SK Hynix กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดของเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 25 ปี หลังมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดแซง Samsung Electronics ได้สำเร็จ โดยแรงผลักดันสำคัญมาจากความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ซึ่งกำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างมีนัยสำคัญ
การเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อ SK Hynix ปิดการซื้อขายด้วยมูลค่าตลาดประมาณ 2,082 ล้านล้านวอน หรือราว 49.9 ล้านล้านบาท แซงหน้า Samsung Electronics ที่มีมูลค่าตลาด 2,081 ล้านล้านวอนเพียงเล็กน้อย
แม้ Samsung จะออกมาระบุว่าหากนับรวมหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Shares) มูลค่ารวมของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 2,252 ล้านล้านวอน ซึ่งยังสูงกว่า SK Hynix แต่โดยทั่วไปการจัดอันดับมูลค่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์มักอ้างอิงเฉพาะหุ้นสามัญ ทำให้ SK Hynix ยังคงได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดของประเทศในปัจจุบัน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ SK Hynix ก้าวขึ้นมาแซง Samsung คือความสำเร็จในตลาดชิป High Bandwidth Memory หรือ HBM ซึ่งเป็นหน่วยความจำความเร็วสูงที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผล AI โดยเฉพาะ
HBM มีบทบาทสำคัญในระบบ AI ยุคใหม่ เนื่องจากสามารถส่งข้อมูลระหว่างหน่วยความจำและชิปประมวลผลได้รวดเร็วกว่าหน่วยความจำแบบเดิมหลายเท่า ชิปประเภทนี้จึงถูกใช้งานอย่างแพร่หลายใน GPU สำหรับ AI ของ NVIDIA และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหญ่ทั่วโลก
ปัจจุบัน SK Hynix ครองส่วนแบ่งตลาด HBM สูงถึง 61% ขณะที่ Samsung มีส่วนแบ่งเพียง 17% เท่านั้น โดยรายงานระบุว่า Samsung ประสบปัญหาด้านอัตราการผลิต (Yield) ของชิป HBM3E ส่งผลให้พลาดคำสั่งซื้อสำคัญจากลูกค้ารายใหญ่หลายราย
สิ่งที่น่าสนใจคือเมื่อย้อนกลับไปในปี 2003 หุ้นของ SK Hynix เคยร่วงลงเหลือเพียง 135 วอนต่อหุ้น และเกือบถูกขายกิจการให้กับ Micron Technology ในช่วงวิกฤตอุตสาหกรรมหน่วยความจำ ก่อนที่บริษัทจะพลิกฟื้นตัวและกลายเป็นผู้เล่นสำคัญที่สุดรายหนึ่งในตลาดชิป AI ของโลก
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่ากระแส AI ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับผู้พัฒนาโมเดล AI หรือผู้ผลิต GPU เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนสมดุลของอุตสาหกรรมหน่วยความจำโลกด้วย ผู้ผลิตที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของศูนย์ข้อมูล AI ได้จะได้รับประโยชน์มหาศาล ขณะที่ผู้เล่นรายเดิมที่เคยครองตลาดอาจถูกท้าทายได้อย่างรวดเร็ว
ในระยะต่อจากนี้ การแข่งขันระหว่าง Samsung และ SK Hynix ในตลาด HBM รุ่นใหม่จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก โดยเฉพาะเมื่อความต้องการฮาร์ดแวร์ AI ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง








