[TIP] สถานการณ์ที่ไม่ควรใช้แอพนำทาง หรือ GPS เพื่อช่วยในการหาเส้นทาง

Advertisements
Advertisements

reviews-nokia-lumia-1020-37

 

หลังจากที่ได้เห็นข่าวที่ทีมงานเราได้นำเสนอไปเมื่อเช้า “หลงกันเพียบ! กลับบ้านสงกรานต์ เดินทางมั่นใจ หลงทางไปติด ด้วย GPS” ซึ่งเป็นการใช้แอพพลิเคชั่นนำทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้วก็พบว่าเส้นทางที่แอพพลิเคชั่นเลือกให้นั้น มันกำลังก่อสร้างอยู่ ทำให้ถนนเส้นนั้นรถติดมหาศาลเลยครับ ด้วยเหตุนี้เราจึงคิดว่ามันก็มีเหตุการณ์ที่ไม่ควรใช้แอพนำทางอยู่นะ เรามาแชร์กันดีกว่าครับ ว่ามีเหตุการณ์แบบไหนบ้าง ?

 

เบื้องต้นขอแชร์จากประสบการณ์ล้วนๆ นะครับ แล้วเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านก็สามารถเพิ่มเติมกันได้ที่ช่องคอมเม้นท์ ช่วยกันแชร์เรื่องราวดีๆ กัน

 

1. ช่วงเทศกาล

ดังที่ได้เกริ่นไปแล้วข้างต้น เราจะเห็นว่าในช่วงเทศกาลนั้น ปัญหาที่เราต้องการคำตอบ ก็คือ การเลี่ยงรถติด ไม่ใช่การหาเส้นทางจริงๆ ซึ่งแอพพลิเคชั่นบางตัวที่มีประสิทธิภาพในการวิเคราะห์สภาพจราจรแบบเรียลไทม์ก็จะช่วยให้เราได้คำตอบที่ต้องการได้ แต่บางตัวก็ไม่มีฟีเจอร์หรือไม่มีประสิทธิภาพเช่นนั้น อาจทำให้เราเกิดปัญหายุ่งยากขึ้นไปอีกได้ เพราะฉะนั้น เราขอแนะนำว่าในช่วงเทศกาลนั้นควรศึกษาเส้นทางกับกรมทางหลวงและคำแนะนำจากป้ายจราจรและตำรวจจราจร ที่จะแจ้งเส้นทางให้เราทราบตลอดสองข้างทางจะดีกว่าครับ ส่วนแอพนำทางเอาไว้ดูแผนที่ก็พอ ไม่ต้องเปิดฟีเจอร์การนำทางจะดีกว่า

Bk_v9miCUAERljV

 

2. พื้นที่ป่าหรือชนบทที่ห่างไกล

สำหรับเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ชวนฮาที่ทีมงาน AppdisQus หยิบขึ้นมาแซวกันตลอดครับ เนื่องด้วยสงกรานต์ปีที่แล้วพวกเราไปทำรายการกันที่หัวหิน ด้วยความมั่นใจในสมาร์ทโฟนที่เราศรัทธา เราจึงทดสอบใช้แอพพลิเคชั่นที่ผ่านการทดสอบมาจากทั่วโลกแล้วว่าเจ๋งที่สุด ให้นำทางเราไปโรงแรมแห่งหนึ่ง ผลปรากฏว่า มันพาเราไปเข้าป่าลึกมาก เส้นทางที่แสดงในแผนที่อาจดูใหญ่ๆ แต่สภาพจริงมันเป็นเพียงทางคนเดิน และตอนนี้ก็เริ่มค่ำแล้ว เราขับกันไปเรื่อยๆ จนเจองูตัวใหญ่ขวางถนนอยู่ จึงวนรถกลับ!!!

 

ถามว่าเป็นความผิดของแอพนำทางหรือไม่? ตอบได้เลยว่าไม่ใช่ทั้งหมดครับ เนื่องจากโรงแรมที่เราไปพักมันมีพื้นที่กว้างมาก จากหน้าประตูไปตัวอาคารที่พักไกล 3-4 กิโลเมตร ผ่านป่าไม้ สวนประดับ และสนามกอล์ฟ ตัวอาคารโรงแรมก็ติดกับภูเขาด้านหลัง แล้วแอพพลิเคชั่น มันก็ปักหมุดที่ตัวอาคารเป็นจุดหมาย เมื่อมันเลือกเส้นทางมันก็เลือกเส้นทางที่จะไปถึงตัวอาคารได้ใกล้ที่สุด นั่นก็คือ เข้าไปทางภูเขาหลังโรงแรมนั่นเอง

 

เรื่องนี้ทำให้รู้ว่า แอพพลิเคชั่นนำทางนั้น ไม่ว่างทางเล็กทางน้อยแค่ไหน ซึ่งจะมีเยอะตามป่าเขาหรือชนบทที่ห่างไกลหน่อย หากมองในแอพนำทางมันจะดูใหญ่ไม่แตกตางกันมากนัก ทำให้เราไม่รู้ว่ามันเลือกเส้นทางไหนให้ สุดท้ายเราก็จะหลงไปในเส้นทางที่เปลี่ยวหรือออกนอกเส้นทางไปไกลได้

E13050721-214

 

3. เวลากลางคืน

เจ้าแอพพลิเคชั่นมันไม่รู้หรอกครับว่าเส้นทางไหนเปลี่ยว? หรืออันตราย? ดังนั้นหากเป็นเวลากลางคืนจึงถือว่าเป็นเรื่องอันตรายมากครับ หากแอพนำทางมันจะพาเราไปในเส้นทางที่เราไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะเมื่อเราขับคนรถคนเดียว ดังนั้นพยายามเลี่ยงการใช้แอพนำทางในเวลากลางคืน โดยเฉพาะต่างจังหวัดหรือพื้นที่ไม่พลุกพล่าน

E13050721-3

คัดมาเพื่อคุณ

 

นอกจาก 3 สถานการณ์นี้ เชื่อว่ายังมีอีกหลากหลายเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะในการใช้แอพนำทาง GPS ที่เพื่อนๆ ได้ประสบมา? ยังไงร่วมกันแบ่งปันเรื่องราวดีๆ นะครับ จะได้ระมัดระวังในการใช้เทคโนโลยีกันมากขึ้น และไม่ไว้ใจมันมากเกินไป

 

 

ขอบคุณผู้จุดประกายความคิด: Wittaya Onimsin

ที่มารูป: Pantip.com

 

 

 

View Comment (1)
  • เห็นด้วยอย่างที่สุด กับเหตุการณ์ที่ทีมงานเจอ ตัวเราเองเจอคล้ายๆกับที่ทีมงานเจอเลย
    เหตุการณ์แรก ใช้ gps ตามหาร้านกุ้งเผาที่อยุทธยา มันพาเข้าทุ่งนา ที่ทางวิ่งเป็นคันนาไม่มีที่กลับรถ –” ต้องวิ่งจนสุดทาง น้ำมันก็ใก้ลจาหมด พระอาทิตย์กำลังจะตก รอดกลับมาครั้งนั้น เลิกใช้ gps ตัวนั้นถาวร
    เหตุการณ์ที่สอง ไปเชงเม้ง ล่าสุด gps พาไปเส้นทางหลัก รถติดมหาโหด แต่ก็ยังอุ่นใจมีเพื่อนร่วมทาง ดีกว่าเหตุการณ์แรก

Leave a Reply