Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ออกมาประกาศจุดยืนทางเทคโนโลยีอย่างแข็งกร้าวในงานประชุมสัมมนาเทคโนโลยี โดยระบุอย่างชัดเจนว่า มีความเป็นไปได้ “0% (Zero Percent Chance)” ที่ปัญญาประดิษฐ์จะก่อให้เกิดการทำลายล้างมนุษยชาติหรือวันสิ้นโลกภายในปี 2030 พร้อมทั้งกล่าวตอบโต้อย่างตรงไปตรงมาต่อกระแสความหวาดกลัวและคำเตือนเรื่องหายนะ AI ที่เผยแพร่โดยกลุ่มนักวิจัยจากค่ายคู่แข่งอย่าง Anthropic
ผู้ก่อตั้ง Nvidia เน้นย้ำว่า ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก สหรัฐฯ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี “ควรเดินหน้าพัฒนา AI ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ต้องชะลอเพื่อรอใคร” พร้อมทั้งปฏิเสธข้อเสนอร่างกฎหมายของรัฐบาลที่พยายามจะสั่งระงับหรือชะลอการฝึกฝนโมเดล AI ขั้นสูง
ระบบป้องกันก้าวหน้าเคียงคู่ความฉลาดของโมเดล
เจนเซน หวง ชี้แจงว่า ความกังวลที่ว่า AI จะหลุดออกจากการควบคุมเป็นเพียงการคาดเดาที่ไร้หลักฐานรองรับในทางวิศวกรรมจริง เนื่องจากทุกครั้งที่โมเดลปัญญาประดิษฐ์มีความฉลาดเพิ่มขึ้น วิศวกรก็สามารถสร้างระบบรั้วความปลอดภัย (Guardrails), สถาปัตยกรรมการตรวจสอบความปลอดภัยแบบหลายชั้น และระบบตัดไฟฉุกเฉิน (Kill Switches) ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ เขายังมองว่า AI คือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาใหญ่ของโลก เช่น การค้นหายารักษาโรคใหม่ๆ การควบคุมปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน และการเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจมหาศาล มากกว่าที่จะเป็นภัยคุกคามชีวภาพ
เตือนการชะลอตัวจะทำให้ตกเป็นเบี้ยล่างคู่แข่ง
ซีอีโอของ Nvidia กล่าวเตือนว่า หากชาติตะวันตกเลือกที่จะควบคุมอย่างเข้มงวดจนเกินไปหรือหยุดการพัฒนา ประเทศคู่แข่งอย่างจีนก็จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแทน ซึ่งนั่นจะเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่แท้จริง
คำกล่าวของ เจนเซน หวง ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนในวอลล์สตรีทและบริษัทดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกที่กำลังทุ่มงบซื้อชิปประมวลผล ทว่ายังคงต้องจับตากระแสต้านจากสภาคองเกรสที่กำลังผลักดันกฎหมายควบคุม AI อย่างใกล้ชิด
อ้างอิงข้อมูล: Tom’s Hardware








