สหรัฐฯ กำลังพิจารณาร่างกฎหมายควบคุมปัญญาประดิษฐ์ที่เข้มงวดและมีบทลงโทษรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี หลังวุฒิสมาชิก เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) ได้ยื่นเสนอร่างกฎหมาย “Ban Artificial Superintelligence Act” เข้าสู่รัฐสภา โดยมีสาระสำคัญคือการกำหนดบทลงโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี แก่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ผู้บริหาร และบริษัทเทคโนโลยีที่ฝ่าฝืนเดินหน้าพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ระดับเหนือมนุษย์ หรือ Artificial Superintelligence (ASI) โดยไม่ได้รับอนุญาต
ร่างกฎหมายดังกล่าวระบุว่า อัตราโทษจำคุก 20 ปี ถือเป็นระดับความรุนแรงที่เทียบเท่ากับการลักลอบพัฒนาและครอบครองอาวุธทำลายล้างสูง (WMD) หรืออาวุธนิวเคลียร์อย่างผิดกฎหมาย เพื่อสกัดกั้นความเสี่ยงที่ปัญญาประดิษฐ์อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ (Existential Risk)
ตั้งหน่วยงานระดับกระทรวงและกดดันสนธิสัญญานานาชาติ
ข้อเสนอในร่างกฎหมายกำหนดให้รัฐบาลกลางจัดตั้งหน่วยงานระดับกระทรวง (Cabinet-level Agency) ขึ้นมาใหม่ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ ควบคุม และบังคับใช้คำสั่งแบนการพัฒนา ASI อย่างเด็ดขาด โดยจะมีการกำหนดเพดานกำลังการคำนวณ (Compute Threshold) ที่ใช้ในการฝึกฝนโมเดล AI หากบริษัทใดใช้ทรัพยากรชิปประมวลผลเกินกว่าที่กำหนดจะต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ผลักดันสนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อแบนการพัฒนาโมเดล AI ขั้นสุดยอดทั่วโลก เช่นเดียวกับสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์
เสียงแตกในซิลิคอนแวลลีย์และรัฐสภา
แม้ว่าร่างกฎหมายนี้จะสอดคล้องกับคำเตือนของนักวิจัยความปลอดภัยและผู้นำเทคโนโลยีบางส่วนที่เคยเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI แต่กลุ่มผู้สนับสนุนภาคธุรกิจและสตาร์ตอัปมองว่า บทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงเกินไปจะทำลายบรรยากาศการสร้างนวัตกรรม และอาจผลักดันให้บุคลากรหัวกะทิย้ายไปทำงานในประเทศคู่แข่งอย่างจีน
ผลกระทบและสิ่งที่ต้องติดตาม
ร่างกฎหมายนี้สะท้อนถึงความกังวลขั้นสูงสุดของฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ต่อความเร็วในการพัฒนาของ AI สิ่งที่ต้องติดตามคือการอภิปรายในวุฒิสภาและการลงมติว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากทั้งสองพรรคหรือไม่
อ้างอิงข้อมูล: Tom’s Hardware








