OPPO เปิดตัว ColorOS 17 อย่างเป็นทางการภายในงานประชุมนักพัฒนาที่ประเทศจีน โดยระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่นี้มาพร้อมการปรับปรุงด้านดีไซน์ ประสิทธิภาพ และฟีเจอร์ AI จำนวนมาก นอกจากนี้ OPPO ยังประกาศกำหนดการอัปเดตสำหรับอุปกรณ์ของ OPPO, OnePlus และ realme ในประเทศจีนด้วย
ดีไซน์และประสิทธิภาพ
ColorOS 17 มาพร้อมระบบดีไซน์ใหม่ที่เรียกว่า Fluid Design ซึ่งเน้นให้ภาพ แอนิเมชัน และการตอบสนองต่อการสัมผัสมีความต่อเนื่องกันตลอดทั้งระบบ โดยมี Aurora Engine เข้ามาช่วยจัดการด้านการเรนเดอร์ และ Fluid Animation สำหรับจัดการการเปลี่ยนผ่านระหว่างหน้าต่างและอินเทอร์เฟซต่าง ๆ

อีกหนึ่งระบบใหม่คือ Polar Light Engine ซึ่ง OPPO ระบุว่าสามารถลดการใช้หน่วยความจำระหว่างเปิดและใช้งานแอปได้ 25% พร้อมลดภาระการเรนเดอร์ลงได้สูงสุด 30%
ส่วน Tidal Engine จะเรียนรู้รูปแบบการใช้งานของผู้ใช้ เช่น ความถี่ในการเปิดแอป ระยะเวลาการใช้งาน ความชอบ และลักษณะการใช้งาน เพื่อจัดสรรทรัพยากรของเครื่องให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยเก็บแอปที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเอาไว้ ทำให้เมื่อผู้ใช้กลับไปยังแอปเดิม เช่น การเลื่อนฟีดหรือกรอกแบบฟอร์ม แอปสามารถกลับมาใช้งานต่อได้เร็วขึ้น
OPPO ระบุว่าระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มอัตราการคงแอปไว้เบื้องหลัง 55.6%, เพิ่มความเสถียรในการเปิดแอป 35%, ทำให้การเลื่อนและโหลดภาพในแกลเลอรีของบริษัทอื่นเร็วขึ้น 50%, เพิ่มประสิทธิภาพการโหลด Mini Program 30% และเพิ่มความเร็วในการสลับแอป 15%
AI ถูกยกระดับหลายด้าน
ColorOS 17 เพิ่ม AI Photo Editor ซึ่งสามารถลบวัตถุที่ไม่ต้องการออกจากภาพ ลดอาการภาพเบลอจากการเคลื่อนไหว และปรับสีหรือโทนของภาพได้ นอกจากนี้ยังสามารถแนะนำคำสั่งและเทมเพลตสำหรับการแต่งภาพได้ด้วย
ฟีเจอร์ Reference Image Replication สามารถนำสี แสง หรือโทนสีผิวจากภาพอ้างอิงไปปรับใช้กับภาพอื่นได้
ด้านการจัดการภาพ OPPO เพิ่ม AI Memory Gallery ที่สามารถนำภาพถ่ายต่าง ๆ มาจัดเรียงและเขียนเรื่องราวด้วย AI ให้กลายเป็น Photo Blog หรือ “Plog” แบบอัตโนมัติ ขณะที่ฟีเจอร์ Album Direct Connection สามารถเชื่อมต่อกับกล้องจากผู้ผลิตรายอื่นและอุปกรณ์ NAS เพื่อดูภาพหรือวิดีโอล่าสุดโดยไม่จำเป็นต้องเก็บไฟล์ทั้งหมดไว้ในสมาร์ตโฟน
AI Notes ก็ได้รับการปรับปรุง โดยผู้ใช้สามารถฟังการประชุมและจดบันทึกไปพร้อมกันได้ รวมถึงนำหนังสือ วิดีโอ และไอเดียต่าง ๆ เข้ามาสร้างเป็นโน้ตที่มีโครงสร้างได้ในคลิกเดียว นอกจากนี้ยังสร้างแผนภาพสรุปข้อมูลที่สามารถแก้ไขและแชร์ต่อได้ พร้อมช่วยแยกมุมมองและค้นหาจุดที่ผู้ใช้อาจมองข้าม
AI แปลภาษาและผู้ช่วยส่วนตัว
AI ของ OPPO ยังทำงานร่วมกับหูฟังของบริษัทเพื่อ แปลบทสนทนาแบบเรียลไทม์ โดยเสียงภาษาของอีกฝ่ายจะถูกแปลและส่งเข้าหูของผู้ใช้ ขณะที่โทรศัพท์สามารถถ่ายทอดเสียงหรือการแสดงออกของผู้ใช้กลับไปยังอีกฝ่ายได้
ผู้ช่วย Heytap หรือ Breeno/Xiao Bu Assistant สามารถจัดการงานส่วนตัวผ่านพื้นที่ที่เรียกว่า Xiao Bu Space โดย AI สามารถระบุเรื่องที่เร่งด่วนและนำผู้ใช้ไปยังบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น ติดตามงานที่ต้องทำ การจ่ายบิลที่เลยกำหนด หรือการจองต่าง ๆ ที่ผู้ใช้อาจลืม

สำหรับการเดินทาง ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่งเพียงประโยคเดียวเพื่อให้ Xiao Bu สร้างแผนการเดินทางแบบละเอียด จากนั้น AI จะแยกข้อมูลออกเป็นงานที่ต้องทำ การเดินทาง ที่พัก และข้อควรระวัง พร้อมช่วยเรื่องตั๋ว การเช็กอิน และการเช่ารถ
AI Fluid Cloud จะผสานระบบนำทางเข้ากับการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ เช่น ทางเดินไปสถานีรถไฟใต้ดิน จุดเปลี่ยนสาย และสถานีที่ต้องลง ขณะที่ AI One-Touch Flash Note สามารถบันทึกรหัสรับพัสดุ ข้อมูลติดต่อ หรือตั้งเตือนเพื่อไม่ให้ลืมรับตั๋ว

ส่วน AI Snap-and-Shoot หรือ AI Pai-Yi-Pai สามารถใช้กล้องเพื่อช่วยระบุวัตถุ ทำให้เอกสารอ่านง่ายขึ้น ตรวจสอบข้อมูลแคลอรี และช่วยเชื่อมต่อ Wi-Fi
เชื่อมต่อรถยนต์ อุปกรณ์สวมใส่ และระบบสุขภาพ
ColorOS 17 เพิ่ม Car+ สำหรับเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน OPPO กับรถยนต์โดยตรง โดยมีฟีเจอร์ Walking-Navigation Handover ที่สามารถส่งต่อแผนที่จากโทรศัพท์ไปยังหน้าจอขนาดใหญ่ในรถเมื่อเริ่มขับรถ
ระบบยังรองรับกล้องจากบริษัทอื่นและอุปกรณ์ NAS มากขึ้น รวมถึงเพิ่มความสามารถด้าน AI ให้กับหูฟังและการเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ตวอทช์ โทรศัพท์ และแท็บเล็ต
ด้านสุขภาพมี FatMax สำหรับโหมดเผาผลาญไขมัน และหน้าปัดนาฬิกาแบบ Modular ที่สามารถปรับแต่งได้
Sports Fluid Cloud สามารถซิงค์ข้อมูลอย่างอัตราการเต้นของหัวใจและการเผาผลาญแคลอรีระหว่างโทรศัพท์ แท็บเล็ต และสมาร์ตวอทช์ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมโทรศัพท์ด้วยท่าทางจากนาฬิกาได้ เช่น บีบนิ้วสองครั้งเพื่อเปลี่ยนเพลงหรือวิดีโอ พลิกข้อมือหรือแตะสองครั้งเพื่อย้อนกลับ รวมถึงใช้เป็นรีโมตชัตเตอร์สำหรับถ่ายภาพ
ระบบความปลอดภัยและ Accessibility
ColorOS 17 เพิ่มฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย เช่น AI Cross-App Anti-Fraud, AI Face-Swapping Detection และ AI Call Anti-Fraud เพื่อช่วยตรวจจับและป้องกันการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ
ระบบ Accessibility ยังใช้ AI ในการอ่านหรืออธิบายข้อความ ปุ่ม และรูปภาพที่ผู้ใช้แตะผ่านเสียง เหมาะกับสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การเรียกรถ การเดินทาง การช้อปปิ้ง และความบันเทิง รวมถึงสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับมุมกล้องและอธิบายวัตถุด้วยภาษาที่ละเอียดมากขึ้น
กำหนดการอัปเดต ColorOS 17
ขณะนี้กำหนดการที่ OPPO ประกาศออกมาเป็น กำหนดการสำหรับประเทศจีน เท่านั้น โดยยังไม่มีตารางสำหรับตลาดโลกหรืออินเดียอย่างเป็นทางการ ส่วนอุปกรณ์ที่เปิดตัวพร้อม ColorOS 17 ได้แก่ OPPO Find X10 Series, OnePlus 16 และ OPPO Watch S2

แหล่งที่มา : Gizmochina











