Samsung ปรับขึ้นราคาค่าวัสดุซ่อมสมาร์ทโฟนในประเทศเกาหลีใต้เฉลี่ย 5% หลังต้นทุนชิ้นส่วนและวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าซ่อมโดยเฉลี่ยแพงขึ้นราว 11,000 วอน (ประมาณ 260 บาท) แม้ว่าค่าแรงและค่าบริการจะยังคงเดิม โดยบริษัทระบุว่าการปรับราคาครั้งนี้เป็นผลจากต้นทุนอะไหล่ที่เพิ่มขึ้นและหลีกเลี่ยงไม่ได้
รายงานจาก The Chosun ระบุว่า Samsung Electronics Service ได้ปรับขึ้นราคาค่าวัสดุสำหรับการซ่อมสมาร์ทโฟนในเกาหลีใต้เฉลี่ยประมาณ 5% ขณะที่วัสดุสำหรับการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านก็มีการปรับขึ้นเฉลี่ย 9% เช่นกัน
สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ค่าซ่อมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 11,000 วอน หรือราว 260 บาท ต่อครั้ง แม้ตัวเลขจะไม่สูงมากนัก แต่ก็เป็นต้นทุนเพิ่มเติมที่ผู้ใช้ต้องรับภาระเมื่อเข้ารับบริการหลังการขาย
Samsung อธิบายว่า ต้นทุนในการซ่อมอุปกรณ์กว่า 80% มาจากราคาอะไหล่ ขณะที่อีกประมาณ 20% เป็นค่าแรงและค่าบริการ ซึ่งบริษัท ไม่ได้ปรับเพิ่ม แต่อย่างใด โดยโฆษกของ Samsung Electronics Service ระบุว่า
“ต้นทุนวัสดุที่เพิ่มขึ้นทำให้การปรับราคาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนค่าแรงและค่าบริการยังคงเท่าเดิม”
แม้ว่าหลายคนอาจเชื่อมโยงต้นทุนที่สูงขึ้นกับกระแส AI ซึ่งทำให้ราคาแรม (RAM) และหน่วยความจำ (NAND Flash) ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่รายงานระบุว่า ปัจจัยดังกล่าวไม่ใช่สาเหตุหลักของค่าซ่อมสมาร์ทโฟน เนื่องจากชิปหน่วยความจำเหล่านี้มักไม่สามารถเปลี่ยนแยกชิ้นได้ หากเสียหายมักต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดทั้งชุด
สาเหตุสำคัญกลับมาจากการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบ เช่น ทองแดง (Copper) และ ทองคำ (Gold) ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน
ผู้ผลิตรายหนึ่งซึ่งให้ข้อมูลกับกระทรวงวิสาหกิจขนาดกลางและสตาร์ทอัพของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ราคาวัตถุดิบในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นราว 60% จากปัญหาการขาดแคลนอุปทานและวัตถุดิบ
ในขณะเดียวกัน LG Electronics ระบุว่ายังไม่มีแผนปรับขึ้นค่าซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในเวลานี้ แม้บริษัทจะยุติธุรกิจสมาร์ทโฟนไปแล้วก็ตาม
แม้การปรับราคาครั้งนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกกำลังเผชิญ ซึ่งมีโอกาสส่งผลต่อค่าบริการหลังการขายในประเทศอื่น ๆ หากต้นทุนวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง








