Tim Sweeney ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Epic Games แสดงความคิดเห็นว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ Destiny สามารถดำเนินการพัฒนาและให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังมีการพูดถึงปัญหาด้านต้นทุนของเกมตลอดช่วงอายุการให้บริการ
ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก Paul Tassi นักข่าวจาก Forbes เผยแพร่บทความวิเคราะห์ว่า Destiny แทบไม่เคยสร้างผลกำไรได้ตลอดช่วงเวลาที่เปิดให้บริการ เนื่องจากทีมพัฒนาจำเป็นต้องสร้างคอนเทนต์ใหม่จำนวนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนาและการดูแลเกมอยู่ในระดับสูง
Sweeney ได้ตอบกลับบทความดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมระบุว่า “ถ้ามีเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่สามารถแก้ปัญหาข้อแรกได้ และทำให้เกมอย่าง Destiny เติบโตต่อไปได้ก็คงดี” แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยถึง AI โดยตรง แต่ข้อความดังกล่าวถูกตีความว่าหมายถึงเทคโนโลยี AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI)
ซีอีโอของ Epic Games มองว่า AI สามารถช่วยลดภาระงานบางส่วนของนักพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอนเทนต์ การช่วยผลิตทรัพยากรภายในเกม หรือการทำงานที่ต้องใช้เวลามาก ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความรวดเร็วในการอัปเดตเกมที่ให้บริการระยะยาว
ก่อนหน้านี้ Tim Sweeney ยังเคยวิจารณ์แนวทางของ Valve ที่กำหนดให้นักพัฒนาต้องเปิดเผยการใช้ AI ในกระบวนการพัฒนาเกม โดยมองว่าเป็นข้อกำหนดที่ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นล่าสุดของเขาเป็นเพียงมุมมองต่อศักยภาพของ AI และไม่ได้ยืนยันว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาทั้งหมดที่ Destiny หรือเกมประเภท Live Service ต้องเผชิญได้
แหล่งที่มา : Instant gaming News








