Close Menu
  • Home
  • Android
    • News
    • Tips
  • Apple
    • iPad
      • News
      • Tips
    • iPhone
      • News
      • Tips
  • WINDOWS
    • News
    • Tips
  • Gaming
    • Game Review
    • PlayStation
    • Nintendo
    • Xbox & PC
    • Mobile
  • Gadget Reviews
    • Accessories
    • Devices
  • Wearable
  • EV Car
  • Miscellaneous
    • News
    • Tips
  • Tips and Tricks
  • Video
  • Cooky Policies
  • ติดต่อโฆษณา
แอพดิสคัสแอพดิสคัส
  • Home
  • Android
    • Tips & Tricks
  • Apple
    • Tips & Tricks
  • Windows
    • Tips & Tricks
  • Gaming
    • Game Review
    • In Spotlight
    • PlayStation
    • Xbox & PC
    • Nintendo
    • Mobile Games
  • Reviews
    • Mobiles & Tablets
    • Game Review
    • Accessories
  • EV Car
  • Miscellaneous
แอพดิสคัสแอพดิสคัส
คุณกำลังอ่าน :Home » Your Updates » รีวิว OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G อัปเกรดกล้อง 50MP รอบตัว พร้อม OPPO Bubble ตัวช่วยเซลฟี่สุดเทรนดี้
Your Updates

รีวิว OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G อัปเกรดกล้อง 50MP รอบตัว พร้อม OPPO Bubble ตัวช่วยเซลฟี่สุดเทรนดี้

OPPO Reno16 Series 5G สมาร์ตโฟนสายคอนเทนต์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x 50MP กล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP, ฟีเจอร์ AI ใหม่บน ColorOS 16 และ OPPO Bubble อุปกรณ์เสริมสุดครีเอทีฟที่ช่วยเปลี่ยนการเซลฟี่ด้วยกล้องหลังให้สนุกและง่ายกว่าที่เคย
25 มิถุนายน 2026Updated:25 มิถุนายน 20269 Mins Read

OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G อัปเกรดกล้อง 50MP พร้อม AI ชุดใหญ่ ใช้งานสนุก

8.1 ยอดเยี่ยม

OPPO Reno16 Series 5G เป็นการอัปเกรดของ Reno Series ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานในทุกด้าน ตั้งแต่ดีไซน์ใหม่ ลวดลายฝาหลังที่ไม่ซ้ำใคร ไปจนถึงระบบกล้องที่ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างชัดเจน มาพร้อมฟีเจอร์ AI ใหม่ สำหรับการถ่ายภาพและการใช้งานให้มีความสนุกมากขึ้น สะดวกมากขึ้น

สำหรับ OPPO Reno16 5G จุดเด่นอยู่ที่ระบบกล้อง 50MP ครบทุกระยะ การรองรับการถ่ายภาพมุมกว้าง 0.6x ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง และการอัปเกรดกล้อง Ultra-Wide มาเป็น 50MP ทำให้เป็นรุ่นที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพและวิดีโอมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนได้อย่างชัดเจน

ขณะที่ OPPO Reno16 F 5G ก็โดดเด่นด้วยการเพิ่มกล้อง Telephoto 50MP รองรับการซูมคมชัด 3.5x เข้ามาให้ แม้จะเป็นรุ่นน้องสุด แต่ก็ถูกยกความสามารถด้านกล้องขึ้นมาอยู่ในระดับเทียบเท่าตัวรุ่นใหญ่กว่าในเรื่องของการซูม และกล้องหน้าเซลฟี่ Ultra-Wide 50MP ก็เป็นกล้องความละเอียดสูงมาก แม้จะเทียบชั้นกับตลาดที่มีราคาสูงกว่าตัวมันเองก็ตาม

ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมหน้าจอ AMOLED 120Hz แบตเตอรี่ความจุสูง ชาร์จไว 80W SUPERVOOC และ ColorOS 16 ที่เพิ่มความสามารถด้าน AI เข้ามาช่วยในหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งภาพ การจัดการเอกสาร การแปลภาษา หรือการเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์

และอุปกรณ์เสริมใหม่ที่เปิดตัวมาพร้อมกันอย่าง OPPO Bubble ก็ช่วยเข้ามาเพิ่มสีสันให้กับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ และชูดความเป็นตัวเองได้โดดเด่นแบบที่ไม่เคยมีแบรนด์ไหนทำมาก่อน

หากมองภาพรวม OPPO Reno16 Series 5G คือสมาร์ตโฟนที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพ การสร้างคอนเทนต์ และการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน โดยที่พวกเขาสามารถใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้จากการสร้างสรรค์ผลงานด้วยชุดเครื่องมือที่มีมาให้ภายในเครื่องตั้งแต่แกะกล่อง ไม่ต้องโหลดแอป ไม่ต้องหาเครื่องมือเพิ่มเติม

โดยยังคงเอกลักษณ์ของ Reno Series ในเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องที่สวยงาม บางเบา ใช้งานง่าย ในราคาเข้าถึงได้ไม่ยากสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นวัยรุ่นหรือวัยเริ่มทำงาน

The Good
  1. รองรับการถ่ายภาพและวิดีโอ Ultra-Wide 0.6x ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
  2. OPPO Reno16 5G มาพร้อมกล้อง 50MP ครบทุกระยะ ทั้งกล้องหลัก Ultra-Wide และ Telephoto
  3. OPPO Reno16 F 5G เพิ่มกล้อง Telephoto 3.5x 50MP และกล้องหน้า Ultra-Wide 50MP จากรุ่นก่อน
  4. ฟีเจอร์ AI คอลลาจ และ POP Cam เพิ่มความสนุกในการสร้างคอนเทนต์อย่างมาก
  5. หน้าจอ AMOLED 120Hz ทั้งสองรุ่น ให้ภาพสวยและใช้งานลื่นไหล
  6. แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,700mAh และ 7,000mAh พร้อมชาร์จไว 80W SUPERVOOC แบตอึดมากและชาร์จไว
  7. มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP66, IP68, IP69 และ IP69K มาตรฐานระดับสูงสุด กันน้ำแรงดันสูงระยะใกล้ได้ทุกทิศทาง
  8. สวยงาม แปลกตา ดีไซน์ดวงดาว 3 มิติครั้งแรกของอุตสาหกรรม
  9. ColorOS 16 มีฟีเจอร์ AI ครอบคลุมทั้งการถ่ายภาพ การทำงาน และการเชื่อมต่ออุปกรณ์
  10. รองรับอัปเดตระบบปฏิบัติการ 5 เวอร์ชัน และอัปเดตความปลอดภัยนาน 6 ปี
The Bad
  1. ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม.
  2. ไม่รองรับ microSD card เพิ่มความจุ
  3. OPPO Bubble เป็นอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อแยกจากตัวเครื่อง
  • ความคุ้มค่าต่อราคา 7.5
  • ประสิทธิภาพ 8
  • วัสดุและการประกอบ 8.5
  • กล้องถ่ายรูป 8.5
  • ฟังก์ชันและประโยชน์ในการใช้งาน 8

OPPO Reno16 Series 5G กลับมาพร้อมการอัปเกรดที่ชัดเจนในหลายด้าน โดยเฉพาะประสบการณ์การถ่ายภาพที่ถูกยกระดับขึ้นจากรุ่นก่อน รองรับการถ่ายมุมกว้างพิเศษครบ ทั้งกล้องหน้าและกล่้องหลัง

ไม่ว่าจะเป็น OPPO Reno16 5G ที่โดดเด่นด้วยชุดกล้องความละเอียด 50MP ทั้ง 3 ตัว พร้อมกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP และกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x สำหรับการถ่ายภาพบุคคลที่มีมิติและสีผิวดูเป็นธรรมชาติ ขณะที่ OPPO Reno16 F 5G ก็ได้รับการอัปเกรดสำคัญด้วยการเพิ่มกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x 50MP และกล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

นอกจากเรื่องกล้องแล้ว ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมดีไซน์ดวงดาว 3 มิติที่สร้างความโดดเด่นแตกต่างจากสมาร์ตโฟนทั่วไป พร้อมฟีเจอร์สร้างสรรค์คอนเทนต์อย่าง AI คอลลาจภาพและวิดีโอ รวมถึง Pop Cam ที่ช่วยสร้างสไตล์ภาพถ่ายแนวฟิล์มได้อย่างสนุกสนาน ขณะที่ OPPO Bubble อุปกรณ์เสริมใหม่ที่มาพร้อมกับการเปิดตัวในซีรีส์นี้ ก็เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่เพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพและสร้างคอนเทนต์ ให้การใช้งานกล้องหลังเป็นเรื่องง่ายและสนุกมากยิ่งขึ้น

Advertisement
Advertisement
Advertisement

ในรีวิวนี้ เราจะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของ OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G ตั้งแต่กล้องถ่ายภาพ งานออกแบบ ประสบการณ์การใช้งาน และฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ไปจนถึงการใช้งานร่วมกับ OPPO Bubble เพื่อดูว่าการอัปเกรดในรอบนี้ของ OPPO จะให้ประสบการณ์การใช้งานได้น่าพอใจมากน้อยเพียงใด และรุ่นไหนจะเหมาะกับสไตล์การใช้งานของคุณมากที่สุดครับ

ในบทความนี้

  • OPPO Reno16 5G การอัปเกรดกล้องครั้งใหญ่ กับระบบกล้อง 50MP ทั้งชุด
  • OPPO Reno16 F 5G อัปเกรดประสบการณ์ถ่ายภาพสำคัญ ด้วย Telephoto 50MP และเซลฟี่ Ultra-Wide 50MP
  • AI คอลลาจภาพและวิดีโอ เปลี่ยนทุกโมเมนต์ให้เป็นคอนเทนต์ในสไตล์ของตัวเอง
  • OPPO Bubble อุปกรณ์เสริมสุดครีเอทีฟ ตัวช่วยเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง ที่ทำได้มากกว่าหน้าจอแสดงผล
  • ดีไซน์ใหม่ของ OPPO Reno16 Series 5G แรงบันดาลใจจากแสงและสีสันของดวงดาว
  • หน้าจอ AMOLED 120Hz สีสันสดใส
  • แบตเตอรี่ความจุสูง พร้อมชาร์จไว 80W SUPERVOOC
  • ประสิทธิภาพการทำงาน ชิปเซ็ตรุ่นใหม่ พร้อมหน่วยความจำความเร็วสูง
  • การใช้งาน ColorOS 16 และฟีเจอร์ AI ที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น
  • บทสรุปท้ายรีวิว OPPO Reno16 Series 5G
  • พิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งจอง OPPO Reno16 Pro 5G ในช่วงพรีออเดอร์
  • ราคา OPPO Reno16 Series 5G

OPPO Reno16 5G การอัปเกรดกล้องครั้งใหญ่ กับระบบกล้อง 50MP ทั้งชุด

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของ OPPO Reno16 5G คือการอัปเกรดระบบกล้องครั้งใหญ่ โดยเฉพาะกล้องมุมกว้างพิเศษ (Ultra-Wide) ที่ถูกยกระดับจาก 8MP ในรุ่นก่อนมาเป็น 50MP ทำให้ชุดกล้องของ Reno16 5G กลายเป็นสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมกล้องความละเอียด 50MP ครบทั้งสามตัว รองรับการถ่ายภาพได้หลากหลายสถานการณ์มากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การเก็บวิวมุมกว้าง การถ่ายบุคคล ไปจนถึงการถ่ายวิดีโอ 4K มุมกว้างพิเศษทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

สเปกระบบกล้อง OPPO Reno16 5G

  • กล้องหลัก 50MP (LYT-600) พร้อมระบบกันสั่น OIS สำหรับการถ่ายภาพในทุกสภาพแสง
  • กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP ระยะ 16mm พร้อม Auto Focus รองรับการถ่ายภาพและวิดีโอที่ระยะ 0.6x เก็บรายละเอียดได้กว้างกว่าเดิม พร้อมเป็นจุดอัปเกรดสำคัญจาก Ultra-Wide 8MP ในรุ่นก่อน
  • กล้อง Telephoto 50MP ระยะ 80mm พร้อม OIS รองรับการถ่ายภาพบุคคลและซูม 3.5x ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • กล้องหน้า 50MP พร้อม Auto Focus รองรับการถ่ายเซลฟี่และวิดีโอความละเอียดสูง

ฟีเจอร์กล้องครบ การปรับแต่งใบหน้า โทนสีภาพใหม่ๆ ฟิลเตอร์ใหม่ๆ รุ่นนี้ใช้ถ่ายภาพกันไม่เบื่อแน่นอน

นอกจากภาพนิ่งแล้ว OPPO Reno16 5G ยังรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K มุมกว้างพิเศษ 0.6x ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง รวมถึงฟีเจอร์ 4K ปรับเฟรมตรงอัตโนมัติ ที่ช่วยรักษาเส้นขอบฟ้าหรือเส้นอาคารให้ตรงเมื่อพบว่าผู้ใช้งานถือเครื่องเอียง (เล็กน้อย) ระหว่างบันทึกวิดีโอ

เปิดใช้งานในการตั้งค่ากล้อง
ภาพวิดีโอจะถูกปรับให้ตรงกับเส้นขอบฟ้า

Telephoto 50MP ถ่ายคนสวยเป็นธรรมชาติ

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Reno16 5G คือกล้อง Telephoto ความละเอียด 50MP ระยะ 80mm ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคล โดยช่วยดึงฉากหลังเข้ามาใกล้ตัวแบบมากขึ้น ทำให้ภาพดูมีมิติและโดดเด่นกว่าการถ่ายด้วยกล้องหลัก

กล้องตัวนี้เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ระยะไกล ทั้งในโหมดปกติที่ยังคงเก็บรายละเอียดของฉากหลังไว้ได้ครบถ้วน และโหมด Portrait ไม่ว่าจะเลือกใช้โหมดไหน ก็ทำให้ได้ภาพบุคคลที่ดูคม เป็นธรรมชาติ พร้อมสีผิวที่สวยสมจริง

Ultra-Wide 50MP จุดเปลี่ยนสำคัญของ Reno16 5G

หากมองเฉพาะเรื่องฮาร์ดแวร์กล้อง การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของ Reno16 5G คือการอัปเกรดกล้องมุมกว้างพิเศษจาก 8MP ในรุ่นก่อนขึ้นมาเป็น 50MP ซึ่งช่วยให้ภาพมุมกว้างมีรายละเอียดสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการถ่ายภาพวิว สถาปัตยกรรม หรือภาพกลุ่มที่ต้องการเก็บองค์ประกอบในเฟรมจำนวนมาก

สำหรับสายเซลฟี่ Reno16 5G มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 50MP ที่รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษ 0.6x ช่วยให้การถ่ายภาพกลุ่มหรือการถ่าย Vlog ด้วยตัวเองทำได้สะดวกมากขึ้น สามารถเก็บทั้งตัวบุคคลและบรรยากาศโดยรอบได้ในเฟรมเดียว กล้องหน้าก็เซลฟี่มุมกว้าง 50MP เก็บภาพได้กว้างแม้จะถือถ่ายด้วยตัวเอง แถมความคมชัดสูง ภาพทั้งกล้องหลังและกล้องหน้าออกมาดีมากครับ

OPPO Reno16 5G ตัวเดียว จึงคมชัดทุกระยะ เพราะเป็นเลนส์ 50MP ทุกเลนส์ตั้งแต่กล้องหน้า กล้อง Tele กล้องมุมกว้าง จะระยะไหนก็คมได้หมดครับ

OPPO Reno16 F 5G อัปเกรดประสบการณ์ถ่ายภาพสำคัญ ด้วย Telephoto 50MP และเซลฟี่ Ultra-Wide 50MP

สำหรับ OPPO Reno16 F 5G การอัปเกรดที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นนี้คือการเพิ่มกล้อง Telephoto ความละเอียด 50MP เข้ามาเป็นครั้งแรกในซีรีส์ ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับการถ่ายภาพบุคคลด้วยระยะซูม 3.5x ที่เหมาะสำหรับการถ่ายคนโดยเฉพาะ สามารถดึงฉากหลังเข้ามาใกล้ตัวแบบได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมให้มิติภาพที่สวยแตกต่างจากการถ่ายด้วยกล้องหลักทั่วไป

โดยปกติกล้อมซูม 3.5x คมๆ แบบนี้หายากมากในกลุ่มราคาหมื่นกลาง แต่ OPPO Reno16 F 5G ใส่เข้ามาให้แล้วครับ และก็ยังมาพร้อมกล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP ที่รองรับการถ่ายภาพ Ultra-Wide 0.6x ช่วยให้การเซลฟี่กลุ่ม การถ่าย Vlog หรือการเก็บบรรยากาศรอบตัวทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น จึงถือว่าเป็นเครื่องที่ไม่ธรรมดาเลยสำหรับสเปกด้านกล้อง

สเปกระบบกล้อง OPPO Reno16 F 5G

  • กล้องหลัก 50MP พร้อมระบบกันสั่น OIS
  • กล้องมุมกว้างพิเศษ 8MP
  • กล้อง Telephoto 50MP ระยะ 92mm พร้อม OIS รองรับการถ่ายภาพบุคคลที่ระยะ 3.5x
  • กล้องหน้า Ultra-Wide 50MP พร้อม Auto Focus รองรับการถ่ายภาพมุมกว้าง 0.6x
  • รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

กล้อง Telephoto 50MP ระยะ 3.5x อัปเกรดครั้งสำคัญของ Reno16 F 5G

จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดของ OPPO Reno16 F 5G คือการเพิ่มกล้อง Telephoto ความละเอียด 50MP เข้ามาเป็นครั้งแรก จากเดิมที่รุ่นก่อนหน้าไม่มีเลนส์ Telephoto ให้ใช้งาน ทำให้การถ่ายภาพบุคคลมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายที่ระยะ 3.5x ซึ่งเป็นระยะที่ช่วยดึงฉากหลังเข้ามาใกล้ตัวแบบ เกิดมิติภาพที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการถ่ายคนในชีวิตประจำวันโดยไม่จำเป็นต้องใช้โหมด Portrait ก็สามารถได้ภาพที่ดูโดดเด่นและมีมิติมากขึ้น

OPPO Reno16 F 5G จึ่งกินระยะครอบคลุมการถ่ายที่คมชัดได้ไกลกว่ามาตรฐาน พกพาไปใช้งานตอนไปเที่ยวได้สบาย จากที่ทดสอบไม่ใช่แค่ระยะ 3.5x เท่านั้น แต่หวังผลได้ตั้งแต่ 0.6x ไปจนถึง 7x ก็ยังคมชัดอยู่เลยครับ

กล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP เก็บคนครบ เก็บวิวได้กว้างกว่าเดิม

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือกล้องหน้าความละเอียด 50MP ที่รองรับการถ่ายภาพ Ultra-Wide 0.6x ช่วยแก้ปัญหาการเซลฟี่กลุ่มหรือการถ่ายคอนเทนต์ที่ต้องการเก็บบรรยากาศรอบตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายกับเพื่อน การถ่ายระหว่างเดินทาง หรือการทำ Vlog ด้วยตัวเอง ก็สามารถเก็บทั้งตัวบุคคลและฉากหลังได้ครบถ้วนในเฟรมเดียว

1x
0.6x

POP Cam เปลี่ยนภาพถ่ายธรรมดาให้กลายเป็นภาพสไตล์กล้องฟิล์มสุดเทรนดี้

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน OPPO Reno16 Series 5G คือ POP Cam โหมดถ่ายภาพสไตล์ฟิล์มหรือกล้องยุคเก่า ที่ถูกใส่เข้าไปไว้ในแอปกล้องโดยตรง

ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างภาพถ่ายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของกล้องเทคโนโลยีเก่าในหลายรูปแบบ เลือกใช้แต่ละฟิลเตอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาแต่งภาพภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นโทนสีสไตล์กล้องดิจิทัลยุค 2000, กล้องฟิล์ม Instant, เอฟเฟกต์กล้องเก่าแสงรั่ว หรือฟิล์มโทนสีเฉพาะ ที่ให้บรรยากาศแตกต่างกันในแต่ละสไตล์

ซึ่งแต่ละฟิลเตอร์ทำงานร่วมกันได้กับแสงแฟลชอัตโนมัติ ทำภาพออกมาได้สมจริงแบบกล้องเก่าจริงๆ ไม่ได้ใส่ฟิลเตอร์ตายตัวที่จะเหมือนกันทุกภาพ

จากการทดลองใช้งาน POP Cam มีจุดเด่นคือสามารถเลือกโทนภาพให้เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างหลากหลาย เช่น Flux ที่เพิ่มเอฟเฟกต์แสงรั่วให้ภาพดูมีลูกเล่นมากขึ้น, Portra Film ที่ให้โทนสีอบอุ่นนุ่มนวลเหมาะกับการถ่ายบุคคล, Positive Film ที่เน้นสีสันสดใสมีชีวิตชีวา

ความน่าสนใจของ POP Cam คือออกแบบ UI มาได้น่าใช้มาก สลับโหมดแล้วเห็นผลได้แบบเรียลไทม์ตั้งแต่ก่อนเลือกใช้ถ่ายจริงเลยครับ

AI คอลลาจภาพและวิดีโอ เปลี่ยนทุกโมเมนต์ให้เป็นคอนเทนต์ในสไตล์ของตัวเอง

นอกจากการอัปเกรดด้านกล้องแล้ว OPPO Reno16 Series 5G ยังมาพร้อมฟีเจอร์อัปเกรดล่าสุด ที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการสร้างสรรค์คอนเทนต์อย่าง AI คอลลาจภาพและวิดีโอ ที่ช่วยรวมหลายโมเมนต์ให้อยู่ในเฟรมเดียวได้แบบง่าย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งแอปพลิเคชันภายนอก

ผู้ใช้สามารถเลือกภาพนิ่ง วิดีโอ หรือ Motion Photo มาเป็นพื้นหลัง พร้อมเพิ่มสติ๊กเกอร์ที่ตัดจากภาพหรือวิดีโออื่น ๆ เพื่อจัดวางองค์ประกอบได้อย่างอิสระในสไตล์ที่ต้องการ

จุดเด่นของฟีเจอร์นี้คือความสามารถ “การตัดวิดีโอด้วย AI” มันคือความสามารถของ AI ที่จะทำการคัทเอาท์ภาพบุคคลเคลื่อนไหวออกมาจากไฟล์วิดีโอหรือไฟล์ภาพได้อัตโนมัติ ทำง่ายในทัชเดียว แล้วนำมาวางบนภาพอื่น ผู้ใช้ยังสามารถปรับขนาด ย้ายตำแหน่ง และจัดลำดับเลเยอร์ใหม่ พร้อมเพิ่มข้อความตกแต่ง ติดสติ๊กเกอร์ หรือเพิ่มลายเส้นวาดมือลงไปในภาพได้ตามต้องการ

และก็บันทึกทั้งหมดออกมาเป็นผลงานที่พร้อมแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันที

เสริม เติม แต่ง ได้ตามสไตล์ความคิดสร้างสรรค์ของใครของมัน เป็นฟีเจอร์ที่น่ารักมาก ^^ ใช้ฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอปเสริมใดๆ สะดวกมากครับ

  • *แต่จะมีจุดที่แตกต่างกันของสองรุ่น สำหรับ OPPO Reno16 5G ฟีเจอร์ AI คอลลาจจะรองรับ “การตัดวิดีโอด้วย AI” ที่จะทำคัทเอาท์ภาพบุคคลได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ เพื่อทำเป็นสติ๊กเกอร์นำมาวางรวมไว้ในเฟรมเดียวกันได้
  • **สำหรับ OPPO Reno16 F 5G จะรองรับแค่ “การตัดอัจฉริยะด้วย AI” ที่จะทำคัทเอาท์ได้เฉพาะภาพนิ่งเพื่อทำเป็นสติ๊กเกอร์ แต่ยังคงสามารถจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ลงไปบนวิดีโอหรือภาพนิ่งได้เหมือนกัน และการตกแต่งสติ๊กเกอร์อื่นๆ ก็ทำได้เหมือนกันทั้งหมด

นอกจากจะมี AI คอลลาจภาพและวิดีโอ ก็ยังมีการทำภาพคอลลาจแบบมีมิติ หรือภาพทะลุกรอบนั้นเอง ตอนนี้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่ไม่ได้จำกัดแค่ทำภาพเลยกรอบแค่บุคคลอีกต่อไปแล้ว แต่สามารถใช้กับอาคาร สิ่งก่อสร้าง ให้เลยทะลุกรอบออกมาได้ด้วยครับ

OPPO Bubble อุปกรณ์เสริมสุดครีเอทีฟ ตัวช่วยเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง
ที่ทำได้มากกว่าหน้าจอแสดงผล

นอกจากสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ใน Reno16 Series 5G แล้ว OPPO ยังเปิดตัว OPPO Bubble อุปกรณ์เสริมดีไซน์น่ารักขนาดพกพาที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสนุกในการใช้งานสมาร์ตโฟน โดยเฉพาะสำหรับสายคอนเทนต์และผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง เพราะ OPPO Bubble ไม่ได้เป็นเพียงหน้าจอแสดงผลขนาดเล็กเท่านั้น แต่ยังสามารถทำหน้าที่เป็นรีโมตควบคุมกล้องผ่าน Bluetooth ได้อีกด้วย

ตัวอุปกรณ์รองรับการสัมผัสหน้าจอ มีระบบล็อกหน้าจอและปุ่มเปิด-ปิดการทำงานในตัว รวมถึงรองรับการยึดติดกับอุปกรณ์ผ่านระบบแม่เหล็กโดยตรง สามารถใช้งานร่วมกับเคสแม่เหล็กได้ทันที และสำหรับผู้ที่ไม่มีเคสแม่เหล็ก ภายในกล่องยังมีวงแหวนแม่เหล็กแบบกาวสำหรับติดตั้งเพิ่มเติมมาให้พร้อมใช้งานอีกด้วย

จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดคือการทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง ผู้ใช้งานสามารถดูภาพ Preview ผ่านหน้าจอของ OPPO Bubble พร้อมกดชัตเตอร์ถ่ายภาพได้โดยตรง รองรับการตั้งเวลาถ่ายภาพ 0, 3 และ 10 วินาที รวมถึงรองรับปรับการซูมได้ตั้งแต่ 0.6x, 1x, 2x และ 3.5x ตามความสามารถของสมาร์ตโฟนแต่ละรุ่น

โดยเฉพาะระยะ Ultra-Wide 0.6x ที่ช่วยให้การถ่ายภาพกลุ่มหรือการถ่ายคอนเทนต์ด้วยตัวเองทำได้ง่ายขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานในโหมดการถ่ายภาพได้หลายโหมด ทั้ง Photo, Video, Portrait, Night, POP และ Pro ซึ่งซิงก์กับตัวอุปกรณ์ OPPO Reno16 5G Series ได้โดยตรง

การเชื่อมต่อของ OPPO Bubble ใช้ Bluetooth ทำให้รองรับการควบคุมจากในระยะไกลประมาณ 10 เมตรได้ ไม่จำเป็นต้องติดกับตัวเครื่องตลอดเวลา วางเครื่องไว้และใช้เป็นชัตเตอร์กดถ่ายภาพจากระยะไกล และยังมองเห็นตัวเองได้จากหน้าจอไปพร้อมกัน

เกาะประเด็น:  Sony เปิดตัว LYTIA L910 เซ็นเซอร์มือถือใหม่ ใช้ LOFIC ดัน HDR ได้สูงถึง 100 dB

มาพร้อมแอปพลิเคชันสำหรับจัดการอุปกรณ์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตซอฟต์แวร์ ปรับแต่งการทำงาน หรือเปลี่ยนภาพบนหน้าจอได้โดยตรงจากสมาร์ตโฟน ทำให้การใช้งานเป็นไปอย่างสะดวกและเป็นมิตรกับผู้ใช้

อีกหนึ่งลูกเล่นที่ทำให้ OPPO Bubble แตกต่างจากอุปกรณ์เสริมทั่วไปคือหน้าจอแสดงผลที่สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ ผู้ใช้งานสามารถเลือกแสดงภาพอนิเมชั่นเคลื่อนไหวที่มีให้เลือกใช้ภายในแอป หรือจะใส่เป็นภาพกราฟิก ตัวการ์ตูน ภาพถ่ายส่วนตัว หรือแม้แต่ศิลปินคนโปรด ก็สามารถสร้างได้เองผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน พร้อมเปลี่ยนรูปหน้าจอได้ตลอดเวลาตามอารมณ์หรือสไตล์ที่ต้องการได้จากทั้งในสมาร์ตโฟนและตัว OPPO Bubble เอง

ช่วยให้ตัวอุปกรณ์กลายเป็นไอเทมแฟชั่นที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้มากกว่าจะเป็นเพียงอุปกรณ์เสริมด้านเทคโนโลยี  โดยทาง OPPO ได้ออกอุปกรณ์เสริมสุดน่ารักเข้ามาให้ใช้งานพร้อมกันด้วย ทั้งเคสซิลิโตนที่เป็นพวงกุญแจในตัว

พวงกุญแจเคสหนังดีไซน์พิเศษ ที่ใส่ OPPO Bubble เข้าไปแล้ว กลายเป็นอุปกรณ์บ่งบอกตัวตนที่เด่นสะดุดตามาก

สเปก OPPO Bubble

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.73 นิ้ว
  • ความละเอียด 466 × 466 พิกเซล (266 PPI)
  • ความสว่างสูงสุด 600 nits ปรับระดับความสว่างได้ 3 ระดับ
  • แบตเตอรี่ความจุ 560mAh
  • มาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น IP54
  • ขนาดตัวเครื่อง 58 × 58 × 7 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักเพียง 27.5 กรัม

หน้าจอของ OPPO Bubble สามารถเปิดการแสดงผลต่อเนื่องได้นานสูงสุดถึง 4 ชั่วโมงโดยไม่ต้องพักจอ ขณะที่แบตเตอรี่จากที่ลองใช้งานก็รองรับการแสดงผลภาพนิ่งได้มากกว่า 20 ชั่วโมง ถ้าเป็นภาพอนิเมชั่นเคลื่อนไหวก็ประมาณ 7 ชั่วโมง ทำให้สามารถพกติดตัวออกจากบ้านตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นได้อย่างสบายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบต

ด้วยความสามารถที่ผสานทั้งหน้าจอแสดงผลส่วนตัว รีโมตควบคุมกล้อง และอุปกรณ์ช่วยเซลฟี่กล้องหลังเข้าไว้ในชิ้นเดียว OPPO Bubble จึงเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การใช้งาน Reno16 Series 5G ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการสร้างคอนเทนต์และต้องการความแตกต่างจากอุปกรณ์เสริมสมาร์ตโฟนแบบเดิม ๆ

ดีไซน์ใหม่ของ OPPO Reno16 Series 5G แรงบันดาลใจจากแสงและสีสันของดวงดาว

นอกเหนือจากการอัปเกรดด้านกล้องและฟีเจอร์ AI แล้ว OPPO Reno16 Series 5G ยังได้รับการออกแบบใหม่ที่เน้นความสวยงามควบคู่ออกมาพร้อมกันด้วย ทั้งสองรุ่นยังใช้รูปทรงที่ได้รับความนิยมมาเสมอของ Reno Series ที่ให้ความสำคัญกับการจับถือในชีวิตประจำวัน ตัวเครื่องที่บาง น้ำหนักเบา และขอบตัวเครื่องโค้งรับกับฝ่ามือ

ในส่วนของขนาดตัวเครื่อง OPPO Reno16 5G จะเน้นความกะทัดรัดเป็นพิเศษ ด้วยตัวเครื่องบางเพียง 8.22 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 182 กรัม (สี Twilight Violet และ Dream Purple) ทำให้เป็นรุ่นที่จับถือและใช้งานมือเดียวได้สะดวก

สีที่เห็นคือสี Dream Purple เป็นสีม่วงบนผิวสัมผัสกึ่งด้าน ให้ความรู้สึกถึงความสุขุม โรแมนติกในแบบร่วมสมัย มีความปราณีตในการผลิต

ขณะที่ OPPO Reno16 F 5G มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.57 นิ้ว ให้พื้นที่การใช้งานมากขึ้น พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 7000mAh โดยยังคงรักษาความบางของตัวเครื่องไว้ที่ 8.44 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 195 กรัม

สำหรับเครื่อง OPPO Reno16 F 5G  ที่เราได้รับมาทดสอบในครั้งนี้คือเครื่องสี Pop White  ดีไซน์ดวงดาว 3 มิติครั้งแรกของอุตสาหกรรม ได้รับแรงบันดาลใจจากวงโคจรของดวงดาว ผลิตด้วยเทคนิคโครงสร้างพิเศษ 3 ชั้นภายในฝาหลัง โปรเจกเตอร์จิ๋วนับล้านตัวจะช่วยหักเหแสงเพื่อถ่ายทอดภาพออกมาเป็น 3 มิติ เราะจะมองเห็นดวงดาวและเส้นวงโคจรลอยอยู่เหนือฝาหลังในระยะ 5-15 มิลลิเมตรได้จริง แม้จะมองด้วยตาเปล่า

แปลกตา โดดเด่น และไม่เหมือนใคร สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นเลยกับฝาหลังของสี Pop White ของรุ่นนี้

และอีกหนึ่งสีที่ไม่เห็นในบทความนี้คือ Twilight Violet เป็นสีที่เมื่อกระทบกับแสงจะเกิดมิติและเฉดสีที่เปลี่ยนไปตามมุมมอง ช่วยให้ตัวเครื่องดูมีชีวิตชีวาและสะดุดตา

ซึ่งทั้งสองรุ่นทั้ง OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G จะมีเข้ามาจำหน่าย 3 สีเหมือนกัน Pop White, Dream Purple และ Twilight Violet

นอกจากความสวยงามแล้ว ทั้ง OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G ยังมาพร้อมมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่นระดับสูง IP66, IP68, IP69 และ IP69K ซึ่งเป็นการอัปเกรดมาในระดับสูงสุดของอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟน ป้องกันฝุ่นและน้ำแรงดันสูงได้จากทุกทิศทาง และทนต่อน้ำร้อนอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสได้แม้จะถูกฉีดเข้ามาจากในระยะใกล้ เป็นระดับความทนทานที่เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานได้มากที่สุดแล้วในปัจจุบันครับ

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของ Reno16 Series 5G คือการนำ AI Snap Key มาใช้งานเป็นครั้งแรกใน Reno Series หลังจากก่อนหน้านี้ฟีเจอร์นี้ถูกสงวนไว้เฉพาะสมาร์ตโฟนในตระกูล Find Series เท่านั้น ซึ่งเป็นการสวนทางกับผู้ผลิตเจ้าอื่นที่พยายามลดต้นทุนลง

หน้าจอ AMOLED 120Hz สีสันสดใส

OPPO Reno16 Series 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ที่ให้สีสันสดใส คอนทราสต์สูง และรองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz ช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันมีความลื่นไหลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนหน้าโซเชียลมีเดีย รับชมวิดีโอ หรือเล่นเกม โดยทั้งสองรุ่นยังรองรับการแสดงผลสีแบบ 10-bit ช่วยให้การไล่เฉดสีมีความละเอียดและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

สำหรับ OPPO Reno16 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.32 นิ้ว ความละเอียด 2640 × 1216 พิกเซล ความหนาแน่น 460 PPI รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz พร้อมความสว่างสูงสุด 3600 nits และความสว่างทั่วหน้าจอ 1800nits และรองรับเทคโนโลยีสแกนนิ้วบนหน้าจอโดยตรง

ขณะที่ OPPO Reno16 F 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย 6.57 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2372 × 1080 พิกเซล ความหนาแน่น 397 PPI รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz และการแสดงผลสีแบบ 10-bit เช่นเดียวกัน โดยมีความสว่างสูงสุด 1400nits ในโหมด High Brightness และความสว่างทั่วหน้าจอ 600nits รองรับเทคโนโลยีสแกนนิ้วบนหน้าจอโดยตรงด้วยเช่นกัน

จากการใช้งานจริง ทั้งสองรุ่นให้ประสบการณ์การแสดงผลที่ดีในคนละรูปแบบ โดย Reno16 5G จะโดดเด่นเรื่องความคมชัดและความสว่างระดับเรือธงจากหน้าจอความละเอียดสูง ขณะที่ Reno16 F 5G จะได้เปรียบเรื่องพื้นที่การแสดงผลที่ใหญ่กว่า เหมาะกับการรับชมคอนเทนต์ เล่นเกม หรือใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกันบนหน้าจอขนาดใหญ่

ทั้งสองรุ่นเป็นระบบลำโพงคู่สเตอริโอ รองรับระบบเสียง Ultra Volume สามารถเร่งเสียงได้ดังมากกว่าปกติถึง 300% เสียงดังชัดมากแม้จะใช้งานภายนอกอาคาร

แบตเตอรี่ความจุสูง พร้อมชาร์จไว 80W SUPERVOOC

อีกหนึ่งจุดเด่นของ OPPO Reno16 Series 5G คือการอัปเกรดแบตเตอรี่ให้มีความจุมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 80W SUPERVOOC ที่ช่วยลดเวลาการชาร์จและเพิ่มความสะดวกในการใช้งานตลอดทั้งวัน

สำหรับ OPPO Reno16 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ Silicon-Carbon ความจุ 6700mAh ซึ่งถือเป็นความจุที่สูง ใช้งานทั่วไปได้อย่างต่อเนื่องตลอดวัน และยังคงรักษาความบางและน้ำหนักตัวเครื่องเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ OPPO Reno16 F 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 7000mAh เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการสมาร์ตโฟนที่เน้นความอึดเป็นพิเศษ ไม่ต้องพกพาพาวเวอร์แบงก์บ่อยครั้ง

แม้จะมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่ แต่ทั้งสองรุ่นยังรองรับระบบชาร์จเร็ว 80W SUPERVOOC ช่วยให้สามารถเติมพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว ลดเวลาการรอชาร์จ ทั้งคู่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ต่างกันเล็กน้อยแค่ไม่กี่นาที สามารถชาร์จไฟกลับมาได้ 50% ในเวลาประมาณแค่ 30 นาทีเท่านั้นครับ

ทั้งสองรุ่น รองรับการชาร์จแบบบายพาสด้วยนะครับ เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิตัวเครื่องในการใช้งานพร้อมกับชาร์จแบตแบบต่อเนื่อง เช่นในขณะเล่นเกม และช่วยถนอมอายุแบตเตอรี่ได้ในระยะยาวด้วยครับ

ประสิทธิภาพการทำงาน ชิปเซ็ตรุ่นใหม่ พร้อมหน่วยความจำความเร็วสูง

OPPO Reno16 Series 5G ได้รับการอัปเกรดด้านประสิทธิภาพการทำงานด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งการใช้งานทั่วไป การสร้างคอนเทนต์ การถ่ายภาพ และการใช้งานฟีเจอร์ AI บนตัวเครื่อง โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมหน่วยความจำความเร็วสูง LPDDR5X แบบเครื่องเรือธง และให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ช่วยให้การเปิดแอป การสลับงานหลายอย่างพร้อมกัน และการจัดเก็บภาพถ่ายหรือวิดีโอความละเอียดสูงทำได้อย่างราบรื่น

สำหรับ OPPO Reno16 5G เลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลรุ่นใหม่ที่มอบทั้งประสิทธิภาพและการจัดการพลังงานที่ดี เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการสมาร์ตโฟนที่ตอบสนองรวดเร็ว รองรับการเล่นเกม การตัดต่อคอนเทนต์ และการใช้งาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ OPPO Reno16 F 5G มาพร้อมชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300 ซึ่งเน้นความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย การรับชมคอนเทนต์ การเล่นเกม หรือการใช้งานฟีเจอร์ AI ต่าง ๆ โดยรุ่นที่ได้รับมาทดสอบมาพร้อม RAM 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 512GB เช่นเดียวกัน

การใช้งาน ColorOS 16 และฟีเจอร์ AI ที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากฮาร์ดแวร์ที่ได้รับการอัปเกรดแล้ว OPPO Reno16 Series 5G ยังมาพร้อม ColorOS 16 ที่เพิ่มความสามารถด้าน AI เข้ามาช่วยทั้งการถ่ายภาพ การจัดการข้อมูล และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สะดวกยิ่งขึ้น โดยหลายฟีเจอร์ถูกออกแบบมาเพื่อลดขั้นตอนการทำงานในชีวิตประจำวัน และช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

AI Snap Key ปุ่มลัดอัจฉริยะครั้งแรกบน Reno Series

Reno16 Series 5G ยังเป็น Reno Series รุ่นแรกที่ได้รับ AI Snap Key ปุ่มลัดอัจฉริยะที่ก่อนหน้านี้มีให้ใช้งานเฉพาะในสมาร์ตโฟนตระกูล Find Series โดยผู้ใช้งานสามารถใช้ปุ่มดังกล่าวเพื่อเข้าถึงกล้อง ฟังก์ชัน AI หรือคำสั่งที่ใช้งานบ่อยได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดขั้นตอนในการเข้าถึงเมนูต่าง ๆ และเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

โดย AI Snap Key เป็นปุ่มลัดที่ช่วยให้เข้าถึง AI หรือการใช้งานที่ตั้งค่าไว้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยค่าพื้นฐานจะตั้งไว้เป็นความสามารถของ AI Mind Space ให้เรากดได้ทันทีที่อยากจะจัดเก็บหรือบันทึกอะไรไว้ เพื่อนำเข้าสู่ระบบให้เรียบเร็ง จัดเก็บ และอธิบายข้อมูลของสิ่งที่บันทึกมาได้ทันที

เสริมด้วย AI Writer ตัวช่วยเขียน , AI Translation แปลภาษา และ AI VoiceScribe ตัวถอดเสียงสรุปบทสนทนา ทั้งหมดรองรับภาษาไทยสมบูรณ์ ทำให้ AI รุ่นนี้สามารถเป็นเครื่องมือช่วยทำงานได้พอสมควรเลยครับ

AI Portrait Glow ปรับแสงใบหน้าให้ดูโดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติ

AI Portrait Glow เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยปรับแต่งภาพบุคคลโดยอาศัย AI ในการวิเคราะห์แสง สีผิว และองค์ประกอบของภาพ ก่อนเพิ่มความสว่างและความสมดุลให้กับใบหน้าอย่างเหมาะสม ช่วยให้ภาพดูโดดเด่นขึ้นโดยไม่สูญเสียรายละเอียดของผิวหรือทำให้ส่วนอื่นของภาพดูหลอกตาเกินไป จะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนจากภาพ Before และ After โดยจะไม่กระทบกับฉากรอบตัวในภาพเลย

AI Eraser 2.0 ลบคนและวัตถุได้เนียนกว่าเดิม

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันคือ AI Eraser 2.0 ที่ช่วยลบคน วัตถุ หรือสิ่งรบกวนสายตาออกจากภาพได้อย่างรวดเร็ว โดยในเวอร์ชั่นใหม่เก่งขึ้นมาก สามารถสแกนผู้คนได้โดยอัตโนมัติแบบเก่งขึ้น แม้จะมีสิ่งบดบัง มองลำบาก ก็ยังสามารถแยกมนุษย์ออกจากสิ่งรบกวนได้

ระบบ AI ยังสามารถวิเคราะห์ฉากหลังและสร้างรายละเอียดทดแทนได้เนียนขึ้นมาก แม้จะลบสิ่งของใหญ่บนภาพเกินกว่า 50% ก็ยังปรับออกมาได้เนียนๆ ครับ

AI Menu Translation เปลี่ยนชื่อเมนูอาหารให้เป็นภาพจริง

เป็นหนึ่งในฟีเจอร์แปลภาษา ซึ่งจริงๆ แล้วระบบแปลภาษาใน OPPO Reno16 Series 5G สามารถแปลได้จากทุกแหล่งข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นภาพ, เสียง, ข้อความ, หรือจากกล้อง และมีความสามารถพิเศษที่น่าสนใจคือการแปลเมนูอาหารที่เราอาจจะไม่รู้จัก หรือเขียนมาเป็นภาษาต่างประเทศ และไม่มีภาพประกอบ เราสามารถใช้การแปลภาษาจากหัวข้อ “กล้อง” เพื่อให้แปลเมนูให้กลายเป็นภาพอาหารจริงขึ้นมาให้เราเห็นได้ครับ เจอเมนูที่ไม่รู้จัก ฟีเจอร์นี้ช่วยได้เยอะครับ (*AI Menu Translation สามารถใช้งานได้ 30 ครั้งต่อเดือน)

AI Scan และ AI Extract เปลี่ยนเอกสารให้กลายเป็นข้อมูลดิจิทัล

AI Scan และ AI Extract เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้สมาร์ตโฟนสามารถอ่านข้อความจากเอกสารได้ง่าย รองรับทั้งข้อความที่พิมพ์จากคอมพิวเตอร์และลายมือเขียน พร้อมแปลงออกมาเป็นข้อความดิจิทัลที่สามารถคัดลอก แก้ไข หรือส่งต่อได้ทันที จุดเด่นคือสามารถจัดการกับภาพเอกสารที่ถ่ายมาไม่ตรงมุม หรือแม้แต่กระดาษที่มีรอยยับได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยดึงข้อความจากเอกสาร ออกมาใช้งานต่อได้ด้วย สามารถทำได้ในแอป “เอกสาร” ของเครื่อง

O+ Connect แชร์ไฟล์ข้ามอุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น

สำหรับผู้ที่ใช้งานหลายอุปกรณ์ O+ Connect เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยให้การรับส่งไฟล์ทำได้สะดวกขึ้น รองรับการแชร์รูปภาพ วิดีโอ เอกสาร และไฟล์ต่าง ๆ ระหว่างอุปกรณ์ iPhone ได้อย่างรวดเร็ว ลดข้อจำกัดในการย้ายข้อมูลระหว่างระบบ ส่งใช้งานต่อหรือส่งให้เพื่อนต่างระบบกัน ก็ไม่มีปัญหา

ระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 มีความสวยงาม ลื่นไหล ปราณีต และใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อความสวยงามและเป็นธรรมชาติไปกับการใช้งานของเรา ยิ่งใช้ ยิ่งสังเกต ก็ยิ่งชอบครับ

ที่สำคัญ OPPO Reno16 Series 5G ได้รับรองการอัปเดตระบบเอาไว้ให้ถึง 5 เวอร์ชั่น และการันตีการอัปเดตความปลอดภัยให้นานถึง 6 ปี ใช้งานกันยาวๆ สำหรับซีรี่ส์นี้

บทสรุปท้ายรีวิว OPPO Reno16 Series 5G

OPPO Reno16 Series 5G เป็นการอัปเกรดของ Reno Series ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานในทุกด้าน ตั้งแต่ดีไซน์ใหม่ ลวดลายฝาหลังที่ไม่ซ้ำใคร ไปจนถึงระบบกล้องที่ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างชัดเจน มาพร้อมฟีเจอร์ AI ใหม่ สำหรับการถ่ายภาพและการใช้งานให้มีความสนุกมากขึ้น สะดวกมากขึ้น

สำหรับ OPPO Reno16 5G จุดเด่นอยู่ที่ระบบกล้อง 50MP ครบทุกระยะ การรองรับการถ่ายภาพมุมกว้าง 0.6x ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง และการอัปเกรดกล้อง Ultra-Wide มาเป็น 50MP ทำให้เป็นรุ่นที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพและวิดีโอมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนได้อย่างชัดเจน

ขณะที่ OPPO Reno16 F 5G ก็โดดเด่นด้วยการเพิ่มกล้อง Telephoto 50MP รองรับการซูมคมชัด 3.5x เข้ามาให้ แม้จะเป็นรุ่นน้องสุด แต่ก็ถูกยกความสามารถด้านกล้องขึ้นมาอยู่ในระดับเทียบเท่าตัวรุ่นใหญ่กว่าในเรื่องของการซูม และกล้องหน้าเซลฟี่ Ultra-Wide 50MP ก็เป็นกล้องความละเอียดสูงมาก แม้จะเทียบชั้นกับตลาดที่มีราคาสูงกว่าตัวมันเองก็ตาม

ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมหน้าจอ AMOLED 120Hz แบตเตอรี่ความจุสูง ชาร์จไว 80W SUPERVOOC และ ColorOS 16 ที่เพิ่มความสามารถด้าน AI เข้ามาช่วยในหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งภาพ การจัดการเอกสาร การแปลภาษา หรือการเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์

และอุปกรณ์เสริมใหม่ที่เปิดตัวมาพร้อมกันอย่าง OPPO Bubble ก็ช่วยเข้ามาเพิ่มสีสันให้กับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ และชูดความเป็นตัวเองได้โดดเด่นแบบที่ไม่เคยมีแบรนด์ไหนทำมาก่อน

หากมองภาพรวม OPPO Reno16 Series 5G คือสมาร์ตโฟนที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพ การสร้างคอนเทนต์ และการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน โดยที่พวกเขาสามารถใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้จากการสร้างสรรค์ผลงานด้วยชุดเครื่องมือที่มีมาให้ภายในเครื่องตั้งแต่แกะกล่อง ไม่ต้องโหลดแอป ไม่ต้องหาเครื่องมือเพิ่มเติม

โดยยังคงเอกลักษณ์ของ Reno Series ในเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องที่สวยงาม บางเบา ใช้งานง่าย ในราคาเข้าถึงได้ไม่ยากสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นวัยรุ่นหรือวัยเริ่มทำงาน

พิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งจอง OPPO Reno16 Pro 5G ในช่วงพรีออเดอร์

สำหรับลูกค้าที่สังจองเฉพาะรุ่น Reno16 Pro 5G ได้รับฟรี Reno16 Pro 5G | SHEEP สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จำนวนจำกัด เพื่อเติมเต็มความน่ารัก และความเป็นตัวเองให้สมาร์ตโฟนคู่ใจของคุณได้อย่างมีสไตล์

ภายในชุด Reno16 Pro 5G | SHEEP ประกอบด้วย

• Reno16 Pro 5G | SHEEP MOMOREI Phone Case Set
• Reno16 Pro 5G | SHEEP MOMOREI Phone Grip

*ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด”

ตัวเคสมาพร้อมระบบแม่เหล็กในตัว รองรับการใช้งานร่วมกับ Phone Grip แบบแม่เหล็กที่สามารถติดตั้งและถอดออกได้อย่างสะดวก ช่วยให้การจับถือสมาร์ตโฟน การถ่ายภาพ ทำได้คล่องตัวยิ่งขึ้น

จุดที่น่าสนใจคือด้วยการออกแบบบนพื้นฐานของระบบแม่เหล็กเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสลับการใช้งานระหว่าง MOMOREI Phone Grip และ OPPO Bubble ได้อย่างง่ายดาย เพียงถอด Griptok ออกแล้วนำ OPPO Bubble มาติดตั้งแทน ก็สามารถเปลี่ยนสมาร์ตโฟนให้กลายเป็นอุปกรณ์สำหรับเซลฟี่กล้องหลังหรือแสดงคอนเทนต์บนหน้าจอเสริมได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเคสหรือใช้อุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม

นับเป็นอีกหนึ่งของพรีเมี่ยมที่ช่วยเสริมทั้งความน่ารัก และความสะดวกในการใช้งานได้ลงตัวมากครับ รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมใหม่ OPPO Bubble ได้แบบลงตัวลวดลายเข้ากันได้ดีกันแบบสุดๆ  ^^

ใครที่ชื่นชอบการตกแต่งสมาร์ตโฟนให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก็รีบจองจะได้ไม่พลาดของพรีเมียมชุดนี้

ราคา OPPO Reno16 Series 5G

OPPO เปิดตัว Reno16 Series ออกมาพร้อมกันทั้งหมด 3 รุ่น โดยมีตัวเลือกและราคาตามนี้

OPPO Reno16 F 5G

  • 8GB + 256GB ราคา 16,999 บาท
  • 8GB + 128GB ราคา 15,999 บาท
  • สี: Twilight Violet, Pop White, Dream Purple

OPPO Reno16 5G

  • 12GB + 256GB ราคา 22,999 บาท
  • 8GB + 256GB ราคา 19,999 บาท
  • สี: Twilight Violet, Pop White, Dream Purple

OPPO Reno16 Pro 5G (12GB + 256GB)

  • ราคา 29,999 บาท
  • สี: Twilight Violet, Titanium Grey

Advertisement
ColorOS 16 OPPO OPPO Bubble OPPO Reno16 5G OPPO Reno16 F 5G OPPO Reno16 Series 5G Review รีวิว
Google News YouTube
Share. Facebook Twitter LinkedIn Email Copy Link
Avatar photo
Noppinij
  • Website
  • Facebook
  • X (Twitter)

ในสิ่งที่เรารู้และเข้าใจ มันก็ยังมีระดับความลึกของความเข้าใจที่แตกต่างกัน ลึกบ้าง บางบ้าง แต่ประโยชน์ในการส่งผ่านสิ่งที่รู้ออกไปให้กับผู้อื่นนั้นไม่ต่างกัน มีประถม มีมัธยม มีอุดมศึกษา ไม่มีใครเริ่มต้นเรียนรู้จากในระดับปริญญา ฉะนั้นจะมากจะน้อยเชื่อเถอะว่า ความรู้ของทุกคนมีประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้ เท่าๆ กัน

Advertisement
Advertisement
Advertisement

Related Posts

Android

OPPO Reno 16 Series ยืนยันเปิดตัวพร้อม BABYMONSTER เผยสีและรุ่นความจุทั้งหมด

18 มิถุนายน 2026
Android

OPPO Reno 15A เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มาพร้อมแบต 7,000mAh และกล้องหลัง 50MP สามตัว

18 มิถุนายน 2026
Android

Sony เปิดตัว LYTIA L910 เซ็นเซอร์มือถือใหม่ ใช้ LOFIC ดัน HDR ได้สูงถึง 100 dB

17 มิถุนายน 2026
Android

Red Magic 11S Pro+ ขึ้นแท่นเบอร์ 1 AnTuTu เดือนพฤษภาคม 2026 ทำคะแนนสูงสุดเท่าที่เคยมีมา

3 มิถุนายน 2026
8.5
Mobile and Gadget

รีวิว ACEFAST Z1 อะแดปเตอร์ Universal 75W ตัวเดียวจบสายเที่ยว เสียบได้รอบโลก พร้อมพอร์ตชาร์จในตัว 5 อุปกรณ์พร้อมกัน

1 มิถุนายน 2026
Video

รีวิว Xiaomi 17T Series เรือธงสาย Telephoto พร้อม Leica 5x ซูม 120x และแบตสูงสุด 7000mAh

31 พฤษภาคม 2026
What Score?
8.3
Mobile and Gadget

รีวิว ACEFAST Z9 สเตชั่นชาร์จไร้สาย + USB 6-in-1 80W ตัวจบสำหรับโต๊ะทำงานและสายเดินทาง

By Noppinij4 มิถุนายน 2026
8.5
Mobile and Gadget

รีวิว ACEFAST Z1 อะแดปเตอร์ Universal 75W ตัวเดียวจบสายเที่ยว เสียบได้รอบโลก พร้อมพอร์ตชาร์จในตัว 5 อุปกรณ์พร้อมกัน

By Noppinij1 มิถุนายน 2026
8.4
Devices

รีวิว vivo X300 FE เทคเดียวก็เอาอยู่ มือถือเรือธงไซซ์กะทัดรัด พร้อมกล้องเทเลที่เก็บได้ไกลเกินตัว

By Noppinij21 พฤษภาคม 2026321 Views
84
Game Review

Review : Saros( PlayStation 5 ) เกม Bullet Hell สาดกระสุนสะใจทั้งเราทั้งมอนพร้อมเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม

By Teethasade Isarankura Na Ayudhaya17 พฤษภาคม 2026

On AppDisqus Channel

รีวิว Lenovo Idea Tab Pro Gen 2 แท็บเล็ต Android ครบเครื่องที่สุดในงบ 20,000 บาท

Follow Us
  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • TikTok
Latest
News

วางจำหน่ายในไทย! HUAWEI WATCH KIDS X1 Series สมาร์ทวอทช์เด็กสุดล้ำ ดีไซน์โคนัน ถอดแยก-หมุนได้ 360°

By Appdisqus Team25 มิถุนายน 2026

AMD ครองเวทีซูเปอร์คอมพิวเตอร์โลก ติดตั้งใน 191 ระบบ พร้อมกวาดอันดับ Top500 และ Green500 ปี 2026

25 มิถุนายน 2026
8.1

รีวิว OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G อัปเกรดกล้อง 50MP รอบตัว พร้อม OPPO Bubble ตัวช่วยเซลฟี่สุดเทรนดี้

25 มิถุนายน 2026

Alldocube เปิดตัว Ultra Pad แท็บเล็ตจอใหญ่ 13 นิ้ว 144Hz สเปกแรงครบเครื่อง พร้อมลุยทุกไลฟ์สไตล์ เริ่มต้น 13,990 บาท

25 มิถุนายน 2026

Insomniac ยืนยัน Marvel’s Wolverine เวอร์ชันแผ่นยังมาพร้อม Blu-ray Disc

25 มิถุนายน 2026
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
7.5
Mobile and Gadget

รีวิว Samsung Galaxy Buds Core หูฟัง ANC ตัวประหยัด เสียงชัด แบตอึด รองรับ Galaxy AI

23 สิงหาคม 2025
Android

Redmi Turbo 5 เปิดตัวในอินเดีย พร้อมแบต 7,540mAh และ Dimensity 8500-Ultra

16 มิถุนายน 2026
Android

OPPO Reno 16 Series ยืนยันเปิดตัวพร้อม BABYMONSTER เผยสีและรุ่นความจุทั้งหมด

18 มิถุนายน 2026
Apple

iPhone 18 Pro Max หลุดภาพเครื่อง 3 สีใหม่ Dark Cherry นำทัพ

12 มิถุนายน 2026
แอพดิสคัส
Facebook X (Twitter) Instagram YouTube TikTok
  • Home
  • ติดต่อโฆษณา
  • Cookies Policy & Settings
© 2026 APPDISQUS.COM APPDISQUS : A Source You Can Trust.

Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ ดูเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าคุกกี้อนุญาตทั้งหมด
ตั้งค่าความยินยอม

Privacy Overview

AppDisqus.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานในขณะที่คุณกำลังอ่านและรับชมคอนเทนต์ต่างๆ ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ โดยในบรรดาคุกกี้เหล่านี้ คุกกี้ประเภทข้อมูลที่จำเป็นนั้นจะถูกจัดเก็บเอาไว้บนอุปกรณ์ส่วนตัวของคุณเองที่ใช้สำหรับการเข้าชมเว็บไซต์เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าคุกกี้เหล่านี้เป็นคุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ นอกจากนี้เรายังใช้คุกกี้บุคคลที่สามเพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์ AppDisqus.com ของคุณมากยิ่งขึ้น โดยคุกกี้เหล่านี้จะถูกจัดเก็บเอาไว้บนอุปกรณ์ของคุณเท่านั้น และจะจัดเก็บได้ก็ต่อเมื่อคุณได้การอนุญาต ทั้งนี้คุณสามารถจัดการกับการตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้เสมอผ่านทางเมนูการตั้งค่านี้

อย่างไรก็ตาม การปิดการใช้งานคุกกี้บางประเภทอาจทำให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานของคุณได้
ข้อมูลจำเป็น
Always Enabled
คุกกี้บางประเภทนั้นจำเป็นที่จะต้องนำมาใช้งานเพื่อทำให้เว็บไซต์สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ครบฟังก์ชั่นกับผู้ใช้งานได้ โดยคุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เราคงเซ็สชั่นการเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณเอาไว้ ตลอดจนป้องกันสิ่งต่างๆ ที่มีผลต่อความปลอดภัยในการใช้งานเว็บไซต์ AppDisqus.com ทั้งนี้ คุกกี้ประเภทนี้จะไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานแต่อย่างใด ยกตัวอย่างเช่น คุกกี้ประเภทนี้จะใช้เพื่อให้คุณสามารถเข้าสู่ระบบและคงสถานะการเข้าระบบของคุณบนเว็บเว็บไซต์เราเอาไว้ได้นั่นเอง
CookieDurationDescription
AWSALBCORS7 daysAmazon Web Services ใข้คุกกี้นี้เพื่อเป็นการใช้งานฟังก์ชั่น load balancing หรือการกระจายโหลดเซิร์ฟเวอร์
cf_use_obpastCloudflare ใช้คุกกี้นี้เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพความรวดเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์ เพื่อประสบการณ์การใช้งานของผู้เข้าชม
cookielawinfo-checkbox-analytics11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "ข้อมูลสถิติ"
cookielawinfo-checkbox-functional11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "ฟังก์ชั่นการทำงาน"
cookielawinfo-checkbox-necessary11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "จำเป็น"
cookielawinfo-checkbox-others11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "อื่นๆ"
cookielawinfo-checkbox-performance11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "ประสิทธิภาพ"
JSESSIONIDsessionคุกกี้ JSESSIONID ถูกใช้โดย New Relic เพื่อเป็นการเก็บไอดีจำเพราะในการเข้าใช้งานของผู้ใช้งานเพื่อให้ New Relic สามารถติดตามและตรวจนับเซ็ตชั่นการเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้
viewed_cookie_policy11 monthsคุกกี้นี้ใช้เพื่อเป็นการเก็บความยินยอมในการอนุญาตให้จัดเก็บและใช้งานคุกกี้ของผู้ใช้งาน โดยไม่มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวใดๆ ของผู้ใช้งานแม้แต่น้อย
ข้อมูลเพื่อฟังก์ชั่นการทำงาน
คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลเพื่อฟังก์ชั่นการทำงานที่อาจไม่ได้จำเป็นที่สุดบนหน้าเว็บไซต์ AppDisqus.com ยกตัวอย่างเช่นฟังก์ชั่นการฝังสื่อประเภทวิดีโอและปุ่มการแชร์บทความไปยังโซเชียลมีเดียต่างๆ บนเว็บไซต์เป็นต้น
ข้อมูลประสิทธิภาพ
คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อวิเคราะห์ความเข้าใจในประสบการณ์การทำงานของเว็บไซต์ต่อผู้ใช้งาน เพื่อให้เราสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลสถิติ
คุกกี้ประเภทนี้จะจัดเก็บข้อมูลประเภทสถิติ เช่นตัวเลขผู้เข้าชมเว็บไซต์ ตัวเลข UIP หรือผู้ใช้งานที่นับต่อ IP ข้อมูลหน้าเว็บไซต์ที่ถูกเข้าถึงบ่อยที่สุด ข้อมูลแหล่งที่มาของการเข้าถึง และอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน โดยข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของเว็บไซต์เราได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนชี้ให้เห็นว่าเราควรปรับปรุงในเรื่องใดเพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นของผู้ใช้งาน
CookieDurationDescription
_ga_CE4TLMWX4S2 yearsคุกกี้ถูกติดตั้งโดย Google Analytics เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
_gid1 dayติดตั้งโดย Google Analytics โดย คุกกี้ _gid นี้ใช้สำหรับการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของผู้เข้าชม ในขณะเดียวกันก็ยังใช้ในการจัดทำสถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลประสิทธิภาพของเว็บไซต์ด้วย โดยข้อมูลที่เก็บนั้นยกตัวอย่างเช่นจำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา และหน้าที่ผู้เข้าชมเปิดอ่านโดยไม่เปิดเผยตัวตนของผู้เข้าชม
ข้อมูลเพื่อการโฆษณา
คุกกี้ประเภทโฆษณาจะช่วยให้เราสามารถเผยแพร่โฆษณาที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของผู้เข้าชมเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น โดยคุกกี้ประเภทนี้จะติดตามการใช้งานในเว็บไซต์ AppDisqus เท่านั้นเพื่อการเผยแพร่โฆษณาได้อย่างตรงความต้องการของผู้ใช้งานต่อไป
CookieDurationDescription
IDE1 year 24 daysคุกกี้จาก Google DoubleClick IDE นี้ติดตั้งโดย Google เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานของผู้เข้าชมเว็บไซต์เพื่อกำหนดมาตรฐานในการเลือกโฆษณาที่ตรงความต้องการของผู้ใช้งานมาแสดงบนหน้าเว็บไซต์
test_cookie15 minutesคุกกี้นี้ถูกติดตั้งโดย Doubleclick.net (Google) เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าบราวเซอร์ที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ใช้งานอยู่รองรับคุกกี้หรือไม่
VISITOR_INFO1_LIVE5 months 27 daysคุกกี้นี้ถูกใช้งานโดย Youtube เพื่อตรวจสอบแบนด์วิดธ์ที่ผู้ใช้งานใช้ในการเปิดดูวิดีโอ เพื่อเป็นการระบุเวอร์ชั่นของตัวเล่นวิดีโอว่าเป็นเวอร์ชั่นใหม่หรือเก่า
YSCsessionคุกกี้ YSC ถูกติดตั้งและใช้งานโดย Youtube โดยใช้เพื่อเป็นการดึงเอาข้อมูลวิดีโอจากเว็บไซต์ Youtube ขึ้นมาแสดงในหน้าที่ดึงเอาวิดีโอนั้นๆ มาแสดง
yt-remote-connected-devicesneverYoutube ติดตั้งคุกกี้นี้เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลการตั้งค่าการเล่นวิดีโอของ Youtube บนเว็บไซต์นี้เพื่อใช้ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์
yt-remote-device-idneverYoutube ติดตั้งคุกกี้นี้เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลการตั้งค่าการเล่นวิดีโอของ Youtube บนเว็บไซต์นี้เพื่อใช้ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์
yt.innertube::nextIdneverคุกกี้จาก Youtube ประเภทนี้ใช้สำหรับการสร้างเลขไอดีจำเพาะเพื่อเก็บข้อมูลของวิดีโอที่ผู้เข้าชมเพิ่งรับชมไปในเว็บไซต์นี้
yt.innertube::requestsneverคุกกี้จาก Youtube ประเภทนี้ใช้สำหรับการสร้างเลขไอดีจำเพาะเพื่อเก็บข้อมูลของวิดีโอที่ผู้เข้าชมเพิ่งรับชมไปในเว็บไซต์นี้
ข้อมูลอื่นๆ
คุกกี้ประเภทอื่นๆ ที่ไม่ได้มีการระบุหมวดหมู่ประเภทเอาไว้ แต่อาจมีผลต่อประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์
SAVE & ACCEPT
Powered by CookieYes Logo