เกิดกระแสถกเถียงครั้งใหญ่ในวงการเทคโนโลยี หลังช่อง YouTube Gamers Nexus ร่วมกับ Level1Techs และนักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เผยผลตรวจสอบสมาร์ตทีวี LG ที่ระบุว่าพบพฤติกรรมเก็บข้อมูลหลายรูปแบบ ทั้งการตรวจสอบอุปกรณ์ในเครือข่ายภายในบ้าน การทำงานของไมโครโฟน และระบบติดตามพฤติกรรมการรับชม ขณะที่ LG ออกมาชี้แจงว่าไม่ได้แอบบันทึกบทสนทนาของผู้ใช้ตามที่ถูกกล่าวหา
ประเด็นดังกล่าวเริ่มเป็นกระแสจากวิดีโอความยาวกว่า 2 ชั่วโมงของ Gamers Nexus ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2026 และใช้ชื่อว่า “216,000,000 Spy TVs | The LG Smart TV Problem” โดยทีมงานระบุว่าได้ตรวจสอบทีวี LG หลายรุ่น รวมถึง OLED และวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายด้วยเครื่องมืออย่าง Wireshark
พบทีวี LG สแกนอุปกรณ์ภายในเครือข่าย
หนึ่งในประเด็นที่สร้างความกังวลคือการตรวจพบว่า LG Smart TV สามารถตรวจสอบอุปกรณ์อื่นที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันได้
จากการทดสอบที่รายงานโดย Gamers Nexus ทีมงานพบว่าทีวีสามารถค้นหาอุปกรณ์จำนวนมากบนเครือข่าย LAN เช่น สมาร์ตโฟนและสมาร์ตวอตช์ แม้เจ้าของอุปกรณ์เหล่านั้นจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทดสอบทีวีก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าทีวีกำลัง “ขโมยข้อมูล” จากอุปกรณ์เหล่านั้น เพราะ LG ระบุว่าฟังก์ชัน Device Discovery เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ใช้สำหรับค้นหาและเชื่อมต่ออุปกรณ์ เช่น เครื่องเล่นเกม กล่องรับสัญญาณ อุปกรณ์ IoT และอุปกรณ์ภายนอกอื่น ๆ
LG ยืนยันว่าข้อมูลจากระบบค้นหาอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปใช้สำหรับสร้างโปรไฟล์ครัวเรือน การโฆษณาข้ามอุปกรณ์ หรือการแบ่งกลุ่มผู้ชมเพื่อโฆษณา
ประเด็นใหญ่ที่สุดคือ “ไมโครโฟนยังทำงานตอนทีวีสแตนด์บาย”
อีกส่วนหนึ่งของการตรวจสอบที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือความสามารถด้านเสียง
Gamers Nexus และทีมวิจัยระบุว่าพวกเขาสามารถตรวจพบการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเสียงของทีวี แม้เครื่องจะอยู่ในสถานะสแตนด์บาย และยังมีการสาธิตการบันทึกเสียงในสถานการณ์ที่ทีวีไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย
แต่จุดนี้จำเป็นต้องแยกให้ออกระหว่าง “ทีวีมีความสามารถในการตรวจจับเสียง” กับ “LG แอบบันทึกบทสนทนาของผู้ใช้แล้วส่งออกไป”
LG ระบุอย่างชัดเจนว่า หากผู้ใช้เปิดฟังก์ชัน Hands-free Voice Control ทีวีอาจยังตรวจจับเสียงเพื่อรอคำปลุก เช่น “Hi LG” ในขณะที่อยู่ในโหมดสแตนด์บาย แต่การตรวจจับดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายในตัวทีวี และเสียงที่ไม่พบคำปลุกจะถูกประมวลผลและลบทิ้ง ไม่ได้ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ LG
LG ยังยืนยันว่า Speech-to-Text จะเริ่มทำงานหลังจากตรวจพบคำปลุก หรือเมื่อผู้ใช้กดปุ่มไมโครโฟนบนรีโมต ไม่ใช่การถอดเสียงบทสนทนาทั้งหมดภายในบ้านอย่างต่อเนื่อง
แล้วข้อมูลที่ถูกกล่าวหาว่าบันทึกไว้ล่ะ?
Gamers Nexus ระบุว่าในการทดสอบบางกรณีพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเสียงและข้อความ รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ในการใช้ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์เพื่อเปลี่ยนทีวีให้กลายเป็นอุปกรณ์ดักฟังได้
ตรงนี้ LG มีคำชี้แจงอีกด้าน โดยระบุว่าการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกเสียงบางส่วนไม่ได้สะท้อนพฤติกรรมของทีวี LG ที่ทำงานตามปกติ แต่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่อุปกรณ์ถูกโจมตีหรือถูกดัดแปลง
Malwarebytes ซึ่งรายงานประเด็นนี้เช่นกัน ระบุว่าการสาธิตการบันทึกเสียงของนักวิจัยเป็นกรณีของ ทีวีที่ถูกเจาะระบบแล้ว และไม่ได้พิสูจน์ว่า LG Smart TV ที่ไม่ได้ถูกบุกรุกกำลังบันทึกบทสนทนาของผู้ใช้เป็นกิจวัตร
ACR คืออีกประเด็นที่ผู้ใช้ควรรู้
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่อยู่ใจกลางข้อถกเถียงคือ Automatic Content Recognition หรือ ACR
ระบบนี้สามารถสร้าง “ลายนิ้วมือดิจิทัล” ของเนื้อหาที่กำลังรับชม เพื่อระบุว่าผู้ใช้กำลังดูอะไรอยู่ โดย LG ระบุว่า ACR สามารถทำงานกับแหล่งสัญญาณอย่าง Live TV, HDMI และ LG Channels ในรุ่นและตลาดที่รองรับ
ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการรับชมและกลุ่มผู้ชม รวมถึงระบบโฆษณาที่เกี่ยวข้อง
LG ยืนยันว่า ACR เป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้สามารถเลือกเปิดหรือปิดได้ และระบุว่า ACR ไม่ได้บันทึกภาพหน้าจอ วิดีโอ หรือเสียงสนทนาของผู้ใช้ แต่ใช้ระบบ Audio Fingerprinting เพื่อระบุเนื้อหาที่กำลังรับชม
Gamers Nexus มองว่าขอบเขตการเก็บข้อมูลของระบบเหล่านี้กว้างกว่าที่ผู้บริโภคทั่วไปอาจเข้าใจ และตั้งคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสของเงื่อนไขการใช้งานและการขอความยินยอม
LG ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหา
วันที่ 12 กันยายน 2026 LG เผยแพร่เอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระบบความเป็นส่วนตัวของ Smart TV โดยระบุว่า LG Smart TV ไม่ได้บันทึกหรือส่งบทสนทนาของผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง และฟีเจอร์ Voice Recognition สามารถปิดได้
LG ระบุว่า Voice Recognition ถูกปิดเป็นค่าเริ่มต้น และจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้ยอมรับเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องและเปิดใช้งานฟังก์ชันเสียง เช่น การกดปุ่มไมโครโฟนบนรีโมต หรือเปิด Hands-free Voice Control บนรุ่นที่รองรับ
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า หากทีวีอยู่ในโหมดสแตนด์บายและผู้ใช้เปิด Hands-free Voice Control เอาไว้ ระบบอาจตรวจจับเสียงเพื่อรอ Wake Word แต่หากไม่พบคำปลุก เสียงดังกล่าวจะถูกประมวลผลภายในเครื่องและถูกลบทิ้งโดยไม่ส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ LG
แต่ Gamers Nexus ยังไม่ยอมจบเรื่องนี้
หลัง LG ออกคำชี้แจง Gamers Nexus เผยวิดีโอเพิ่มเติมในวันที่ 12 กันยายน ในชื่อ “LG Says We’re Fake News” โดยทีมงานนำคำชี้แจงของ LG มาวิเคราะห์และโต้แย้ง พร้อมนำผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเข้ามาพูดถึงเงื่อนไขการใช้งานและประเด็นเรื่องการเก็บข้อมูลของผู้บริโภค
ดังนั้น ณ ขณะนี้จึงยังไม่ควรสรุปแบบตรงไปตรงมาว่า “LG Smart TV แอบดักฟังทุกบ้าน” เพราะหลักฐานที่ถูกนำเสนอมีทั้งส่วนที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของระบบตามปกติ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับฟีเจอร์ที่ผู้ใช้เปิดใช้งาน และส่วนที่เกิดขึ้นจากการทดสอบช่องโหว่ของอุปกรณ์
ในอีกด้านหนึ่ง การตรวจพบว่าทีวีสามารถตรวจสอบอุปกรณ์ในเครือข่ายและระบบ ACR สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้ใช้รับชมได้ ก็เป็นประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ Smart TV ควรให้ความสนใจ โดยเฉพาะการตรวจสอบเมนู Privacy, Voice Recognition, ACR และ Advertising Settings บนเครื่องของตัวเอง
ท้ายที่สุด เรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ LG เพียงรายเดียว เพราะระบบ ACR และการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการรับชมเป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้ในอุตสาหกรรม Smart TV อย่างแพร่หลาย ความขัดแย้งครั้งนี้จึงกำลังกลายเป็นอีกกรณีที่ทำให้เกิดคำถามว่า สมาร์ตทีวีควรเก็บข้อมูลอะไรได้บ้าง และผู้ใช้ควรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลเหล่านั้นอย่างชัดเจนเพียงใด








