ร้านหนังสือมือสองอังกฤษ-ไอร์แลนด์สงสัยบริษัท AI อยู่เบื้องหลังคำสั่งซื้อปริศนา
ร้านหนังสือมือสองในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์กำลังรายงานถึงคำสั่งซื้อหนังสือจำนวนมากจากผู้ซื้อปริศนา ท่ามกลางข้อสงสัยว่าบริษัท AI อาจกำลังจัดหาหนังสือเหล่านี้เพื่อนำข้อมูลภายในเล่มไปใช้ในการพัฒนาและฝึกโมเดล AI
ร้านหนังสือหลายแห่งที่ให้ข้อมูลกับ The Guardian ระบุว่า พวกเขาได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อในสหรัฐฯ แคนาดา ยุโรปภาคพื้นทวีป และสหราชอาณาจักร ขณะที่ปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยร้านหนังสือในสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และยุโรป ต่างก็พบคำสั่งซื้อที่มีลักษณะผิดปกติ
Stuart Manley เจ้าของร่วมของ Barter Books ในเมือง Alnwick มณฑลนอร์ธัมเบอร์แลนด์ กล่าวว่า คำสั่งซื้อในลักษณะดังกล่าวเริ่มเข้ามาประมาณ 3 เดือนก่อน และมีความผิดปกติเนื่องจากหนังสือที่ถูกสั่งซื้อไม่ได้มีธีมที่เกี่ยวข้องกันเหมือนคำสั่งซื้อทั่วไป เช่น หนังสือเกี่ยวกับกีฬา หรือรถยนต์
“มันเป็นการรวมกันของหนังสือที่แปลกมาก” Manley กล่าว “ปกติคำสั่งซื้อหนังสือจะมีธีมที่ชัดเจน แต่ครั้งนี้กลับกระจัดกระจายไปคนละเรื่อง”
หนึ่งในคำสั่งซื้อล่าสุดมีทั้งหนังสือ The Mission Song ของ John le Carré ฉบับแปลภาษาเอสโตเนีย, หนังสือ Agnes Grey ของ Anne Brontë จากสำนักพิมพ์ฉบับเฉพาะ และนิตยสาร Warship ฉบับเดือนตุลาคม 1983 ซึ่งเป็นนิตยสารรายเดือนเกี่ยวกับเรือรบ
Manley กล่าวว่า เขาขายหนังสือแบบสุ่มจำนวน “หลายร้อยเล่ม” ให้กับผู้ซื้อ 3 ราย รวมเป็นเงินประมาณ 4,000 ปอนด์ หรือราว 180,000 บาท
Jim Shaughnessy เจ้าของ MW Books ในเมือง Claregalway ประเทศไอร์แลนด์ กล่าวว่า ร้านของเขาได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากและหลากหลายมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
“คำสั่งซื้อเหล่านี้มาเป็นระยะ ๆ และดูเหมือนจะขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติ หนังสือแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกันในเชิงธีมเลย ตั้งแต่หนังสือเกี่ยวกับเครื่องมือเกษตรกรรมในแอฟริกาช่วงศตวรรษที่ 18 ไปจนถึงชีวประวัตินักขับรถแข่งในช่วงทศวรรษ 1950” เขากล่าว
“ส่วนตัวแล้ว ผมไม่คิดว่าเรามีสิทธิ์ไปกำหนดว่าลูกค้าจะนำหนังสือที่ซื้อไปทำอะไร แต่การได้เห็นว่าพวกเขาเลือกซื้ออะไรนั้นก็ชวนให้สงสัยไม่น้อย”
David Gower-Spence เจ้าของ BookLovers of Bath กล่าวว่า ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา ร้านของเขาได้รับคำสั่งซื้อแบบเร่งด่วนประมาณ 200 เล่มจากผู้ซื้อบางรายที่ชื่อปรากฏในคำสั่งซื้อของร้านหนังสืออื่น ๆ ที่ The Guardian ติดต่อด้วย
หนึ่งในบริษัทที่ถูกกล่าวถึงคือ Zoom Books ซึ่งตั้งอยู่ในแคนาดา และเคยปรากฏในรายงานข่าวอื่นมาก่อน โดยบริษัทอธิบายตัวเองว่าเป็น “บริษัทรีไซเคิลหนังสือชั้นนำของอเมริกาเหนือ” The Guardian ได้ติดต่อ Zoom Books เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว
“ช่วงหนึ่งมันถาโถมเข้ามาจนรับมือแทบไม่ทัน ทั้งที่ผมค่อนข้างจัดการระบบได้ดีอยู่แล้ว” Gower-Spence กล่าว
เจ้าของร้านหนังสือมือสองในสหราชอาณาจักรรายหนึ่ง ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า คำสั่งซื้อหนังสือแบบสุ่มบางรายการอาจมาจากผู้ซื้อหลายราย แต่กลับถูกส่งไปยังที่อยู่เดียวกัน
“ชื่อที่ใช้เป็นนามแฝงอยู่เบื้องหลังคำสั่งซื้อเหล่านี้มีความคลุมเครือมาก แม้แต่สำหรับคนขายหนังสือที่มีประสบการณ์” แหล่งข่าวกล่าว
The Guardian พบว่ารหัสไปรษณีย์หนึ่งแห่งที่ใช้ในการจัดส่ง และถูกใช้โดยผู้ซื้อหลายราย ชี้ไปยังกลุ่มคลังสินค้าขนส่งสินค้าหลายแห่งใกล้สนามบิน Heathrow
เจ้าของร้านหนังสือรายดังกล่าวระบุว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม เขาได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อกลุ่มเดียวกันหรือผู้ซื้อที่มีลักษณะคล้ายกันรวมประมาณ 6,000 เล่ม คิดเป็นมูลค่าหลายพันปอนด์
ที่น่าสนใจคือ ผู้ซื้อเหล่านี้ยอมจ่ายในราคาเต็มหรือสูงมาก และไม่ได้ขอส่วนลด แม้จะสั่งหนังสือเป็นจำนวนมากก็ตาม
“มันกำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับธุรกิจหนังสือมือสอง เพราะนี่ไม่ใช่พฤติกรรมปกติของตลาด” เจ้าของร้านกล่าว
“ดูเหมือนว่าจะมีทั้งคนหรือระบบบางอย่างเข้ามาสุ่มเลือกหนังสือจากตลาดมือสอง และสิ่งที่พวกเขาซื้อก็ไม่สมเหตุสมผลเลยเมื่อมองจากแนวโน้มของตลาดโดยรวม”
ก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ The Guardian รายงานว่า ร้านหนังสือในออสเตรเลียก็พบคำสั่งซื้อจำนวนมากในลักษณะเดียวกัน โดยร้านหนังสือรายหนึ่งกล่าวว่าขนาดของความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันกำลัง “ทำให้ผมแทบบ้า”
ปรากฏการณ์คำสั่งซื้อเหล่านี้ทำให้บรรดาร้านหนังสือเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า บริษัท AI อาจกำลังซื้อหนังสือเหล่านี้เพื่อนำไปสแกนเนื้อหาภายใน ก่อนที่จะนำหนังสือไปทำลายหรือรีไซเคิล
Manley กล่าวว่า “ทฤษฎีของผมคือมันเป็นเงินจำนวนมหาศาลจากวงการ AI ที่กำลังถูกใช้ไปอย่างสิ้นเปลือง”
Anthropic เคยใช้เงินหลายสิบล้านดอลลาร์ซื้อหนังสือมาใช้ฝึก AI
The Washington Post รายงานในปีนี้ว่า Anthropic บริษัท AI รายใหญ่และผู้พัฒนาแชตบอต Claude เคยใช้เงิน หลายสิบล้านดอลลาร์ หรือหลายร้อยล้านบาท เพื่อจัดซื้อหนังสือ จากนั้นนำสันหนังสือออกเพื่อให้สามารถสแกนเนื้อหาภายในได้ ก่อนส่งหนังสือเหล่านั้นไปรีไซเคิล
Anthropic ระบุว่า Claude ได้รับการฝึกด้วยข้อมูลหลายประเภท ทั้งข้อมูลจากเว็บไซต์สาธารณะ ชุดข้อมูลที่ซื้อมาในเชิงพาณิชย์ และข้อมูลที่บริษัทสร้างขึ้นเอง
บริษัทกล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดหาหนังสือเป็นแนวทางที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม AI สำหรับการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ และยืนยันว่าโครงการจัดหาข้อมูลของบริษัทไม่ได้ซื้อและทำลายหนังสือหายากหรือหนังสือโบราณ
เมื่อเดือนที่แล้ว เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยี 404 Media รายงานว่า ฐานข้อมูลหนังสือแห่งหนึ่งกำลังบอกกับร้านหนังสือว่า “ข้อมูลฝึก AI ที่ดีที่สุดในโลกกำลังวางอยู่บนชั้นหนังสือ”
รายงานดังกล่าวระบุว่า หนังสือที่ตีพิมพ์ก่อนปี 2022 เป็นวัตถุดิบที่เหมาะสมสำหรับบริษัท AI เพราะข้อความในหนังสือเหล่านั้นยังไม่ได้รับผลกระทบจากเนื้อหาที่สร้างโดยแชตบอต AI ซึ่งเริ่มแพร่หลายมากขึ้นในช่วงหลัง
ฐานข้อมูลดังกล่าวคือ ISBNdb ซึ่งภายหลังออกมาชี้แจงว่ารายงานดังกล่าวอ้างอิงจากหน้าเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อ “ทดสอบความสนใจของตลาด” และหน้าเว็บดังกล่าวถูกนำออกไปแล้ว
ทำไมบริษัท AI ถึงต้องการหนังสือมือสอง?
เครื่องมือ AI เช่น แชตบอต จำเป็นต้องผ่านกระบวนการ “ฝึก” ด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เพื่อให้สามารถเรียนรู้ภาษา ความรู้ และรูปแบบการตอบคำถามได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความต้องการข้อมูลที่เพิ่มขึ้นทำให้บริษัทเทคโนโลยีต้องค้นหาแหล่งข้อมูลใหม่ ๆ เพื่อใช้สร้างโมเดล AI รุ่นต่อไป
หนังสือมือสองจึงอาจกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหนังสือที่ตีพิมพ์มานานหลายสิบปี ก่อนยุคที่ ChatGPT และเครื่องมือสร้างเนื้อหาด้วย AI จะเกิดขึ้น และหนังสือบางส่วนอาจไม่มีฉบับดิจิทัลอยู่บนอินเทอร์เน็ต
โพสต์หนึ่งในฟอรัมออนไลน์สำหรับผู้ขายหนังสือที่ The Guardian พบ ระบุในทำนองว่า น่าเสียดายที่หนังสือเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ฝึก AI ก่อนจะถูกถอดปกและนำไปทำลายเป็นเยื่อกระดาษในท้ายที่สุด
ขณะที่โพสต์อื่น ๆ แสดงความสงสัยต่อคำสั่งซื้อที่ไม่เป็นรูปแบบ และบางคนตั้งคำถามว่า หากเป้าหมายคือการฝึก AI จริง เหตุใดผู้ซื้อจึงสั่งหนังสือบางเล่มที่สามารถหาอ่านได้ฟรีบนอินเทอร์เน็ต เช่น Gulliver’s Travels ซึ่งตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 1726
โดยทั่วไป คำสั่งซื้อหนังสือเหล่านี้มักทำผ่านตลาดซื้อขายหนังสือออนไลน์ เช่น Biblio และ AbeBooks ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ Amazon เป็นเจ้าของ
The Guardian ได้ติดต่อทั้ง Biblio และ AbeBooks เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว








