บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดตัว FX5 กล้องฟู ลเฟรมรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Ci nema Line ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกทุกจินตนาการไร้ขีดจำกั ด” เพื่อยกระดับการสร้างสรรค์ ผลงานของครีเอเตอร์ ผู้กำกับภาพ และทีมงานโปรดักชันระดับมืออาชี พ ให้สามารถถ่ายทอดทุกไอเดียได้ อย่างเต็มศักยภาพ ตอบโจทย์การผลิตคอนเทนต์ หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานถ่ายทอดสด คอนเสิร์ต มิวสิกวิดีโอ โฆษณา ภาพยนตร์ หนังสั้น ไปจนถึงซีรีส์ ด้วยเทคโนโลยีการถ่ายทำที่ ผสานคุณภาพของภาพ ความยืดหยุ่นในการทำงาน และประสิทธิภาพระดับมืออาชีพไว้ ในตัวกล้องขนาดกะทัดรัด เพื่อมอบประสบการณ์การสร้ างสรรค์คอนเทนต์ที่คล่องตัวยิ่ งขึ้น และรองรับการผลิตผลงานคุณภาพสู งสำหรับการเผยแพร่บนทุกแพลตฟอร์ ม
ด้วยจุดแข็งของ Sony Ecosystem ที่ครอบคลุมตั้งแต่ เทคโนโลยีด้านการถ่ายทำ การผลิตภาพยนตร์และความบันเทิ งระดับโลก ไปจนถึงเทคโนโลยีด้ านการแสดงผลและการรับชมภายในบ้ าน ทำให้โซนี่มีความเข้าใจอย่างลึ กซึ้งทั้งในมุมมองของผู้สร้ างสรรค์ผลงานและประสบการณ์ของผู้ รับชม โดยนำองค์ความรู้และความเชี่ ยวชาญจากหลากหลายภาคส่ วนมาผสานเข้ากับการพั ฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานจริ งของครีเอเตอร์ ผู้กำกับภาพ และทีมงานโปรดักชันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การถ่ายทำ การตัดต่อ ไปจนถึงการเผยแพร่ผลงานสู่ผู้ชม แนวคิดดังกล่าวจึงถูกถ่ายทอดสู่ การพัฒนา FX5 เพื่อมอบเครื่องมื อที่ตอบรับรู ปแบบการทำงานและความต้ องการของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ ยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ได้ร่วมมือกับ เวลเคิร์ฟ สตูดิโอ บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ และคอนเทนต์ระดับมืออาชีพ และ พันนา สตั๊นท์ ทีมโปรดักชันผู้เชี่ยวชาญด้ านการแสดงแทนในฉากเสี่ ยงและการออกแบบคิวบู๊ระดั บแนวหน้าของไทย ร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อถ่ ายทอดศักยภาพของ FX5 ผ่ านการทำงานในสถานการณ์จริง พร้อมแบ่งปันประสบการณ์จาก คุ ณบอส คีตะวัฒน์ และ คุณอะตอม ชานนท์ ผู้ก่อตั้ง เวลเคิร์ฟ สตูดิโอ ผ่านการสาธิตฟังก์ชั นเด่นของกล้อง สะท้อนแนวคิด “ปลดล็อกทุกจิ นตนาการไร้ขีดจำกัด” ที่มุ่งสนั บสนุนให้ผู้สร้างสรรค์สามารถถ่ ายทอดทุกไอเดียได้อย่างเต็มศั กยภาพ โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รั บความสนใจจากผู้กำกับภาพ ผู้กำกับ และบุคลากรในวงการภาพยนตร์เป็ นจำนวนมาก
FX5 ได้รับการออกแบบมาเพื่ อตอบโจทย์ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุ ณภาพของผลงานและความยืดหยุ่ นในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นครีเอเตอร์ ผู้กำกับภาพ ทีมโปรดักชัน หรือผู้สร้างภาพยนตร์ โดยรองรับการใช้งานได้อย่ างหลากหลาย ตั้งแต่งานถ่ายทอดสด อีเวนต์ คอนเสิร์ต มิวสิกวิดีโอ โฆษณา หนังสั้น ไปจนถึงการผลิตภาพยนตร์และซีรี ส์ระดับมืออาชีพ ตัวกล้องมาพร้อมเซ็นเซอร์ภาพ CM OS แบบ Fully Stacked ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ผสานฟังก์ชัน Open Gate ที่ช่วยให้การถ่ายทำเพี ยงครั้งเดียวสามารถนำไปต่ อยอดเพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ ทั้งในรูปแบบแนวนอนและแนวตั้ง โดยช่ างภาพสามารถตรวจสอบเฟรมตามสัดส่ วนภาพที่ต้องการได้ตั้งแต่ขั้ นตอนการถ่ายทำ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่ นในการนำคอนเทนต์ไปเผยแพร่ บนหลากหลายแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ FX5 ยังสามารถบันทึกไฟล์ X-OCN ภายใ นตัวกล้องได้เป็นครั้ งแรกในตระกูล Cinema Line FX อีกทั้งยังรองรับการบันทึกวิ ดีโอความละเอียด 5 K สูงสุด 60 เฟรมต่อวินาที , 4 K สูงสุด 120 เฟรมต่อวินาที และ Full HD สูงสุด 240 เฟรมต่อวินาที เพื่อรองรับการทำงานในโปรดักชั นระดับมืออาชีพได้อย่างมีประสิ ทธิภาพ ทั้งนี้ FX5 ยังมาพร้อมคุณสมบัติเด่นที่ได้ รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ การทำงานของมืออาชี พในหลากหลายมิติ ดังต่อไปนี้
คุณสมบัติเด่นของ FX5
Open Gate และ X-OCN ปลดล็อกทุ กการสร้างสรรค์
FX5 มาพร้อมเซ็นเซอร์ภาพ Exmor RS CMOS แบบฟูลเฟรม Fully Stacked ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลภาพ B IONZ XR2 รุ่นล่าสุด และหน่วยประมวลผล AI โดยเฉพาะ เพื่อยกระดับคุ ณภาพของภาพและประสิทธิ ภาพการประมวลผลสำหรับงานสร้ างสรรค์ระดับมืออาชีพ เมื่อถ่ายทำในโหมด S-Log3 กล้องสามารถให้ช่วงไดนามิกกว้ างกว่า 15+ สต็อป ช่วยถ่ายทอดรายละเอียดได้อย่ างครบถ้วนตั้งแต่ส่วนสว่ างไปจนถึงบริเวณเงามืด และลดสัญญาณรบกวนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ แม้ในสภาพแสงที่มีความแตกต่างสู ง นอกจากนี้ ยังรองรับ Base ISO 3 ระดับ ( Three Base ISO) ได้แก่ ISO 800 , ISO 4000 และ ISO 12800 เพื่อมอบคุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ ยมในสภาพแสงที่หลากหลาย อีกทั้งยังเป็นกล้องรุ่ นแรกในตระกูล FX ที่มาพร้อมฟั งก์ชัน Dual Gain ซึ่งช่วยเพิ่มช่วงการรั บแสง ถ่ายทอดการไล่ระดับโทนสีได้อย่ างนุ่มนวล และรักษารายละเอียดในบริ เวณเงามืดได้อย่างครบถ้วน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ FX5 คื อการเป็นกล้องรุ่นแรกในตระกูล C inema Line FX Series ที่รองรับการถ่ายทำแบบ O pen Gate ด้วยการอ่านข้อมูลภาพแบบ 3 :2 Full-Pixel Readout ครอบคลุมพื้นที่เซ็ นเซอร์ทั้งหมด อีกทั้งยังรองรั บโหมดการสแกนภาพหลากหลายรูปแบบ ทั้ง 17:9, 16:9 และ Super 35mm เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่ นในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในรู ปแบบต่าง ๆ นอกจากนี้ FX5 ยังรองรับการบั นทึกไฟล์ X-OCN ซึ่งเป็นฟอร์ แมต 16-bit Scene-Linear RAW เฉพาะของโซนี่ภายในตัวกล้อง โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์บันทึ กภายนอก และรองรับ Codec รุ่นใหม่ ได้แก่ X-OCN C1 และ X-OCN C2 ที่ช่วยลดขนาดไฟล์ให้ใกล้เคี ยงกับไฟล์ประเภท XAVC ขณะเดี ยวกันยังคงคุณภาพของภาพในระดั บสูง ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการถ่ ายโอนข้อมูล และยกระดับประสิทธิ ภาพในกระบวนการ Post-Production
ระบบโฟกัสอัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วย AI
FX5 มาพร้อมระบบออโต้โฟกัส ( AF) ที่ขับเคลื่อนด้ วยเทคโนโลยี AI โดยใช้การประเมิ นท่วงท่าของร่างกาย ( Human Pose Estimation) เพื่อระบุตำแหน่ งของดวงตา ศีรษะ และลำตัวของบุคคลได้อย่างแม่นยำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติ ดตามวัตถุแม้ในสภาพแสงน้อย อีกทั้งยังรองรับ Real-time Tracking ที่สามารถติดตามวัตถุ ได้โดยอัตโนมัติและรั กษาความคมชัดได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เมื่อใช้งาน Auto Tracing White Balance (ATW) กล้องจะประมวลผลข้อมู ลจากเซ็นเซอร์รับแสงและเซ็ นเซอร์อินฟราเรด ( IR) ร่วมกับเทคโนโลยี Deep Learning เพื่อวิเคราะห์แหล่ งกำเนิดแสงได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การปรับสมดุลแสงขาวเป็ นธรรมชาติและมีความแม่นยำยิ่งขึ้ น ทั้งในพื้นที่ร่ม ภายในอาคาร และสภาพแสงที่มีความซับซ้อน ขณะเดียวกัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการสร้ างสรรค์ผลงาน FX5 ยังสามารถเปิดหรือปิดฟังก์ชัน N oise Suppression ได้ตามความต้ องการของผู้ใช้งาน ช่วยให้สามารถปรับแต่งลั กษณะของภาพได้อย่างอิสระ ทั้งในขั้นตอนการถ่ ายทำและกระบวนการหลังการถ่ายทำ ( Post-Production) อีกทั้งยั งรองรับฟังก์ชัน De-squeeze สำห รับการใช้งานร่วมกับเลนส์ Anamo rphic ด้วยอัตราส่วนการขยาย 1.3 x, 1.5 x, 1.6 x, 1.8 x และ 2.0 x เพื่อเพิ่มอิสระในการสร้ างสรรค์ภาพสำหรับงานภาพยนตร์ และวิดีโอระดับมืออาชีพ
ดีไซน์กะทัดรัด คล่องตัว พร้อมประสิทธิภาพระดับมืออาชีพ
FX5 ได้รับการออกแบบให้มีตั วเครื่องขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา มาพร้อมดีไซน์ Flat-Top ที่เพิ่ มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพแบบถือด้ วยมือ ( Handheld) การใช้งานร่วมกับกิ มบอล ( Gimbal) หรือการทำงานในพื้นที่ จำกัด อีกทั้งยังติดตั้งระบบป้องกั นภาพสั่นไหวภายในตัวกล้องแบบ 5- axis In-Body Image Stabilization ที่ได้รับการพั ฒนาใหม่ โดยเพิ่มประสิทธิ ภาพในการชดเชยการสั่นในแนวหมุน ( Roll) ได้มากกว่าระบบเดิ มประมาณ 2 เท่า นอกเหนือจากระบบป้องกันภาพสั่ นไหวแบบ Optical และ Active Mode แล้ว FX5 ยังมาพร้อม Dynamic Active Mode ที่ช่วยให้การบันทึ กภาพแบบถือกล้องด้วยมือมีความนิ่ งและลื่นไหลยิ่งขึ้น
เมื่อใช้งานร่วมกับ XLR Handle Unit รุ่นใหม่ FX5 สามารถบันทึกเสียงคุณภาพสูงได้ สูงสุด 96 kHz แบบ 32- bit Float และบันทึกเสียงพร้อมกั นได้สูงสุด 4 แชนเนล อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกั บช่องมองภาพ OLED ขนาด 0.58 นิ้ว แบบปรับองศาได้ (อุปกรณ์เสริม) เพื่อช่วยให้ตรวจสอบภาพได้อย่ างแม่นยำแม้ในสภาพแสงจ้า นอกจากนี้ ตัวกล้องยังมาพร้อมจอ LCD ระบบสั มผัสขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียดประมาณ 2.76 ล้านจุด ในอัตราส่วน 16:9 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า FX3 และสามารถปรับมุมมองได้อย่างอิ สระ เสริมด้วยหน้าจอ BIG6 Home Screen ที่สืบทอดรูปแบบการใช้ งานจากกล้อง CineAlta โดยรวบรวม การตั้งค่าสำคัญ เช่น Frame Rate, Exposure และ LUTs ไว้ในหน้ าจอเดียว ขณะเดียวกัน ระบบเมนูรูปแบบใหม่ยังได้รั บการออกแบบให้มอบประสบการณ์ การใช้งานที่สอดคล้องกับกล้อง C ineAlta และ FX6 ช่วยให้การทำงานร่วมกั นภายในระบบ Cinema Line เป็นไปอย่างราบรื่นและมี ประสิทธิภาพ
ความน่าเชื่อถือและความยืดหยุ่น รองรับงานโปรดักชันระดับมืออาชี พ
FX5 ได้รับการออกแบบให้รองรั บการทำงานในสภาพแวดล้อมการผลิ ตที่หลากหลาย ด้วยพัดลมระบายความร้อนประสิทธิ ภาพสูงและโครงสร้ างการกระจายความร้อนที่ได้รั บการปรับปรุงใหม่ ช่วยให้สามารถบันทึกวิดีโอได้ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยยังคงประสิทธิภาพการทำงานที่ เสถียร พัดลมระบายความร้อนติดตั้งอยู่ ภายในห้องระบายอากาศแยกเฉพาะ พร้อมโครงสร้างที่ช่วยป้องกันฝุ่ นและความชื้น เพื่อเพิ่มความทนทานสำหรับการถ่ ายทำทั้งในสตูดิโอและงานภาคสนาม นอกจากนี้ ตัวกล้องยังมีน้ำหนักเบาแต่แข็ งแรงทนทาน และมาพร้อมจุดยึดอุปกรณ์เสริ มในหลายตำแหน่ง ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตั้ งอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ากับตัวกล้องได้โดยตรงโดยไม่ จำเป็นต้องใช้ Cage เพิ่ มความคล่องตัวในการจัดชุดอุ ปกรณ์ให้เหมาะสมกับแต่ละรู ปแบบการถ่ายทำ
FX5 ยังสามารถทำงานร่วมกั บแอปพลิเคชัน Monitor & Control เพื่อควบคุมกล้ องและตรวจสอบภาพจากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และ Mac ได้จากระยะไกล ขณะเดียวกัน การแสดงผลผ่านพอร์ต HDMI ยั งสามารถกำหนดให้แสดงข้อมู ลบนจอของกล้องและจอภายนอกได้อย่ างอิสระ หรือแสดงพร้อมกันบนทั้งสองจอ อีกทั้งยังรองรับแบตเตอรี่ ความจุสูง NP-SA100 (2 ,670 mAh) รุ่นใหม่ ซึ่งมีความจุมากกว่าแบตเตอรี่ N P-FZ100 ประมาณ 1.3 เท่า ช่วยยืดระยะเวลาการถ่ายทำ ควบคู่กับระบบจัดการพลังงานอั จฉริยะและการแสดงสถานะอายุ การใช้งานของแบตเตอรี่ นอกจากนี้ ตัวกล้องยังติดตั้งพอร์ต USB Type-C จำนวน 2 ช่อง รองรับทั้งการรับสัญญาณ Timecod e ผ่านอุปกรณ์เสริม และการจ่ายไฟผ่าน USB Power Delivery (PD) สำหรับการถ่ายทำอย่างต่ อเนื่อง รวมถึงพอร์ต Wired LAN สำหรับการควบคุมกล้ องจากระยะไกลและการเชื่อมต่ อเครือข่ายที่มีความเสถียร เพื่อตอบโจทย์ระบบโปรดักชันระดั บมืออาชีพที่ต้องการทั้งความยื ดหยุ่นและประสิทธิภาพในการทำงาน
เตรียมอัปเดตเฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 2.0
โซนี่มีแผนอัปเดตเฟิร์มแวร์ เวอร์ชัน 2.0 สำหรับ FX5 ภายในเดือนสิงหาคม 2027 หรือหลังจากนั้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการถ่ ายทำให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยจะรองรับการบันทึกภาพแบบ Hig h Frame Rate (HFR) สูงสุด 240 เฟรมต่อวินาที ในฟอร์แมต X-OCN และการบันทึก X AVC S-I ในอัตราส่วนภาพ 3:2 ( Open Gate) พร้อมปรับปรุงส่วนติดต่ อผู้ใช้งาน ( User Interface) ให้เหมาะสำหรับการถ่ ายทำในแนวตั้ง ตลอดจนเพิ่มฟังก์ชัน Frame Grab เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดึ งภาพนิ่งจากวิดีโอได้สะดวกยิ่ งขึ้น
ออกแบบเพื่อการเข้าถึง พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อม
FX5 ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึ งการเข้าถึงของผู้ใช้งานทุกกลุ่ ม ด้วยฟังก์ชัน Accessibility ที่ ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน อาทิ Screen Reader สำหรับอ่านเมนูออกเป็ นเสียง และฟังก์ชันขยายขนาดตัวอั กษรบนเมนูเพื่อเพิ่มความชั ดเจนในการมองเห็น อีกทั้งยังออกแบบ Mount Index, Multi-function Dial และปุ่มควบคุมต่าง ๆ ให้มีรูปทรงและพื้นผิวที่แตกต่ างกัน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุ มฟังก์ชันต่าง ๆ ผ่านการสัมผัสได้โดยไม่ต้องอาศั ยการมองเห็นเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน โซนี่ยังให้ความสำคัญกั บการดำเนินงานด้านความยั่งยืน โดยชิ้นส่วนของกล้องมากกว่า 30% ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล ขณะที่ โรงงานในประเทศไทยและประเทศจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิต FX5 ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในกระบวนการผลิต นอกจากนี้ ยังเลือกใช้ผ้าไม่ทอที่ผลิ ตจากวัสดุจากพืช ( Plant-derived Nonwoven Fabric) สำหรับห่อหุ้มผลิตภัณฑ์ เพื่อลดการใช้พลาสติกในบรรจุภั ณฑ์และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่ งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
อุปกรณ์เสริม
ช่องมองภาพ OLED แบบถอดแยกได้ รุ่น DVF-EL1
DVF-EL1 เป็นช่ องมองภาพแบบถอดแยกได้ที่มาพร้ อมจอ OLED ขนาด 0.58 นิ้ว ความละเอียดประมาณ 7.07 ล้านจุด รองรับการแสดงผลแบบ HDR ด้วยช่ วงสีเทียบเท่ามาตรฐาน DCI-P3 และการไล่ระดับสีแบบ 10- bit ช่วยให้ผู้ใช้ งานสามารถตรวจสอบสีของวัตถุได้ อย่างแม่นยำ และมองเห็นรายละเอียดของภาพได้ อย่างชัดเจนแม้ในฉากที่มี คอนทราสต์สูง ทั้งระหว่างการถ่ายทำและการเล่ นภาพย้อนหลัง นอกจากนี้ ยังมอบประสบการณ์การมองภาพที่ สมจริงด้วยอัตราขยายประมาณ 0.9 เท่า และสามารถสลั บโหมดการแสดงผลระหว่างการเน้ นความละเอียดของภาพกับการเพิ่ มระยะมองเห็น ( Eye Point) ได้ตามลักษณะการใช้งาน อีกทั้งยังมาพร้อมกลไกที่ สามารถปรับองศาได้ตั้งแต่ 0–90 องศา ช่วยให้ตรวจสอบภาพได้อย่ างสะดวกจากหลากหลายมุมการถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็นมุมต่ำ มุมสูง หรือการถ่ายทำแบบถือกล้อง ( Handheld)
XLR Handle Unit รุ่น XLR-H2
XLR Handle Unit รุ่น XLR-H2 มาพร้อมช่ องเชื่อมต่อ XLR/TRS Combo จำนวน 2 ช่อง รองรับการบันทึกเสียงพร้อมกันสู งสุด 4 แชนเนล และติดตั้ง Dual AD Converter ที่ช่วยแปลงสัญญาณเสี ยงจากไมโครโฟนเป็นดิจิทัลได้อย่ างแม่นยำ ให้ช่วงไดนามิกที่กว้าง และสามารถบันทึกเสียงภายในตั วกล้องได้ที่ความละเอียดสูงสุด 96 kHz แบบ 32-bit Float โดยเชื่อมต่อกับตัวกล้ องผ่าน Multi Interface (MI) Shoe เพื่อส่งผ่านสัญญาณเสียงดิ จิทัลได้อย่างเสถียร นอกจากนี้ การติดตั้ง XLR Handle Unit ยังช่วยเพิ่มความมั่ นคงในการจับถือและความคล่องตั วในการถ่ายทำแบบ Handheld จึ งเหมาะสำหรับงานที่ต้องการทั้ งคุณภาพเสียงระดับมืออาชี พและความยืดหยุ่นในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานสารคดี งานข่าว หรือการผลิตคอนเทนต์ภาคสนาม
สาย Timecode Adapter รุ่น VMC-BNCU1
Timecode Adapter Cable รุ่น VMC-BNCU1 รองรั บการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB Type-C to BNC เพื่อรับสัญญาณ Timecode จา กอุปกรณ์ภายนอก ช่วยให้กล้องสามารถซิงค์ เวลาการบันทึกภาพและเสียงกับกล้ องหลายตัวหรืออุปกรณ์บันทึกเสี ยงภายนอกได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับการทำงานในระบบโปรดั กชันระดับมืออาชีพที่ต้องอาศั ยการซิงค์ Timecode ระหว่างอุ ปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทำแบบ Multi -camera งานออกอากาศ ( Broadcast) หรือการผลิ ตภาพยนตร์ เพื่อเพิ่มความสะดวกและประสิทธิ ภาพทั้งในขั้นตอนการถ่ ายทำและกระบวนการหลังการถ่ายทำ ( Post-Production)
แอปพลิเคชันที่ช่วยเพิ่มประสิ ทธิภาพการทำงานร่วมกับ FX5
Monitor & Control เวอร์ชัน 3.0
Monitor & Control เวอร์ชัน 3.0 มี กำหนดเปิดให้ใช้งานตั้งแต่เดื อนกรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ ใช้งานสามารถตรวจสอบภาพ ( Video Monitoring) และควบคุ มการทำงานของกล้องได้ทั้งแบบมี สายและไร้สาย โดยในเวอร์ชันล่าสุดได้เพิ่ มความสามารถในการควบคุ มและตรวจสอบการทำงานของกล้ องหลายตัวพร้อมกัน ( Multi-camera Control) รวมถึงการถ่ายทำวิดี โอแนวตั้ง และฟังก์ชัน EL Zone ที่ช่วยตรวจสอบค่าแสงได้ อย่างแม่นยำ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการผลิ ตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ ทั้งสำหรับโซเชียลมีเดี ยและแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอี ยดเพิ่มเติมได้ที่ https://www. sony.net/ccmc/
Catalyst Prepare เวอร์ชัน 3.0
Catalyst Prepare เวอร์ชัน 3.0 มี กำหนดเปิดให้ใช้งานตั้งแต่เดื อนสิงหาคม 2026 เป็นต้นไป โดยเป็นการผสานความสามารถของ Ca talyst Prepare และ Catalyst Browse ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อยกระดับประสบการณ์และเพิ่ มประสิทธิภาพในการทำงาน ซอฟต์แวร์รองรับการเล่นไฟล์วิดี โอ การป้องกันภาพสั่นไหว ( Image Stabilization) และการปรับแต่ งสี ( Colour Editing) รวมถึงการทำงานกับไฟล์ X-OCN C1 และ X-OCN C2 ที่บันทึกจากกล้อง FX5 นอกจา กนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกและปรั บแต่งฟุตเทจได้อย่างสะดวกด้วยข้ อมูล Metadata ที่บันทึกไว้ ระหว่างการถ่ายทำ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและประสิ ทธิภาพในกระบวนการหลังการถ่ายทำ ( Post-Production) โดยสามารถศึ กษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ h ttps://www.sony.net/catalyst/
กำหนดการวางจำหน่าย
กล้องโซนี่ Cinema Line FX5 มีกำหนดวางจำหน่ายภายในเดื อนกันยายน 2569 โดยมีรายละเอี ยดดังนี้
กล้อง FX5 เฉพาะบอดี้ ราคา 167,990 บาท
กล้อง FX5 พร้อมชุดด้ามจับ XL R (XLR Handle) ราคา 187,990 บาท
พิเศษ! รับฟรี CFexpress Type A Card Reader มูลค่า 4,890 บาท และเมมโมรี่การ์ด CFexpress Type A ความจุ 480GB มูลค่า 15,590 บาท พร้อมรับเพิ่มฟรีแบตเตอรี่ NP- SA100 มูลค่า 3,690 บาท จำนวน 1 ก้อน และขยายระยะเวลารับประกันรวมเป็ น 15 เดือน เมื่อลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ผ่าน My Sony Rewards และทำแบบสอบถามครบถ้ วนภายในเดือนกันยายน 2569
ผู้ที่สนใจสามารถติ ดตามกำหนดการวางจำหน่ายได้ที่ F acebook: Sony Digital Camera Thailand หรือสอบถามข้อมูลผลิ ตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้ อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100, LINE: @Sonythai และเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.sony.co.th เพื่อดูรายละเอี ยดเพิ่มเติม พร้อมสัมผัสประสบการณ์การใช้ งานกล้อง Cinema Line FX5 ได้ที่โซนี่ สโตร์ ทุกสาขา และร้านผู้แทนจำหน่ายกล้องที่ร่ วมรายการทั่วประเทศ