AMD (Advanced Micro Devices) ได้สร้างหมุดหมายครั้งประวัติศาสตร์แก่อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ระดับโลกเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 โดย Lisa Su ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เปิดเผยระหว่างการแถลงผลประกอบการว่า บริษัทคาดการณ์รายได้ประจำไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 จะพุ่งสูงขึ้นแตะประมาณ 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.86 แสนล้านบาท) ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าหมายนี้ จะส่งผลให้ยอดขายของ AMD แซงหน้าคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Intel ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ไตรมาส 3 รายได้ทะลุเป้า กำไรสุทธิโตกระฉูด 95%
ผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของ AMD เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยทำรายได้ไปได้ถึง 13,377 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจาก 9,250 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งขึ้นถึง 95% แตะระดับ 2,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีหัวใจหลักมาจากความต้องการชิปเซิร์ฟเวอร์ตระกูล EPYC และชิปเร่งความเร็ว AI ตระกูล Instinct ที่เติบโตขึ้นเกือบเท่าตัว ซึ่งสามารถชดเชยการชะลอตัวเล็กน้อยของตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วไปจากปัญหาแรมแพงได้อย่างสมบูรณ์
พลิกประวัติศาสตร์ 50 ปี: แซงหน้าเบอร์หนึ่งเซมิคอนดักเตอร์
ตัวเลขคาดการณ์ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 4 ของ AMD จะสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของ Intel ที่ประเมินไว้เพียง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของ AMD หลังจากที่เคยตกเป็นรองในฐานะผู้ผลิตชิปเบอร์สองมานานกว่าครึ่งศตวรรษ โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า ปัญหาความล่าช้าในสายการผลิตของ Intel และอุบัติเหตุระเบิดที่โรงงาน Fab 28 เป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ลูกค้าระดับคลาวด์หันมาสั่งซื้อชิปของ AMD แทน
การขึ้นนำของ AMD สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ สิ่งที่ต้องติดตามคือความพร้อมในการส่งมอบชิปเซิร์ฟเวอร์ Zen 6 และชิปเร่งความเร็ว AI ซีรีส์ใหม่ของ AMD ในปี 2027 ว่าจะสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่











