กระทรวงอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศอินเดีย (MeitY) ได้ประกาศหมุดหมายสำคัญระดับชาติเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 โดย S. Krishnan เลขาธิการกระทรวง ได้แถลงเป้าหมายว่า อินเดียกำลังเร่งเครื่องพัฒนาหน่วยประมวลผลกราฟิก (Homegrown GPU) สัญชาติตัวเองให้สำเร็จภายในกรอบเวลา 24 เดือน (2 ปี) ภายใต้โครงการ India Semiconductor Mission 2.0 พร้อมเตรียมผลักดันชิปซีพียูสถาปัตยกรรมแบบเปิด RISC-V ตระกูล SHAKTI และ VEGA เข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ
ยุทธศาสตร์ 5 เลเยอร์ ลดการพึ่งพาต่างชาติรับยุค AI บูม
Krishnan ระบุว่า การพัฒนาชิป GPU ของตนเองถือเป็นหนึ่งใน 5 เสาหลักของการสร้างระบบนิเวศ AI ของอินเดีย (ประกอบด้วย พลังงาน, ชิปเร่งความเร็ว, โครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์, โมเดล AI และแอปพลิเคชัน) โดยมองว่ากระแส AI กำลังมอบโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งประวัติศาสตร์แก่อุตสาหกรรมไอทีของอินเดีย เช่นเดียวกับปรากฏการณ์วิกฤต Y2K ในอดีต ซึ่งปัจจุบันบริษัทในอินเดียอย่าง VVDN, Kaynes และ Avalon ได้เริ่มเดินสายการผลิตเซิร์ฟเวอร์รุ่น Rudra ที่ออกแบบโดยศูนย์วิจัย C-DAC เพื่อรองรับงาน AI ในประเทศแล้ว
หนุนชิป RISC-V สถาปัตยกรรมเปิด ไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์
นอกเหนือจากแผนพัฒนา GPU แล้ว อินเดียยังเร่งผลักดันชิปสถาปัตยกรรมเปิด RISC-V ได้แก่ ซีรีส์ SHAKTI (พัฒนาโดย IIT Madras) และ VEGA (พัฒนาโดย C-DAC) จากเดิมที่อยู่บนบอร์ดทดลอง ให้ก้าวเข้าสู่อุปกรณ์เชิงพาณิชย์จริง เช่น หุ่นยนต์ทำความสะอาดแหล่งน้ำอัตโนมัติ กล้องวงจรปิด CCTV สมาร์ตมิเตอร์ และระบบควบคุมการบินของโดรน โดยมีบริษัทสตาร์ตอัปท้องถิ่น 24 แห่งได้รับเงินทุนสนับสนุนและเริ่มระดมทุนจากภาคเอกชนได้แล้ว
ความพยายามของอินเดียแสดงถึงความทะเยอทะยานในการก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นด้านเซมิคอนดักเตอร์เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ และจีน สิ่งที่ต้องติดตามคือการประกาศพันธมิตรโรงงานรับจ้างผลิตชิป (Foundry Partner) ร่วมกับโรงงาน Tata Electronics ในรัฐคุชราต และดูว่าชิป GPU ต้นแบบจะทำประสิทธิภาพได้ทัดเทียมกับการใช้งานจริงหรือไม่








