ที่งาน IFA 2026 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี Jack Huynh รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของ AMD ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดงานในหัวข้อ “The Era of Personal AI” โดยนำเสนอแนวทางการนำเทคโนโลยี Agentic AI และการประมวลผลบนอุปกรณ์มาใช้งาน เพื่อให้ AI มีความเป็นส่วนตัว ปลอดภัย และสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้ใช้ได้มากขึ้น
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ AMD นำเสนอคือ Ryzen AI Halo ซึ่งรองรับ Project Zenith ของ Microsoft ได้ตั้งแต่แกะกล่อง โดยเป็นประสบการณ์ Windows สำหรับนักพัฒนาที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง พร้อมติดตั้ง Visual Studio Code, WSL, GitHub Copilot CLI และ PowerShell มาให้ล่วงหน้า ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างและใช้งาน Local AI บนอุปกรณ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น
AMD ยังเผยโฉม Threadripper Halo Station ระบบต้นแบบสำหรับนำประสิทธิภาพการประมวลผล AI ระดับดาต้าเซ็นเตอร์มาใช้งานบนเวิร์กสเตชัน โดยผสานโปรเซสเซอร์ Ryzen Threadripper PRO 9995WX เข้ากับตัวเร่งการประมวลผล AMD Instinct แบบคู่ ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้นักพัฒนาสามารถเทรน Fine-tune และรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบ Local ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการประมวลผลบนคลาวด์ทั้งหมด
นอกจากนี้ AMD ยังประกาศความร่วมมือกับ SUSE เพื่อสนับสนุนการย้ายแอปพลิเคชัน AI จากขั้นตอนการพัฒนาและทดสอบแบบ Local บน Ryzen AI Halo ไปสู่สภาพแวดล้อม Production ระดับองค์กร โดยมุ่งเน้นด้านความปลอดภัย การรองรับระบบในระดับองค์กร และการขยายการใช้งาน AI ในวงกว้าง
ในฝั่งผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ AMD ระบุว่ามีระบบใหม่หลายรุ่นที่เปิดตัวในช่วงงาน IFA 2026 โดย Acer นำเสนอ Aspire G AGB110 ซึ่งเป็นมินิพีซี และ Aspire G 3D 16 ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen AI Max 400 Series ขณะที่ Lenovo เปิดตัว ThinkCentre X Ultra, ThinkCentre M75s Gen 6, ThinkCentre M75q Gen 6 และ IdeaPad Slim 3 ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen AI Max 400 Series เช่นกัน








