ในบทความนี้
คอนโซลแพงไป ใครจะเล่น? เสียงเตือนจากผู้เชี่ยวชาญถึงอนาคตที่มืดมนของ PlayStation และ Xbox
สวัสดีครับชาวเกมเมอร์ทุกคน! วันนี้เรามาคุยเรื่องที่ทำเอาหัวใจคนรักคอนโซลเต้นไม่เป็นจังหวะกันหน่อยดีกว่า กับข่าวลือและบทวิเคราะห์ที่สั่นสะเทือนวงการเกม เพราะมันพูดถึงอนาคตของเครื่องเกม Next-Gen อย่าง PlayStation 6 หรือ Xbox รุ่นต่อไป ว่าถ้าเกิดราคาพุ่งไปแตะ $1,000 หรือราว ๆ 35,000 บาทขึ้นไป (ยังไม่รวมภาษีบ้านเรานะ) ตลาดเครื่องเกมคอนโซลอาจจะหดตัวลงไปมหาศาลเลยทีเดียว
ราคาเครื่องเกม: จุดตัดสินอนาคตคอนโซล
อ้างอิงจาก Kotaku ที่ได้มีการวิเคราะห์และคาดการณ์อนาคตเครื่องเกมคอนโซลในบทความที่ชื่อว่า “Dire Forecast Predicts Big Drop In Console Sales If PS6 Is $1,000” (ซึ่งผมใส่ลิงก์ต้นฉบับไว้ด้านล่างบทความนี้ครับ) เนื้อหาหลัก ๆ คือการบอกว่าถ้าเครื่องเกมรุ่นใหม่อย่าง PS6 และ Xbox ‘Helix’ มีราคาเปิดตัวสูงถึง $1,000 มันจะทำให้ยอดขายรวมลดลงไปถึง 39 ล้านเครื่องในระยะเวลาเท่ากันกับการขายเครื่องรุ่นปัจจุบัน! ตัวเลข 39 ล้านเครื่องนี่ไม่ใช่แค่หยิบมือนะ แต่มันคือจำนวนที่เยอะมาก ๆ จนน่าตกใจเลยทีเดียว ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ มันก็เหมือนกับการเสียฐานผู้เล่นกลุ่มใหญ่ไป ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อทั้งค่ายเกมผู้ผลิตเครื่อง และค่ายเกมผู้พัฒนาเกมตามไปด้วยครับ
บทเรียนจากอดีต: Wii กับการเข้าถึงผู้เล่นวงกว้าง
ทำไมราคาถึงสำคัญขนาดนั้น? ลองย้อนกลับไปดูอดีตกันสิครับ สมัยที่ Nintendo Wii ออกมา แม้สเปกจะไม่ได้แรงเท่า PS3 หรือ Xbox 360 แต่ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย แถมยังมาพร้อมกับการเล่นเกมแบบใหม่ที่ใช้ Motion Control มันทำให้ Wii กลายเป็นปรากฏการณ์และขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เข้าถึงคนได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่แค่ฮาร์ดคอร์เกมเมอร์เท่านั้น
ในทางกลับกัน ตอนที่ PS3 และ Xbox 360 เปิดตัวในราคาที่ค่อนข้างสูง (PS3 นี่คือแพงระยับเลยนะ) ก็มีเสียงบ่นจากผู้เล่นเยอะแยะมากมาย ทำให้ยอดขายในช่วงแรก ๆ เป็นไปอย่างยากลำบาก และต้องใช้เวลาสักพักกว่าราคาจะปรับลงมาจนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น การที่เครื่องเกมมีราคาเข้าถึงง่ายนี่แหละคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ตลาดคอนโซลเติบโตและขยายฐานผู้เล่นได้
ทำไมเครื่องเกมถึงแพงขึ้นเรื่อยๆ?
คำถามคือ แล้วทำไมเครื่องเกมมันถึงมีแนวโน้มแพงขึ้นเรื่อย ๆ ล่ะ? ส่วนหนึ่งก็มาจากเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดไปไกลมาก ชิปประมวลผลที่แรงขึ้น, การ์ดจอที่รองรับ Ray Tracing, SSD ที่เร็วระดับฟ้าผ่า, รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง AI ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการเกมมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นครับ และแน่นอนว่าผู้ผลิตก็ต้องผลักภาระต้นทุนส่วนหนึ่งมาให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ นี่แหละ ยิ่งต้นทุนสูง ราคาขายก็ต้องสูงตามเป็นเรื่องปกติ
ทางออกสำหรับอนาคตคอนโซล: ราคา หรือ บริการ?
ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ Sony และ Microsoft จะมีทางออกยังไง? อาจจะต้องมีการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เลยทีเดียวครับ บางทีเราอาจจะได้เห็นเครื่องคอนโซลที่มีหลายราคาให้เลือกมากขึ้น เช่นรุ่น Digital Edition ที่ไม่มีช่องใส่แผ่น เพื่อลดต้นทุน หรืออาจจะเน้นไปที่บริการสมาชิกแบบ Game Pass หรือ PlayStation Plus ที่ให้เกมฟรีไม่อั้น (ตามเงื่อนไข) เพื่อดึงดูดผู้เล่นที่ไม่ต้องการจ่ายแพง ๆ กับเครื่องและเกมทีละเยอะ ๆ หรือบางที Cloud Gaming อาจจะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น ทำให้เราไม่ต้องซื้อเครื่องแพง ๆ อีกต่อไปก็เป็นได้
ผลกระทบต่อเกมเมอร์ชาวไทย: เมื่อคอนโซลแพงเกินเอื้อม
ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับเกมเมอร์ในบ้านเราครับ เพราะ $1,000 ในบ้านเรา มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ไหนจะค่าเงินบาทที่ผันผวน ภาษีนำเข้า ค่าขนส่ง และกำไรของร้านค้า ทำให้ราคาเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่อาจจะพุ่งไปถึง 40,000 – 50,000 บาท หรืออาจจะมากกว่านั้นเลยก็เป็นได้ ซึ่งราคานี้มันเทียบเท่าหรือแพงกว่า PC Gaming ระดับกลางค่อนไปทางสูงเลยนะ!
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ เกมเมอร์ชาวไทยจำนวนมากอาจจะต้องคิดหนัก การตัดสินใจซื้อเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่อาจจะกลายเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินไป ทำให้หลายคนอาจจะหันไปทางเลือกอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเกรด PC, เล่นเกมบนมือถือที่พัฒนาไปไกลมาก, หรือแม้แต่การรอซื้อเครื่องคอนโซลมือสองเมื่อราคาลดลง หรือเล่นเครื่องรุ่นเก่าต่อไป สิ่งเหล่านี้จะทำให้ตลาดคอนโซลในไทยหดตัวลงไปอีกแน่นอนครับ
สรุปและมุมมองส่วนตัว
ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่รักการเล่นเกมคอนโซลมาก ๆ และก็หวังว่าผู้ผลิตจะหาจุดสมดุลระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยกับราคาที่เข้าถึงได้เจอ เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมดี ๆ อย่างทั่วถึง ไม่ใช่แค่กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงเท่านั้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว การมีผู้เล่นเยอะ ๆ นี่แหละคือหัวใจสำคัญที่ทำให้วงการเกมเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนจริงไหมครับ? ก็ต้องมารอดูกันต่อไปว่าอนาคตของคอนโซล Next-Gen จะเป็นอย่างไร จะรุ่งโรจน์ หรือจะเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดกันแน่!
ที่มา: Kotaku








