Close Menu
  • Home
  • Android
    • News
    • Tips
  • Apple
    • iPad
      • News
      • Tips
    • iPhone
      • News
      • Tips
  • WINDOWS
    • News
    • Tips
  • Gaming
    • Game Review
    • PlayStation
    • Nintendo
    • Xbox & PC
    • Mobile
  • Gadget Reviews
    • Accessories
    • Devices
  • Wearable
  • EV Car
  • Miscellaneous
    • News
    • Tips
  • Tips and Tricks
  • Video
  • Cooky Policies
  • ติดต่อโฆษณา
แอพดิสคัสแอพดิสคัส
  • Home
  • Android
    • Tips & Tricks
  • Apple
    • Tips & Tricks
  • Windows
    • Tips & Tricks
  • Gaming
    • Game Review
    • In Spotlight
    • PlayStation
    • Xbox & PC
    • Nintendo
    • Mobile Games
  • Reviews
    • Mobiles & Tablets
    • Game Review
    • Accessories
  • EV Car
  • Miscellaneous
แอพดิสคัสแอพดิสคัส
คุณกำลังอ่าน :Home » Apple » Tim Cook ปิดฉาก 15 ปี Apple ส่งต่อ John Ternus 1 ก.ย.
Apple

Tim Cook ปิดฉาก 15 ปี Apple ส่งต่อ John Ternus 1 ก.ย.

ย้อนเส้นทางชีวิตและการทำงานของ Tim Cook ตั้งแต่จุดเริ่มต้นใน Alabama การเข้าร่วม Apple และการก้าวขึ้นเป็น CEO ต่อจาก Steve Jobs ก่อนสำรวจผลงานสำคัญทั้ง Apple Watch, AirPods, Apple Silicon และธุรกิจบริการ รวมถึงความท้าทายเรื่องจีน กฎระเบียบ และ AI พร้อมทำความรู้จัก John Ternus วิศวกรผู้คร่ำหวอดใน Apple กว่า 25 ปี ซึ่งกำลังรับไม้ต่อเพื่อพาบริษัทเข้าสู่บทใหม่ของโลกเทคโนโลยี
31 สิงหาคม 20265 Mins Read

วันที่ 1 กันยายน 2026 จะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Apple เมื่อ Tim Cook วัย 65 ปี สิ้นสุดการทำหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO ที่ดำรงตำแหน่งมายาวนานถึง 15 ปี และส่งมอบตำแหน่งให้กับ John Ternus รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ ซึ่งจะก้าวขึ้นเป็น CEO คนใหม่อย่างเป็นทางการ การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการจากลาของ Cook จาก Apple เพราะเขาจะขยับขึ้นเป็น Executive Chairman หรือประธานกรรมการบริหารของบริษัท และยังมีบทบาทในบางด้าน รวมถึงการประสานงานกับผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก ขณะที่ Ternus จะเข้าร่วมคณะกรรมการบริหารในวันเดียวกันด้วย

สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “ใครจะมาเป็น CEO คนใหม่” แต่คือการมองย้อนกลับไปว่า ชายที่ครั้งหนึ่งไม่ได้ถูกมองว่าเป็นนักสร้างผลิตภัณฑ์แบบ Steve Jobs เปลี่ยน Apple อย่างไรตลอด 15 ปีที่ผ่านมา และเหตุใดคนที่ได้รับเลือกให้รับไม้ต่อจึงเป็นวิศวกรที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์สำคัญจำนวนมากของบริษัท จาก iPhone, iPad, Mac, Apple Watch และ AirPods ไปจนถึง Apple Silicon และผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ๆ เรื่องราวของ Cook และ Ternus จึงเป็นเหมือนการเปลี่ยนผ่านจาก “ยุคแห่งการบริหารและการขยาย Apple” ไปสู่ยุคที่บริษัทต้องตอบคำถามใหม่ว่า จะสร้างนวัตกรรมครั้งต่อไปอย่างไรในโลกที่ AI กำลังเปลี่ยนเกมเทคโนโลยี

ในบทความนี้

  • จากเด็ก Alabama สู่ชายผู้ดูแลเครื่องจักรของ Apple
  • ชายที่ Steve Jobs เลือกให้มาจัดระเบียบ Apple
  • วันที่ Cook ต้องเดินออกจากเงาของ Steve Jobs
  • จาก Apple มูลค่า 3.5 แสนล้าน สู่บริษัทระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์
  • Apple Watch, AirPods และบริการ เปลี่ยน Apple ไปมากกว่าที่เห็น
  • แต่ยุค Cook ไม่ได้มีแต่ชัยชนะ
  • แล้ว John Ternus คือใคร?
  • วิศวกรที่อยู่เบื้องหลัง iPhone, iPad, Mac และ AirPods
  • คนที่เคยทำงานกับ Steve Jobs และเรียนรู้จาก Tim Cook
  • Cook กับ Ternus จึงไม่ใช่การเปลี่ยนตัว CEO ธรรมดา
  • วันสุดท้ายของ Tim Cook และคำถามของ Apple ยุคใหม่
  • จากคนจัดระบบ สู่คนสร้างผลิตภัณฑ์

จากเด็ก Alabama สู่ชายผู้ดูแลเครื่องจักรของ Apple

Tim Cook เกิดวันที่ 1 พฤศจิกายน 1960 ที่เมือง Robertsdale รัฐ Alabama สหรัฐอเมริกา เขาเติบโตมาในครอบครัวธรรมดา โดยพ่อทำงานในอู่ต่อเรือ ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน ก่อนจะเข้าเรียนที่ Auburn University และจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมอุตสาหการในปี 1982 จากนั้นศึกษาต่อจนได้รับ MBA จาก Fuqua School of Business มหาวิทยาลัย Duke ในปี 1988

Advertisement
Advertisement
Advertisement

เส้นทางของ Cook ก่อนเข้าสู่ Apple ไม่ได้เริ่มต้นจากวงการออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่เป็นเรื่องของ “ระบบ” และ “การบริหารจัดการ” เขาทำงานกับ IBM นานถึง 12 ปี โดยรับผิดชอบด้านการผลิตและการกระจายสินค้า ก่อนย้ายไป Intelligent Electronics และขึ้นเป็น COO ของฝ่าย Reseller Division จากนั้นจึงเข้าร่วม Compaq ในตำแหน่งรองประธานฝ่าย Corporate Materials ซึ่งดูแลการจัดซื้อและบริหารสินค้าคงคลังของบริษัท

ประสบการณ์เหล่านี้กลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ Cook แตกต่างจากผู้นำ Apple ในยุคก่อนหน้าอย่างชัดเจน เพราะหาก Steve Jobs คือคนที่มองเห็นว่า “ผลิตภัณฑ์ควรเป็นอะไร” Cook กลับเป็นคนที่เก่งในการตอบคำถามว่า “จะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นถูกสร้างขึ้นและส่งถึงคนทั่วโลกอย่างไร”

และนั่นเองคือเหตุผลที่การเข้ามาของ Cook ในปี 1998 มีความสำคัญมากกว่าตำแหน่งบนบัตรพนักงาน

ชายที่ Steve Jobs เลือกให้มาจัดระเบียบ Apple

Cook เข้าร่วม Apple ในปี 1998 ในตำแหน่ง Senior Vice President of Operations ก่อนขยับขึ้นเป็น Executive Vice President of Worldwide Sales and Operations ในปี 2002 และเข้ามารับผิดชอบ Macintosh Division เพิ่มในปี 2004 ต่อมาในปี 2005 เขาได้รับตำแหน่ง Chief Operating Officer หรือ COO อย่างเป็นทางการ

ในช่วงเวลานั้น Apple กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากความสำเร็จของ iMac, iPod และต่อมาคือ iPhone แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วก็หมายถึงความท้าทายด้านการผลิตและซัพพลายเชนที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

Cook เข้ามาแก้ปัญหาส่วนนี้ด้วยแนวคิดที่แตกต่าง เขาให้ความสำคัญกับการบริหารสินค้าคงคลัง การจัดซื้อ การผลิต และความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์อย่างละเอียด จน Apple สามารถลดความสูญเปล่าจากการเก็บสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมาก

ถ้า Jobs เป็นคนที่ทำให้ Apple มี “จิตวิญญาณ” Cook ก็เป็นคนที่ทำให้เครื่องจักรขนาดมหึมานี้เดินได้อย่างแม่นยำ

วันที่ Cook ต้องเดินออกจากเงาของ Steve Jobs

ปี 2011 คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานของ Tim Cook

หลังจาก Steve Jobs ประกาศลาออกจากตำแหน่ง CEO ด้วยปัญหาด้านสุขภาพ Cook ได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นเป็น CEO ของ Apple ในเดือนสิงหาคม 2011 และเมื่อ Jobs เสียชีวิตในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน Cook ก็กลายเป็นผู้ถือพวงมาลัย Apple อย่างเต็มตัว

ความกดดันในเวลานั้นมหาศาล เพราะคำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า Cook บริหารบริษัทเก่งหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า “Apple จะยังเป็น Apple ได้หรือไม่เมื่อไม่มี Steve Jobs”

Cook เลือกที่จะไม่พยายามเป็น Jobs คนที่สอง

เขาไม่ได้สร้างภาพผู้นำแบบนักปฏิวัติ ไม่ได้ขึ้นเวทีเพื่อสร้างวัฒนธรรมแบบ Jobs และไม่ได้พยายามทำให้ทุกผลิตภัณฑ์กลายเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ แต่เลือกใช้จุดแข็งของตัวเอง นั่นคือการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ การขยายธุรกิจ การสร้างระบบ และการทำให้ Apple สามารถเติบโตได้ในระดับที่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า

ผลลัพธ์เมื่อมองย้อนกลับไปในวันนี้จึงน่าทึ่งอย่างมาก

ภาพจาก

จาก Apple มูลค่า 3.5 แสนล้าน สู่บริษัทระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์

ตอนที่ Cook ขึ้นเป็น CEO ในปี 2011 Apple มีมูลค่าตลาดประมาณ 3.5 แสนล้านดอลลาร์ แต่ภายใต้การบริหารของเขา มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นไปแตะประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่รายได้ต่อปีเพิ่มจาก 108,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2011 เป็นมากกว่า 416,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025 หรือเกือบ 4 เท่า

ฐานผู้ใช้งานก็เติบโตจนมีอุปกรณ์ Apple ที่ใช้งานอยู่มากกว่า 2.5 พันล้านเครื่องทั่วโลก บริษัทขยายธุรกิจไปมากกว่า 200 ประเทศและดินแดน มีร้านค้าปลีกมากกว่า 500 แห่ง และจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 100,000 คนในช่วงที่ Cook ดำรงตำแหน่ง

ตัวเลขเหล่านี้อาจเป็นภาพที่ชัดที่สุดในการตอบคำถามว่า Cook ประสบความสำเร็จหรือไม่

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือสิ่งที่ Apple สร้างขึ้นระหว่างทาง

Apple Watch, AirPods และบริการ เปลี่ยน Apple ไปมากกว่าที่เห็น

หนึ่งในผลงานสำคัญของ Cook คือการขยาย Apple ออกไปจากการเป็นบริษัทที่พึ่งพา iPhone เป็นศูนย์กลางเพียงอย่างเดียว

Apple Watch กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างหมวดหมู่ของตัวเอง ขณะที่ AirPods เปลี่ยนหูฟังไร้สายให้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญของ Apple ส่วน Apple Vision Pro ก็เป็นความพยายามเปิดประตูไปสู่โลก Spatial Computing หรือการประมวลผลและการใช้งานคอมพิวเตอร์ในพื้นที่สามมิติ

อีกด้านที่อาจมีความสำคัญในระยะยาวยิ่งกว่าฮาร์ดแวร์คือ Services

ภายใต้ Cook ธุรกิจบริการของ Apple ซึ่งประกอบด้วย App Store, Apple Music, iCloud, Apple TV+, Apple Pay และบริการอื่น ๆ เติบโตจนมีขนาดเกิน 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี กลายเป็นเสาหลักสำคัญที่ช่วยให้ Apple มีรายได้จากผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขาย iPhone รุ่นใหม่เพียงอย่างเดียว

ขณะเดียวกัน Apple ยังเดินหน้าออกแบบชิปของตัวเอง โดยเปลี่ยนผ่านจากชิป Intel ไปสู่ Apple Silicon ซึ่งช่วยให้บริษัทควบคุมเทคโนโลยีสำคัญของตัวเองได้มากขึ้น และนำไปสู่การพัฒนาด้านประสิทธิภาพกับการประหยัดพลังงานในผลิตภัณฑ์หลายกลุ่ม

นี่อาจเป็นหนึ่งในมรดกที่สำคัญที่สุดของ Cook เพราะมันทำให้ Apple ไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อเทคโนโลยี แต่กลายเป็นบริษัทที่ควบคุมเทคโนโลยีแกนกลางของผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น

ภาพจาก

แต่ยุค Cook ไม่ได้มีแต่ชัยชนะ

ถ้ามอง Cook ผ่านตัวเลขทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว เรื่องราวอาจดูเหมือนสมบูรณ์แบบ แต่ในความเป็นจริง 15 ปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยโจทย์ที่ Apple ยังไม่สามารถแก้ได้อย่างเด็ดขาด

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการพึ่งพาจีนในด้านการผลิตและซัพพลายเชน การสร้างระบบการผลิตขนาดมหึมาในจีนเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการขยาย Apple ไปทั่วโลก แต่เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนตึงเครียดขึ้น จุดแข็งดังกล่าวก็กลายเป็นความเสี่ยง Apple จึงต้องเร่งกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศอย่างอินเดียและเวียดนามมากขึ้น

 

อีกประเด็นคือแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่อง App Store ค่าธรรมเนียม และการแข่งขัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Apple ในยุค Cook มีขนาดใหญ่จนไม่สามารถดำเนินธุรกิจโดยไม่ถูกจับตามองจากรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกได้อีกต่อไป

และยังมีเรื่อง AI ซึ่งอาจเป็นคำถามใหญ่ที่สุดที่ Cook ทิ้งไว้ให้ผู้สืบทอด

ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยีรายอื่นเร่งลงทุนกับ Generative AI และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Apple เดินเกมอย่างระมัดระวังกว่า การพัฒนาความสามารถใหม่ของ Siri ต้องเผชิญความล่าช้า และ Apple ยังเคยพิจารณาการใช้เทคโนโลยีจากบริษัทภายนอกอย่าง Anthropic หรือ OpenAI เพื่อช่วยขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่ ซึ่งสะท้อนว่า Apple ไม่ได้เป็นผู้นำ AI ในแบบเดียวกับที่เคยเป็นผู้นำด้านสมาร์ทโฟนหรือชิป

นี่จึงเป็นด้านย้อนแย้งของมรดก Cook

เขาสร้าง Apple ให้แข็งแกร่งกว่าที่เคย แต่บริษัทที่แข็งแกร่งและระมัดระวังมากขึ้นก็อาจเคลื่อนตัวช้ากว่าในบางช่วงเวลาที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แล้ว John Ternus คือใคร?

เมื่อมาถึงผู้ที่จะรับไม้ต่อ ชื่อของ John Ternus อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างเหมือน Tim Cook แต่สำหรับคนที่ติดตามการพัฒนาฮาร์ดแวร์ของ Apple เขาเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดของบริษัทมานานหลายปี

Ternus อายุประมาณ 50 ปีในปี 2026 เขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกลจาก University of Pennsylvania ก่อนเริ่มต้นอาชีพในฐานะ Mechanical Engineer ที่ Virtual Research Systems บริษัทที่ทำงานด้านเทคโนโลยี Virtual Reality จากนั้นในปี 2001 เขาก็เข้าร่วม Apple และใช้เวลามากกว่า 25 ปีเติบโตอยู่ภายในบริษัทแห่งนี้

ในปี 2013 Ternus ขึ้นเป็น Vice President of Hardware Engineering และในปี 2021 ได้ก้าวขึ้นเป็น Senior Vice President of Hardware Engineering พร้อมเข้าสู่ทีมผู้บริหารระดับสูงของ Apple

เส้นทางของเขาจึงแตกต่างจาก Cook อย่างชัดเจน

Cook คือคนจากสาย Operations หรือการบริหารระบบหลังบ้าน ส่วน Ternus คือคนจากสายวิศวกรรมและผลิตภัณฑ์

และนั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ Apple เลือกเขาในเวลานี้

วิศวกรที่อยู่เบื้องหลัง iPhone, iPad, Mac และ AirPods

ตลอดเวลาที่อยู่กับ Apple Ternus ดูแลงานวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ในผลิตภัณฑ์แทบทุกหมวดของบริษัท ตั้งแต่ iPhone, iPad, Mac และ Apple Watch ไปจนถึง AirPods และ Apple Vision Pro

เขายังมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน Mac ไปสู่ Apple Silicon ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการด้านฮาร์ดแวร์ที่สำคัญที่สุดของ Apple ในยุคหลัง Steve Jobs

ในช่วงหลัง Ternus ยังรับผิดชอบงานที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ วัสดุ ความทนทาน ความสามารถในการซ่อมแซม และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม Apple ระบุว่าเขามีส่วนผลักดันการใช้วัสดุรีไซเคิล รวมถึงอะลูมิเนียมสูตรใหม่ การใช้ไทเทเนียมพิมพ์ 3D ใน Apple Watch Ultra 3 และแนวทางด้านการซ่อมแซมที่ช่วยยืดอายุผลิตภัณฑ์

สิ่งเหล่านี้ทำให้ Ternus ไม่ได้เป็นเพียง “หัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์” อีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่เข้าใจผลิตภัณฑ์ Apple ในระดับลึกที่สุด

คนที่เคยทำงานกับ Steve Jobs และเรียนรู้จาก Tim Cook

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรื่องราวของ Ternus น่าสนใจคือ เขาเป็นหนึ่งในผู้บริหาร Apple รุ่นที่ผ่านทั้งสองยุค

Ternus เข้าร่วม Apple ในปี 2001 ซึ่งเป็นช่วงที่ Steve Jobs กลับมาคุมบริษัทและกำลังสร้าง Apple ยุคใหม่ เขาจึงมีโอกาสทำงานภายใต้ Jobs และต่อมาได้ทำงานภายใต้ Tim Cook ซึ่งเจ้าตัวเคยกล่าวว่าเขาโชคดีที่ได้ทำงานกับ Jobs และมี Cook เป็นผู้ให้คำปรึกษา

นี่ทำให้ Ternus มีประสบการณ์ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเขาไม่ได้เพียงรับช่วงต่อจาก Cook แต่เป็นคนที่ได้เห็นวิธีคิดของทั้งสองยุคด้วยตัวเอง

จาก Jobs เขาได้เรียนรู้เรื่องผลิตภัณฑ์และมาตรฐานความสมบูรณ์แบบ

จาก Cook เขาได้เห็นการบริหารบริษัทระดับโลก

และตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป เขาจะต้องนำทั้งสองสิ่งมารวมกันเป็นวิธีการบริหารของตัวเอง

Cook กับ Ternus จึงไม่ใช่การเปลี่ยนตัว CEO ธรรมดา

หากมองให้ลึกลงไป การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้น่าสนใจกว่าการเปลี่ยน CEO ทั่วไป เพราะ Apple ไม่ได้เลือกคนนอกเข้ามาพลิกบริษัท และไม่ได้เลือกผู้บริหารสายการเงินหรือการตลาดขึ้นมาคุมองค์กร แต่เลือกคนที่อยู่ในบริษัทมานานกว่า 25 ปีและเข้าใจผลิตภัณฑ์ของ Apple จากภายในอย่างลึกซึ้ง

Apple ประกาศการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2026 โดยระบุว่าการตัดสินใจผ่านความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการ และเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวางแผนสืบทอดตำแหน่งในระยะยาว Cook จะยังทำหน้าที่ CEO จนถึงสิ้นฤดูร้อน ก่อนส่งต่ออย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน

นั่นหมายความว่า วันสุดท้ายของ Cook ในฐานะ CEO ไม่ได้เป็นวันที่เขาเดินออกจาก Apple

ตรงกันข้าม เขายังอยู่ที่นั่น เพียงแต่เปลี่ยนจากคนที่ถือพวงมาลัยทุกวัน ไปเป็นคนที่นั่งอยู่ในตำแหน่ง Executive Chairman และมองภาพของบริษัทจากอีกมุมหนึ่ง

วันสุดท้ายของ Tim Cook และคำถามของ Apple ยุคใหม่

ในวันที่ 1 กันยายน 2026 Apple จะไม่ได้สูญเสีย Tim Cook ไปทั้งหมด แต่จะสิ้นสุด “ยุค Tim Cook ในตำแหน่ง CEO” อย่างเป็นทางการ

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา Cook พา Apple จากบริษัทที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 3.5 แสนล้านดอลลาร์ไปสู่บริษัทระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์ รายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า ฐานอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ทะลุ 2.5 พันล้านเครื่อง และ Apple กลายเป็นบริษัทที่มีทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บริการ ชิป และระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันแน่นหนาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

แต่ในวันที่ Cook วางมือจากตำแหน่ง CEO โลกเทคโนโลยีก็ไม่ได้อยู่ในจุดเดียวกับวันที่เขารับตำแหน่งเมื่อ 15 ปีก่อน

ตอนนั้นคำถามคือ Apple จะอยู่รอดโดยไม่มี Steve Jobs ได้หรือไม่

วันนี้คำถามกลับกลายเป็นว่า Apple จะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ครั้งต่อไปได้หรือไม่ ในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนทั้งอุตสาหกรรม สมาร์ทโฟนกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ และการแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครขายอุปกรณ์ได้มากที่สุดอีกต่อไป

และตรงนี้เองที่ John Ternus ต้องเข้ามารับช่วงต่อ

เขาไม่ได้ถูกเลือกเพราะเป็น Tim Cook คนที่สอง แต่เพราะ Apple เชื่อว่าเขาอาจเป็นคนที่เหมาะกับ Apple ในบทต่อไป

จากคนจัดระบบ สู่คนสร้างผลิตภัณฑ์

Tim Cook ทิ้ง Apple ไว้ในฐานะบริษัทที่มีระบบแข็งแกร่ง มีเงินสดมหาศาล มีฐานผู้ใช้งานระดับหลายพันล้านอุปกรณ์ และมีธุรกิจบริการที่เติบโตจนกลายเป็นเสาหลักของบริษัท

John Ternus จึงไม่จำเป็นต้องเข้ามากอบกู้ Apple

สิ่งที่เขาต้องทำอาจยากกว่านั้น นั่นคือการทำให้ Apple ยังคงเป็นบริษัทที่คนทั่วโลก “อยากรู้ว่าจะสร้างอะไรต่อไป”

การที่ Apple กำหนดให้ Ternus รับตำแหน่ง CEO ในวันที่ 1 กันยายน และเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ในเดือนกันยายนภายใต้ผู้นำคนใหม่ ยิ่งทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้น่าจับตามอง เพราะเขาจะไม่ได้มีเวลาหลายปีในการปรับตัวก่อนที่ตลาดจะเริ่มตัดสินผลงาน

ท้ายที่สุดแล้ว มรดกของ Tim Cook อาจไม่ได้ถูกวัดจากว่าเขาเปิดตัว iPhone รุ่นไหนได้ดีที่สุด หรือผลิตภัณฑ์ใดกลายเป็นไอคอนแห่งยุค

แต่มันอาจถูกจดจำจากการที่เขารับ Apple ต่อจาก Steve Jobs ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครรู้ว่าบริษัทจะเดินต่ออย่างไร และส่งมอบ Apple ให้กับคนรุ่นถัดไปในวันที่บริษัทมีขนาดใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า

วันที่ 1 กันยายนจึงไม่ใช่วันที่ Tim Cook ออกจาก Apple

แต่มันคือวันที่เขาเลื่อนเก้าอี้ออกจากตำแหน่ง CEO และเปิดพื้นที่ตรงนั้นให้ John Ternus เข้ามานั่ง

จากนี้ไป เราจะได้เห็นว่าเด็กหนุ่มจาก Alabama ผู้สร้าง Apple ด้วยระบบและการบริหาร จะถูกจดจำอย่างไรในประวัติศาสตร์ และวิศวกรที่ใช้เวลาครึ่งชีวิตอยู่ใน Apple จะสามารถพาบริษัทที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ไปได้ไกลแค่ไหน

เพราะหลังจากยุคของคนที่ทำให้ Apple “ใหญ่ที่สุด” สิ้นสุดลง คำถามสำคัญที่สุดกำลังเริ่มต้นขึ้นว่า John Ternus จะทำให้ Apple “แตกต่างอีกครั้ง” ได้หรือไม่

Advertisement
apple Apple CEO apple silicon John Ternus Tim Cook
Google News YouTube
Share. Facebook Twitter LinkedIn Email Copy Link
Avatar photo
Appdisqus Team
  • Website
  • Facebook
  • X (Twitter)
  • Instagram
  • LinkedIn

คอมลัมนิสต์แอ๊คหลุมผู้หลงใหล IT และ Gadget พร้อมสาระความรู้ How To ดีๆ สำหรับการใช้งานมือถือและแท๊ปเบล็ตที่พร้อมจะมาแชร์กับเพื่อนๆ ที่สนใจในเนื้อหาเดียวกัน เพื่อให้พื้นที่ AppDisqus.com เป็นสเปซสำหรับการแบ่งบันโดยแท้จริง

Advertisement
Advertisement
Advertisement

Related Posts

Apple

หลุดวันวางจําหน่าย iPhone 18 Pro Series สเปก สี และราคาที่หลุดออกมาล่าสุด

29 สิงหาคม 2026
Apple

Apple ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ปลดพนักงานกว่า 200 ตำแหน่งในทีม Siri และ Vision Pro

23 สิงหาคม 2026
Apple

AirPods ติดกล้องหลุดชัด! พบเดโมใน macOS Tahoe 26.7

18 สิงหาคม 2026
Apple

Apple พัฒนา AI ของตัวเองสำหรับตลาดจีน โดยมี Alibaba ช่วยสนับสนุน

14 สิงหาคม 2026
Apple

Apple กําลังพัฒนาฟีเจอร์ให้คุณพิสูจน์ได้ว่า ภาพถ่ายจาก iPhone ของคุณเป็นของแท้ ไม่ใช่ AI

11 สิงหาคม 2026
Apple

ภาพหลุดยืนยันความจุแบต iPhone 18 Pro Max ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก!

11 สิงหาคม 2026
What Score?
8.2
Devices

รีวิว Samsung Galaxy S26 FE รุ่นเรือธงตัวคุ้มค่า มาพร้อม Galaxy AI ครบชุด กล้องดี เครื่องแข็งแรง และอัปเดตยาว 7 ปี

By Noppinij27 สิงหาคม 2026
7.6
Accessories

รีวิว Nothing Ear (3a) หูฟังเท่ อัดเสียงได้ มี AI ช่วยสรุป

By Noppinij20 สิงหาคม 2026
8.0
Mobile and Gadget

รีวิว TECNO POVA 8 Pro 5G รุ่นพิเศษ Tonino Lamborghini สวย!ตั้งแต่ภายนอก แรง!ไปถึงภายใน

By Noppinij17 สิงหาคม 2026
8.5
Devices

รีวิว Eaton 5A UPS ตัวสำรองไฟ คุ้มค่า ราคา 2,520 บาท

By Noppinij13 สิงหาคม 2026

On AppDisqus Channel

รีวิว REDMI Note 17 Pro Max 5G สมาร์ตโฟนสายอึด แบต 10,000mAh แกร่งเต็ม MAX

Follow Us
  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • TikTok
Latest
Android

CXMT ผู้ผลิตชิปจีนมาแรง ฟ้อง Pentagon หลังถูกสกัดดาวรุ่ง ขึ้นบัญชีดำ!

By Appdisqus Team31 สิงหาคม 2026

Tim Cook ปิดฉาก 15 ปี Apple ส่งต่อ John Ternus 1 ก.ย.

31 สิงหาคม 2026

Xiaomi Pad 9 Pro หลุดสเปกงานดี จอ 12.5 นิ้ว 3.2K ชิป Snapdragon 8 Gen 5

31 สิงหาคม 2026

Valve เจอข้อมูลหลุดกว่า 12TB พบไฟล์พัฒนา Portal 2, Left 4 Dead และข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับ Half-Life 2: Episode Three

30 สิงหาคม 2026

Android 17 QPR2 เพิ่มตัวเลือกปรับแต่ง Status Bar บน Pixel

30 สิงหาคม 2026
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
News

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy S26 FE ทนทาน กันรอย 4 เท่า มอบประสบการณ์เรือธงใหม่ ที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด

27 สิงหาคม 2026
7.5
Mobile and Gadget

รีวิว Samsung Galaxy Buds Core หูฟัง ANC ตัวประหยัด เสียงชัด แบตอึด รองรับ Galaxy AI

23 สิงหาคม 2025
Apple

หลุดวันวางจําหน่าย iPhone 18 Pro Series สเปก สี และราคาที่หลุดออกมาล่าสุด

29 สิงหาคม 2026
Gaming

Final Fantasy VII Revelation ปล่อยตัวอย่างใหม่โชว์เกมเพลย์

26 สิงหาคม 2026
แอพดิสคัส
Facebook X (Twitter) Instagram YouTube TikTok
  • Home
  • ติดต่อโฆษณา
  • Cookies Policy & Settings
© 2026 APPDISQUS.COM APPDISQUS : A Source You Can Trust.

Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ ดูเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าคุกกี้อนุญาตทั้งหมด
ตั้งค่าความยินยอม

Privacy Overview

AppDisqus.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานในขณะที่คุณกำลังอ่านและรับชมคอนเทนต์ต่างๆ ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ โดยในบรรดาคุกกี้เหล่านี้ คุกกี้ประเภทข้อมูลที่จำเป็นนั้นจะถูกจัดเก็บเอาไว้บนอุปกรณ์ส่วนตัวของคุณเองที่ใช้สำหรับการเข้าชมเว็บไซต์เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าคุกกี้เหล่านี้เป็นคุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ นอกจากนี้เรายังใช้คุกกี้บุคคลที่สามเพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์ AppDisqus.com ของคุณมากยิ่งขึ้น โดยคุกกี้เหล่านี้จะถูกจัดเก็บเอาไว้บนอุปกรณ์ของคุณเท่านั้น และจะจัดเก็บได้ก็ต่อเมื่อคุณได้การอนุญาต ทั้งนี้คุณสามารถจัดการกับการตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้เสมอผ่านทางเมนูการตั้งค่านี้

อย่างไรก็ตาม การปิดการใช้งานคุกกี้บางประเภทอาจทำให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานของคุณได้
ข้อมูลจำเป็น
Always Enabled
คุกกี้บางประเภทนั้นจำเป็นที่จะต้องนำมาใช้งานเพื่อทำให้เว็บไซต์สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ครบฟังก์ชั่นกับผู้ใช้งานได้ โดยคุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เราคงเซ็สชั่นการเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณเอาไว้ ตลอดจนป้องกันสิ่งต่างๆ ที่มีผลต่อความปลอดภัยในการใช้งานเว็บไซต์ AppDisqus.com ทั้งนี้ คุกกี้ประเภทนี้จะไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานแต่อย่างใด ยกตัวอย่างเช่น คุกกี้ประเภทนี้จะใช้เพื่อให้คุณสามารถเข้าสู่ระบบและคงสถานะการเข้าระบบของคุณบนเว็บเว็บไซต์เราเอาไว้ได้นั่นเอง
CookieDurationDescription
AWSALBCORS7 daysAmazon Web Services ใข้คุกกี้นี้เพื่อเป็นการใช้งานฟังก์ชั่น load balancing หรือการกระจายโหลดเซิร์ฟเวอร์
cf_use_obpastCloudflare ใช้คุกกี้นี้เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพความรวดเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์ เพื่อประสบการณ์การใช้งานของผู้เข้าชม
cookielawinfo-checkbox-analytics11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "ข้อมูลสถิติ"
cookielawinfo-checkbox-functional11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "ฟังก์ชั่นการทำงาน"
cookielawinfo-checkbox-necessary11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "จำเป็น"
cookielawinfo-checkbox-others11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "อื่นๆ"
cookielawinfo-checkbox-performance11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "ประสิทธิภาพ"
JSESSIONIDsessionคุกกี้ JSESSIONID ถูกใช้โดย New Relic เพื่อเป็นการเก็บไอดีจำเพราะในการเข้าใช้งานของผู้ใช้งานเพื่อให้ New Relic สามารถติดตามและตรวจนับเซ็ตชั่นการเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้
viewed_cookie_policy11 monthsคุกกี้นี้ใช้เพื่อเป็นการเก็บความยินยอมในการอนุญาตให้จัดเก็บและใช้งานคุกกี้ของผู้ใช้งาน โดยไม่มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวใดๆ ของผู้ใช้งานแม้แต่น้อย
ข้อมูลเพื่อฟังก์ชั่นการทำงาน
คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลเพื่อฟังก์ชั่นการทำงานที่อาจไม่ได้จำเป็นที่สุดบนหน้าเว็บไซต์ AppDisqus.com ยกตัวอย่างเช่นฟังก์ชั่นการฝังสื่อประเภทวิดีโอและปุ่มการแชร์บทความไปยังโซเชียลมีเดียต่างๆ บนเว็บไซต์เป็นต้น
ข้อมูลประสิทธิภาพ
คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อวิเคราะห์ความเข้าใจในประสบการณ์การทำงานของเว็บไซต์ต่อผู้ใช้งาน เพื่อให้เราสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลสถิติ
คุกกี้ประเภทนี้จะจัดเก็บข้อมูลประเภทสถิติ เช่นตัวเลขผู้เข้าชมเว็บไซต์ ตัวเลข UIP หรือผู้ใช้งานที่นับต่อ IP ข้อมูลหน้าเว็บไซต์ที่ถูกเข้าถึงบ่อยที่สุด ข้อมูลแหล่งที่มาของการเข้าถึง และอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน โดยข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของเว็บไซต์เราได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนชี้ให้เห็นว่าเราควรปรับปรุงในเรื่องใดเพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นของผู้ใช้งาน
CookieDurationDescription
_ga_CE4TLMWX4S2 yearsคุกกี้ถูกติดตั้งโดย Google Analytics เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
_gid1 dayติดตั้งโดย Google Analytics โดย คุกกี้ _gid นี้ใช้สำหรับการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของผู้เข้าชม ในขณะเดียวกันก็ยังใช้ในการจัดทำสถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลประสิทธิภาพของเว็บไซต์ด้วย โดยข้อมูลที่เก็บนั้นยกตัวอย่างเช่นจำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา และหน้าที่ผู้เข้าชมเปิดอ่านโดยไม่เปิดเผยตัวตนของผู้เข้าชม
ข้อมูลเพื่อการโฆษณา
คุกกี้ประเภทโฆษณาจะช่วยให้เราสามารถเผยแพร่โฆษณาที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของผู้เข้าชมเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น โดยคุกกี้ประเภทนี้จะติดตามการใช้งานในเว็บไซต์ AppDisqus เท่านั้นเพื่อการเผยแพร่โฆษณาได้อย่างตรงความต้องการของผู้ใช้งานต่อไป
CookieDurationDescription
IDE1 year 24 daysคุกกี้จาก Google DoubleClick IDE นี้ติดตั้งโดย Google เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานของผู้เข้าชมเว็บไซต์เพื่อกำหนดมาตรฐานในการเลือกโฆษณาที่ตรงความต้องการของผู้ใช้งานมาแสดงบนหน้าเว็บไซต์
test_cookie15 minutesคุกกี้นี้ถูกติดตั้งโดย Doubleclick.net (Google) เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าบราวเซอร์ที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ใช้งานอยู่รองรับคุกกี้หรือไม่
VISITOR_INFO1_LIVE5 months 27 daysคุกกี้นี้ถูกใช้งานโดย Youtube เพื่อตรวจสอบแบนด์วิดธ์ที่ผู้ใช้งานใช้ในการเปิดดูวิดีโอ เพื่อเป็นการระบุเวอร์ชั่นของตัวเล่นวิดีโอว่าเป็นเวอร์ชั่นใหม่หรือเก่า
YSCsessionคุกกี้ YSC ถูกติดตั้งและใช้งานโดย Youtube โดยใช้เพื่อเป็นการดึงเอาข้อมูลวิดีโอจากเว็บไซต์ Youtube ขึ้นมาแสดงในหน้าที่ดึงเอาวิดีโอนั้นๆ มาแสดง
yt-remote-connected-devicesneverYoutube ติดตั้งคุกกี้นี้เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลการตั้งค่าการเล่นวิดีโอของ Youtube บนเว็บไซต์นี้เพื่อใช้ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์
yt-remote-device-idneverYoutube ติดตั้งคุกกี้นี้เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลการตั้งค่าการเล่นวิดีโอของ Youtube บนเว็บไซต์นี้เพื่อใช้ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์
yt.innertube::nextIdneverคุกกี้จาก Youtube ประเภทนี้ใช้สำหรับการสร้างเลขไอดีจำเพาะเพื่อเก็บข้อมูลของวิดีโอที่ผู้เข้าชมเพิ่งรับชมไปในเว็บไซต์นี้
yt.innertube::requestsneverคุกกี้จาก Youtube ประเภทนี้ใช้สำหรับการสร้างเลขไอดีจำเพาะเพื่อเก็บข้อมูลของวิดีโอที่ผู้เข้าชมเพิ่งรับชมไปในเว็บไซต์นี้
ข้อมูลอื่นๆ
คุกกี้ประเภทอื่นๆ ที่ไม่ได้มีการระบุหมวดหมู่ประเภทเอาไว้ แต่อาจมีผลต่อประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์
SAVE & ACCEPT
Powered by CookieYes Logo