ChangXin Memory Technologies (CXMT) ผู้ผลิตชิป DRAM รายใหญ่ที่สุดของจีน ยื่นฟ้องกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ Pentagon เพื่อขอให้ยกเลิกการขึ้นบัญชีเป็นบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับกองทัพจีน โดยบริษัทโต้แย้งว่าชิปของตนเป็นหน่วยความจำมาตรฐานสำหรับตลาดทั่วไป และไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะจัดเป็นบริษัทด้านการทหาร
CXMT ยื่นคดีต่อศาลในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม หลังบริษัทระบุว่าการถูกขึ้นบัญชีดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อธุรกิจและชื่อเสียง ขณะที่ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ CXMT กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วและก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงสำคัญของ Samsung, SK hynix และ Micron ในตลาด DRAM โลก
ในบทความนี้
CXMT ถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีตั้งแต่ปี 2025
Pentagon ขึ้นชื่อ CXMT ในรายชื่อบริษัทจีนที่ถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีนตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ในสมัยรัฐบาล Joe Biden และรัฐบาล Donald Trump ยังคงรายชื่อดังกล่าวไว้เมื่อมีการปรับปรุงบัญชีในเดือนมิถุนายน 2026
CXMT ระบุว่า บริษัทพยายามให้ข้อมูลแก่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มานานกว่าหนึ่งปี เพื่อชี้แจงและขอให้ถอดชื่อออกจากบัญชีดังกล่าว
บริษัทอ้างด้วยว่า Pentagon เคยเผยแพร่ประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ที่ระบุว่า CXMT จะถูกถอดออกจากรายชื่อ แต่ประกาศดังกล่าวถูกถอนออกภายในวันเดียวกันโดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน
ต่อมาในเดือนมิถุนายน Pentagon ระบุว่า CXMT มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) และมีความเกี่ยวข้องทางอ้อมกับหน่วยงานกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจของจีน หรือ SASAC
CXMT โต้ ชิปของบริษัทเป็นมาตรฐาน JEDEC ไม่ใช่ชิปทหาร
หนึ่งในประเด็นสำคัญของคดีคือ CXMT ไม่เห็นด้วยกับเหตุผลที่ Pentagon ใช้ในการเชื่อมโยงบริษัทกับภาคการทหารจีน
CXMT ระบุว่า DRAM ของบริษัทผลิตตามมาตรฐาน JEDEC ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับหน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้ในอุปกรณ์เชิงพาณิชย์ทั่วไป ไม่ใช่ชิปที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับกองทัพ
บริษัทกล่าวหาว่า Pentagon เคยอ้างถึงโฆษณาที่ระบุผลิตภัณฑ์ของ CXMT ว่าเป็น “military grade” เป็นหนึ่งในเหตุผลประกอบการขึ้นบัญชี แต่ CXMT ชี้ว่าโฆษณาดังกล่าวมาจากตัวแทนจำหน่ายที่ไม่ได้รับอนุญาต และตัวแทนรายนั้นได้ยอมรับภายหลังว่าการระบุว่าเป็นชิป “เกรดทหาร” เป็นข้อมูลที่ผิด
CXMT ยังระบุด้วยว่า DRAM สำหรับการใช้งานทางทหารของจีนมีข้อกำหนดแตกต่างจากชิปเชิงพาณิชย์ ทั้งในเรื่องช่วงอุณหภูมิ การบรรจุชิป การทดสอบ และการกำกับดูแล ขณะที่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทไม่ได้ผ่านข้อกำหนดเหล่านั้น
บริษัทจึงยืนยันว่า ไม่มีใบอนุญาตสำหรับการผลิตชิปเพื่อใช้งานทางทหาร
แม้ชิปถูกนำไปใช้โดยกองทัพ ไม่ได้แปลว่า CXMT เป็นผู้ผลิตให้กองทัพ
อีกประเด็นที่ CXMT ใช้โต้แย้งคือ แม้หน่วยความจำของบริษัทจะสามารถพบได้ในระบบบางประเภทที่ถูกใช้งานโดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนหรือหน่วยงานด้านความมั่นคง แต่เรื่องดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า CXMT เป็นผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์โดยตรงให้กับหน่วยงานเหล่านั้น
นี่เป็นประเด็นสำคัญของคดี เพราะ DRAM เป็นชิ้นส่วนพื้นฐานที่สามารถนำไปใช้ได้กับอุปกรณ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงระบบอุตสาหกรรม
จังหวะนี้น่าสนใจ เพราะ CXMT กำลัง “มาแรง” อย่างมาก
การฟ้อง Pentagon เกิดขึ้นในช่วงที่ CXMT กำลังอยู่ในช่วงเติบโตอย่างรวดเร็ว
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 CXMT เข้าจดทะเบียนในตลาด STAR Market ของเซี่ยงไฮ้ และระดมทุนได้ประมาณ 5.79 หมื่นล้านหยวน หรือราว 2.7 แสนล้านบาท ถือเป็น IPO เซมิคอนดักเตอร์ครั้งใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นหนึ่งในการเสนอขายหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดของเอเชียในปีนี้
หุ้น CXMT ปิดวันแรกที่เพิ่มขึ้นประมาณ 466% จากราคา IPO จนบริษัทมีมูลค่าตลาดราว 3.28 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 15 ล้านล้านบาท และกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วงเวลานั้น
หลังจากนั้นหุ้นยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จนมูลค่าบริษัททะลุ 4 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 18 ล้านล้านบาท ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ สะท้อนความคาดหวังของตลาดต่ออุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำของจีน
รายได้พุ่งกว่า 8 เท่า พร้อมขยับสู่ LPDDR6
ความร้อนแรงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตลาดหุ้น
ผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2026 ที่ CXMT เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ระบุว่าบริษัทมีรายได้ประมาณ 1.503 แสนล้านหยวน หรือราว 7.0 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 873.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
และเพียงหนึ่งวันก่อนข่าวการฟ้อง Pentagon จะถูกเผยแพร่ CXMT ยังประกาศความเคลื่อนไหวสำคัญอีกเรื่อง โดยจะเป็นผู้จัดหาชิป LPDDR6 ให้กับ Xiaomi 18 Fold สมาร์ตโฟนจอพับรุ่นใหม่ที่มีกำหนดเปิดตัวในเดือนกันยายน
LPDDR6 ถือเป็นหน่วยความจำรุ่นใหม่สำหรับอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และการที่ CXMT สามารถเดินหน้าสู่การผลิตจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นว่าบริษัทกำลังลดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ของโลกอย่าง Samsung และ SK hynix
สหรัฐฯ กังวลอะไรจาก CXMT?
การเติบโตของ CXMT จึงน่าสนใจในมุมภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าการเป็นเพียงบริษัทผลิตหน่วยความจำรายหนึ่ง
CXMT กำลังเป็นส่วนสำคัญของความพยายามของจีนในการลดการพึ่งพาชิปและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ขณะที่บริษัทก็สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาด DRAM โลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีส่วนแบ่งประมาณ 7.7% ในปี 2025 และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ของโลก
การถูกขึ้นบัญชีของ Pentagon จึงอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจกับบริษัทและหน่วยงานในสหรัฐฯ รวมถึงสร้างความกังวลให้กับพันธมิตรทางธุรกิจที่ไม่ต้องการมีความสัมพันธ์กับบริษัทที่ถูกระบุว่ามีความเกี่ยวข้องกับกองทัพจีน
CXMT ระบุว่า นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทตัดสินใจฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะมองว่าการขึ้นบัญชีดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อธุรกิจและชื่อเสียงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025
“สกัดดาวรุ่ง” จึงเป็นมุมที่น่าสนใจ แต่ต้องเขียนอย่างระมัดระวัง
ภาพรวมของเรื่องนี้จึงน่าสนใจตรงที่ CXMT กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นพอดี ทั้งการเข้าตลาดหุ้นครั้งใหญ่ ผลประกอบการที่พุ่งแรง การขยายกำลังผลิต และการเดินหน้าสู่ LPDDR6 แต่ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐฯ ผ่านการถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกองทัพจีน
ดังนั้น คดีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ CXMT กับ Pentagon เท่านั้น แต่ยังสะท้อนการแข่งขันที่กำลังรุนแรงขึ้นในตลาด DRAM และเซมิคอนดักเตอร์จีน ซึ่งอาจมีผลต่อการแข่งขันกับ Samsung, SK hynix และ Micron ในระยะยาว
และถ้า CXMT สามารถพิสูจน์ได้ว่าการขึ้นบัญชีของ Pentagon ไม่มีหลักฐานรองรับเพียงพอ คดีนี้ก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิสำคัญในสงครามเทคโนโลยีระหว่างจีนกับสหรัฐฯ








