานคดีฉบับเต็มได้จาก Tom’s Hardware








