Asus และ Lenovo เตรียมเปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเป็นหนึ่งใน Android PC รุ่นแรก ๆ ภายใต้โครงการ Googlebook โดยคาดว่าจะได้เห็นรายละเอียดเพิ่มเติมในงาน IFA เดือนหน้า
ภาพเรนเดอร์ชุดใหม่ของแล็ปท็อป Asus ถูกเผยแพร่ออกมา แม้ภาพบางส่วนอาจผ่านการขยายด้วย AI จนทำให้รายละเอียดบางจุดผิดเพี้ยน แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในภาพที่เผยให้เห็นดีไซน์ของ Googlebook อย่างละเอียดที่สุดในตอนนี้
Google เคยประกาศแนวคิด Googlebook ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยยังไม่มีความชัดเจนว่า Google ต้องการให้ Googlebook เข้ามาแทนที่ Chromebook โดยตรง หรือวางตลาดควบคู่กัน แต่ด้วยความสำเร็จของ Chromebook โดยเฉพาะในตลาดการศึกษา ทำให้การมาถึงของแพลตฟอร์มใหม่นี้น่าจับตามอง
ในบทความนี้
Googlebook คือ Android PC รูปแบบใหม่
จากข้อมูลที่มีในขณะนี้ Googlebook น่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชันที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเรียกแนวคิดดังกล่าวว่า Aluminum OS แม้ปัจจุบัน Google จะไม่ได้ใช้ชื่อนี้อย่างเป็นทางการแล้ว
ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับ Gemini และมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนจากการเป็นเพียง “ระบบปฏิบัติการ” ไปสู่ “ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยความฉลาด” มากขึ้น
จุดสำคัญคือ Google ต้องการนำจุดแข็งของ Android มารวมกับประสบการณ์การใช้งานบนคอมพิวเตอร์ โดยผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงแอป Android ผ่าน Google Play Store พร้อมการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Android ที่ลึกยิ่งขึ้น รวมถึงการทำงานร่วมกับ Chrome และฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่เคยมีอยู่บน ChromeOS
หากเป็นไปตามแนวทางนี้ Googlebook จึงอาจมองได้ว่าเป็น Android PC ที่พยายามนำระบบนิเวศ Android มาสู่แล็ปท็อปอย่างเต็มรูปแบบ แทนที่จะเป็นเพียงการนำแอป Android มาใช้งานบนระบบปฏิบัติการเดสก์ท็อป
Asus และ Lenovo เตรียมเข้าสู่ตลาด Googlebook
Asus และ Lenovo เป็นสองบริษัทที่มีรายชื่อเป็นพันธมิตรด้านฮาร์ดแวร์ของ Googlebook โดยยังมี Acer, Dell และ HP เข้าร่วมด้วย ทำให้มีโอกาสที่เราจะได้เห็นอุปกรณ์จากหลายแบรนด์เปิดตัวพร้อมกันในงาน IFA
จากภาพหลุด แล็ปท็อปทั้งสองรุ่นมีดีไซน์ค่อนข้างพรีเมียม โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Chromebook ในปัจจุบัน
สำหรับ Asus มีรายงานว่าตัวเครื่องใช้วัสดุ Ultra-Ceramic Light Alloy ซึ่งช่วยให้ตัวเครื่องเบาลง 34% และแข็งแรงขึ้น 13% เมื่อเทียบกับวัสดุรุ่นก่อน
ด้านพอร์ตเชื่อมต่อก็จัดมาให้ค่อนข้างครบ ประกอบด้วยช่องหูฟัง 3.5 มม., USB Type-C จำนวน 2 ช่อง, USB Type-A จำนวน 2 ช่อง และ HDMI ขนาดมาตรฐาน
ส่วน Lenovo คือรุ่น Googlebook 15 ยังคงดีไซน์ในแบบฉบับของ Lenovo แต่มีการปรับรายละเอียดให้เข้ากับประสบการณ์ Googlebook มากขึ้น โดยแป้นพิมพ์เปลี่ยนจากปุ่ม Windows มาเป็นปุ่ม Gemini สำหรับเรียกใช้งาน AI โดยเฉพาะ พร้อมโลโก้ Googlebook บนตัวเครื่อง
ขณะที่ด้านบนของหน้าจอยังคงมีรอยนูนสำหรับติดตั้งเว็บแคม ซึ่งนอกจากช่วยให้มีพื้นที่สำหรับกล้องแล้ว ยังทำให้เปิดฝาเครื่องด้วยมือเดียวได้ง่ายขึ้น และมาพร้อม Privacy Shutter สำหรับปิดเว็บแคมเมื่อไม่ได้ใช้งาน ส่วนด้านเสียงใช้ลำโพงคู่ที่ติดตั้งอยู่สองฝั่งของคีย์บอร์ดและรองรับ Dolby Atmos
ด้านพอร์ตเชื่อมต่อมี HDMI 1 ช่อง, USB-A 1 ช่อง, USB-C 2 ช่อง และช่องหูฟัง/ไมโครโฟน 3.5 มม. ขณะที่อินเทอร์เฟซของระบบจากภาพหลุดมีลักษณะผสมระหว่าง ChromeOS และ macOS โดยมี Dock อยู่ด้านล่างและแถบสถานะด้านบน ทำให้ Googlebook 15 ดูแตกต่างจาก Chromebook รุ่นปัจจุบันอย่างชัดเจน
Glowbar อาจกลายเป็นเอกลักษณ์ของ Googlebook
Google เคยระบุว่า Googlebook ทุกรุ่นจะมี “Glowbar” ซึ่งถูกวางให้เป็นองค์ประกอบที่ทั้งใช้งานได้จริงและช่วยสร้างเอกลักษณ์ด้านดีไซน์
แนวคิดดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับไฟ Pixel Glow หรือ HiLight ที่มีข่าวว่าจะถูกนำมาใช้กับ Pixel 11 Series ซึ่งอาจทำให้ Googlebook มีองค์ประกอบด้านดีไซน์ที่เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ Pixel
สำหรับรุ่นของ Lenovo แม้ข้อมูลทางเทคนิคจะยังมีไม่มาก แต่จากภาพหลุดพบว่าดีไซน์มีความใกล้เคียงกับรุ่นของ Asus และมีองค์ประกอบ HiLight ที่โดดเด่นเช่นเดียวกัน
ที่น่าสนใจคือ Lenovo ยังมีพอร์ตให้เลือกใช้งานในลักษณะเดียวกับ Asus ทั้ง USB Type-C, USB Type-A, HDMI และช่องหูฟัง จึงมีความเป็นไปได้ว่า Google อาจกำหนดมาตรฐานบางอย่างด้านฮาร์ดแวร์ให้กับ Googlebook แต่ละรุ่น
Google ยังระบุด้วยว่า Googlebook จะมีให้เลือกหลายรูปทรงและหลายขนาด ทำให้ในอนาคตอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่แล็ปท็อปแบบดั้งเดิมเท่านั้น
หาก Google สามารถนำ Android, Google Play Store, Gemini, Chrome และการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Android มารวมไว้ในประสบการณ์เดียวกันได้สำเร็จ Googlebook ก็อาจกลายเป็นก้าวสำคัญของการนำ Android PC เข้าสู่ตลาดคอมพิวเตอร์อย่างจริงจัง และอาจเป็นคู่แข่งรูปแบบใหม่ของทั้ง Chromebook และพีซี Windows ในอนาคต





















