Apple ยืนยันว่า Siri AI เวอร์ชันใหม่ที่เปิดตัวในงาน WWDC 2026 จะเริ่มปล่อยให้ใช้งานพร้อม iOS 27 ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ (คาดว่าเดือนกันยายน–ตุลาคม) อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ดังกล่าวจะรองรับเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้งาน Apple Intelligence เท่านั้น แม้ว่า iOS 27 จะรองรับ iPhone ตั้งแต่ iPhone 11 เป็นต้นมา แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกรุ่นจะได้รับ Siri AI รุ่นใหม่
หลังจากที่ Apple เปิดตัว Apple Intelligence ครั้งแรก พร้อมสัญญาว่าจะยกระดับ Siri ให้เป็นผู้ช่วย AI ที่ฉลาดขึ้น แต่ตลอดการอัปเดต iOS หลายเวอร์ชันที่ผ่านมา ฟีเจอร์ดังกล่าวยังไม่พร้อมใช้งานจริง ทำให้ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยรู้สึกผิดหวัง
อย่างไรก็ตาม ในงาน WWDC 2026 Apple ได้เปิดตัว Siri AI เวอร์ชันใหม่อย่างเป็นทางการ โดยปรับปรุงให้สามารถตอบคำถามที่ซับซ้อน เข้าใจบริบทของการสนทนา และทำคำสั่งหลายขั้นตอน (Chained Commands) ได้ดีขึ้น
iPhone รุ่นที่รองรับ Siri AI
Apple ระบุว่า Siri AI จะใช้งานได้เฉพาะอุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence ได้แก่
- iPhone 15 Pro
- iPhone 15 Pro Max
- iPhone 16
- iPhone 16 Plus
- iPhone 16 Pro
- iPhone 16 Pro Max
- iPhone 16e
- iPhone 17
- iPhone 17 Air
- iPhone 17 Pro
- iPhone 17 Pro Max
รวมถึง iPad และ Mac ที่ใช้ชิป Apple Silicon และ iPad mini (2024)
ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ โดยเข้าไปที่ Settings หากพบเมนู Apple Intelligence & Siri แสดงว่าอุปกรณ์ของคุณจะได้รับ Siri AI เมื่อ iOS 27 เวอร์ชันเสถียรเปิดให้อัปเดต
เริ่มต้นในสถานะ Beta
Apple ระบุว่า Siri AI จะเปิดให้ใช้งานในรูปแบบ Beta ช่วงแรก ซึ่งคาดว่าผู้ใช้ต้องเปิดใช้งานด้วยตนเอง (Opt-in) คล้ายกับช่วงทดสอบ iOS 27 Developer Beta ที่ต้องสมัครเข้าร่วมก่อน
แม้ว่า iOS 27 จะรองรับ iPhone ตั้งแต่ iPhone 11 เป็นต้นไป แต่ฟีเจอร์ Apple Intelligence และ Siri AI ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า จึงทำให้ iPhone รุ่นเก่าไม่สามารถใช้งานได้
Siri AI ใหม่ ฉลาดขึ้นและปรับแต่งการใช้งานได้มากกว่าเดิม
Apple ระบุว่า Siri AI เวอร์ชันใหม่ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ ทั้งด้านความสามารถในการทำความเข้าใจผู้ใช้และการปรับแต่งประสบการณ์การใช้งานให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยสามารถรับมือกับคำขอที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวได้ดีกว่าเดิม
Siri สามารถเข้าใจบริบทของบทสนทนา และอ้างอิงข้อมูลจากแอปต่าง ๆ บนอุปกรณ์ เช่น Notes, Messages, Mail และ Photos เพื่อช่วยตอบคำถามหรือดำเนินการตามคำสั่งได้อย่างแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ยังรองรับการสั่งงานหลายขั้นตอน (Chained Commands) และสามารถติดตามบทสนทนาที่ต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง
เบื้องหลังการทำงานคือ Apple Foundation Models ซึ่งเป็นโมเดล AI ที่ทำงานและจัดเก็บอยู่บนตัวอุปกรณ์ (On-device) ช่วยให้ Siri ประมวลผลคำสั่งได้รวดเร็ว ลดการส่งข้อมูลออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ และเสริมความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
สำหรับคำสั่งหรือคำถามที่มีความซับซ้อนมากขึ้น Siri จะส่งต่อไปประมวลผลผ่านโมเดล AI ขนาดใหญ่บนคลาวด์ด้วยระบบ Private Cloud Compute ซึ่ง Apple ระบุว่าข้อมูลของผู้ใช้ยังคงได้รับการปกป้อง และไม่มีบุคคลอื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้
iPhone รุ่นใหม่ได้รับ Siri AI ที่ทรงพลังกว่า
แม้ Siri AI จะรองรับ iPhone หลายรุ่นที่ใช้งาน Apple Intelligence แต่ Apple เปิดเผยว่า iPhone 17 Pro, iPhone 17 Pro Max และ iPhone 17 Air จะได้รับประโยชน์จากโมเดล AI บนตัวเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าอุปกรณ์รุ่นอื่น
การใช้โมเดล AI ที่ทรงพลังกว่าช่วยให้ Siri มีน้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติและแสดงอารมณ์ได้ดีขึ้น พร้อมยกระดับความแม่นยำของระบบรู้จำเสียง (Speech Recognition) และการพิมพ์ด้วยเสียง (Dictation) ให้ตอบสนองได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิม โดยการประมวลผลส่วนใหญ่ยังคงเกิดขึ้นบนตัวอุปกรณ์เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
iPhone รุ่นต่อไปอาจต้องมี RAM มากขึ้น
รายงานยังระบุว่า iPhone 18 Pro และ iPhone Fold ในอนาคต จะรองรับโมเดล AI รุ่นใหม่ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น
ขณะที่นักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo คาดว่า Apple อาจเพิ่ม RAM ของ iPhone 18 รุ่นมาตรฐานเป็น 9GB แต่ Apple ระบุว่าโมเดล AI บนเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจำเป็นต้องใช้ RAM อย่างน้อย 12GB ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่า iPhone 18 รุ่นปกติจะได้รับความสามารถดังกล่าวหรือไม่
สรุป
แม้ Apple Intelligence จะเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้ว แต่หลายฟีเจอร์ยังถูกมองว่าไม่ได้สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม Siri AI เวอร์ชันใหม่ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดของผู้ช่วยอัจฉริยะของ Apple ในรอบหลายปี ด้วยความสามารถในการเข้าใจบริบทของผู้ใช้ อ้างอิงข้อมูลจากแอปต่าง ๆ บนอุปกรณ์ ประมวลผลทั้งบนเครื่องและผ่าน Private Cloud Compute รวมถึงรองรับการสั่งงานที่ซับซ้อนมากขึ้น จึงอาจเป็นหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญที่ทำให้ Apple Intelligence เริ่มแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อ iOS 27 เปิดให้ใช้งานปลายปีนี้









