Apple เตรียมเปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ในงานวันที่ 9 กันยายน 2026 โดยข่าวลือระบุว่าจะมาพร้อมชิป 2 นาโนเมตร, Dynamic Island ที่เล็กลง, กล้องรูรับแสงปรับได้ และแบตเตอรี่ความจุสูงขึ้น
ในบทความนี้
กำหนดเปิดตัว iPhone 18 Pro
ตามข้อมูลจากรายงาน Apple จะจัดงาน “Surprise and shine” วันที่ 9 กันยายน 2026 เพื่อเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ โดยคาดว่าจะเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในช่วงหลังงาน และวางจำหน่ายจริงทั่วโลกประมาณ 1 สัปดาห์ถัดมา
ชิป A20 Pro และ RAM 12GB
iPhone 18 Pro Series มีข่าวลือว่าจะใช้ Apple A20 Pro ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตรของ TSMC ซึ่งหากเป็นจริงจะถือเป็นอีกก้าวสำคัญด้านประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงานของ iPhone
ด้านหน่วยความจำคาดว่าจะยังใช้ RAM 12GB LPDDR5 ขณะที่พื้นที่เก็บข้อมูลเริ่มต้นที่ 256GB และมีตัวเลือก 512GB กับ 1TB ส่วน iPhone 18 Pro Max อาจมีรุ่นความจุสูงสุดถึง 2TB
Dynamic Island เล็กลง 35%
iPhone 18 Pro คาดว่าจะยังใช้หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ส่วน iPhone 18 Pro Max ใช้หน้าจอ 6.9 นิ้ว
การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ Dynamic Island ซึ่งข่าวลือระบุว่าจะมีขนาดเล็กลงประมาณ 35% จากความกว้างราว 20.76 มม. เหลือประมาณ 13.49 มม. ทำให้พื้นที่แสดงผลด้านบนของหน้าจอดูโล่งขึ้น
ดีไซน์คล้าย iPhone 17 Pro แต่ตัวเครื่องอาจหนาขึ้น
ดีไซน์โดยรวมของ iPhone 18 Pro Series จะยังต่อยอดจาก iPhone 17 Pro แต่มีรายงานว่าแผ่น Ceramic Shield ด้านหลังอาจมีความโปร่งใสมากขึ้น เพื่อให้ตัวเครื่องใช้โทนสีเดียวกันมากกว่าดีไซน์แบบสองโทนของรุ่นก่อน
ตัวเครื่องอาจ หนาและหนักขึ้นเล็กน้อย เนื่องจาก Apple เพิ่มขนาดแบตเตอรี่และระบบระบายความร้อน ขณะที่ส่วนกล้องด้านหลังอาจมีความหนาเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งอาจทำให้เคสของ iPhone 17 Pro ไม่สามารถนำมาใช้กับรุ่นใหม่ได้พอดี
4 สีที่มีข่าวลือ
iPhone 18 Pro Series มีข่าวว่าจะเปิดตัวทั้งหมด 4 สี ได้แก่
- Light Blue
- Silver
- Dark Cherry
- Dark Gray
โดย Dark Cherry ถูกคาดว่าจะเป็นหนึ่งในสีที่ได้รับความสนใจมากที่สุด หลังจากสีส้มของ iPhone 17 Pro ได้รับความนิยมอย่างมากในปีที่ผ่านมา
กล้องอาจมาพร้อมรูรับแสงปรับได้
ระบบกล้องหลังแบบ 3 ตัวและกล้องหน้าเดี่ยวจะยังคงอยู่ แต่ไฮไลต์สำคัญอาจเป็น เลนส์ที่มีรูรับแสงปรับได้ (Variable Aperture) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ควบคุมปริมาณแสงที่เข้าสู่เซนเซอร์ได้มากขึ้น
ฟีเจอร์นี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพ โดยเฉพาะการควบคุมระยะชัดลึกและการถ่ายภาพในสภาพแสงต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม มีข่าวว่าฟีเจอร์ดังกล่าวอาจถูกจำกัดไว้เฉพาะ iPhone 18 Pro Max
Apple C2 Modem และ 5G
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงคือ Apple อาจเปิดตัว Apple C2 Modem พร้อม iPhone 18 Series ซึ่งคาดว่าจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการเชื่อมต่อ 5G เมื่อเทียบกับโมเด็ม Qualcomm ที่ใช้ใน iPhone รุ่นก่อนหน้า
สำหรับ iPhone ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ คาดว่าจะยังคงเป็นรุ่น eSIM-only เช่นเดียวกับ iPhone 17 Series
แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น
iPhone 18 Pro อาจมาพร้อมแบตเตอรี่ประมาณ 4,288mAh ขณะที่ iPhone 18 Pro Max อาจเพิ่มขึ้นเป็น 5,567mAh
การไม่มีช่องใส่ซิมจริงในบางตลาดช่วยให้ Apple มีพื้นที่ภายในสำหรับแบตเตอรี่มากขึ้น ส่วนระบบชาร์จคาดว่าจะยังอยู่ที่ประมาณ 40W สำหรับการชาร์จผ่านสาย และ 25W สำหรับ MagSafe
ราคาอาจเพิ่มสูงถึง 250 ดอลลาร์
ประเด็นที่น่าจับตามองคือราคา เพราะมีรายงานว่า iPhone 18 Pro Series อาจมีราคาเปิดตัวสูงขึ้น ประมาณ 150–250 ดอลลาร์สหรัฐฯ
หากเป็นไปตามข่าวลือ รุ่นเริ่มต้นอาจมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1,399 ดอลลาร์ (ราว 45,000 บาท) สำหรับ iPhone 18 Pro และ 1,499 ดอลลาร์ (ราว 48,000 บาท) สำหรับ iPhone 18 Pro Max
อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวยังไม่ใช่ราคาทางการจาก Apple และราคาจำหน่ายในไทยอาจแตกต่างจากการแปลงค่าเงินโดยตรง
มาพร้อม iOS 27
iPhone 18 Series จะเปิดตัวพร้อม iOS 27 ซึ่งคาดว่าจะเน้นฟีเจอร์ด้าน AI และความสามารถใหม่ ๆ มากขึ้น โดย Apple มีแนวโน้มสนับสนุนซอฟต์แวร์และความปลอดภัยให้กับเครื่องเป็นเวลาประมาณ 7 ปี
สรุป
จากข้อมูลที่มีในขณะนี้ iPhone 18 Pro Series ดูเหมือนจะเน้นการอัปเกรดในส่วนที่ผู้ใช้สัมผัสได้จริง ทั้ง ชิป 2 นาโนเมตร, Dynamic Island ที่เล็กลง, กล้องรูรับแสงปรับได้, โมเด็ม Apple C2 และแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น แต่สิ่งที่อาจทำให้ผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจคือราคาที่มีข่าวว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ทั้งนี้ข้อมูลทั้งหมดข้างต้นยังเป็น ข่าวลือและข้อมูลหลุดก่อนเปิดตัว โดยต้องรอ Apple ยืนยันอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน








