Microsoft ประกาศแผนยุทธศาสตร์ด้านฮาร์ดแวร์ประมวลผลครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2026 โดยสัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) เผยว่า บริษัทเตรียมย้ายระบบประมวลผลของ Copilot, Microsoft Teams และบริการปัญญาประดิษฐ์ทั้งหมด ไปรันบนชิปประมวลผลที่ออกแบบเองอย่าง Maia 300 เจเนอเรชันที่สาม พร้อมตั้งเป้าติดตั้งในศูนย์ข้อมูลระดับ มัลติ-กิกะวัตต์ (Multi-gigawatt Deployments) ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป เพื่อลดต้นทุนการประมวลผลและลดการพึ่งพาชิป GPU จากผู้ผลิตภายนอก
Maia 300 เป็นชิปที่ช้เทคโนโลยีการผลิตจาก TSMC โดยชิปเล็ตประมวลผลหลักภายในใช้กระบวนการผลิตระดับ 2 นาโนเมตร N2P หน้าที่หลักเพื่อเร่งการประมวลผล AI โดยเฉพาะ Inference หรือขั้นตอนที่ AI ใช้สร้างคำตอบหลังได้รับคำสั่ง
เดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดบนชิปเซมิคอนดักเตอร์ของตนเอง
นาเดลลากล่าวว่า นี่คือ “การเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดของเราบนซิลิคอนที่พัฒนาขึ้นเอง” โดยชิป Maia 300 ได้รับการออกแบบสถาปัตยกรรมมาสำหรับงานอนุมานผล (Inference) โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ระบบ AI ต้องประมวลผลคำสั่งและสร้างคำตอบให้กับผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนในแต่ละวินาที การใช้ชิป ASIC ที่ออกแบบเฉพาะทางจะช่วยให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าและลดต้นทุนต่อโทเคนลงได้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับการใช้ชิป GPU อเนกประสงค์ทั่วไป
วางโครงสร้างระดับกิกะวัตต์รองรับปี 2027
Microsoft วางแผนจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างคลัสเตอร์เซิร์ฟเวอร์ Maia 300 ในดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดมหึมาที่ใช้พลังงานรวมกันหลายกิกะวัตต์ โดยตัวชิปจะเริ่มเข้ามาทำหน้าที่ตอบคำถามหลักเมื่อผู้ใช้เรียกใช้งานฟังก์ชัน AI ในระบบปฏิบัติการ Windows และ Microsoft 365 ขณะที่การฝึกฝนโมเดลขนาดใหญ่ (Training) บริษัทยังคงใช้งานร่วมกับคลัสเตอร์ GPU ต่อไป
การขยับตัวสู่การผลิตชิปใช้เองของ Microsoft ส่งสัญญาณเตือนถึงผู้ผลิตชิป GPU เจ้าตลาดอย่าง NVIDIA ว่าลูกค้ารายใหญ่ที่สุดกำลังสร้างความเป็นอิสระในห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ของตนเอง
ที่มาของข่าว: tech-ish








