DJI เปิดเผยความสำเร็จครั้งสำคัญของ Osmo Action 6 หลังถูกนำไปติดตั้งบนจรวด Zhuque-3 ของ LandSpace บริษัทการบินและอวกาศเชิงพาณิชย์เอกชน เพื่อบันทึกภาพระหว่างภารกิจปล่อยและกู้คืนจรวด โดยมีกล้องทั้งหมด 12 ตัวติดตั้งอยู่บนจรวดท่อนแรก และสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องดัดแปลงตัวกล้องเป็นพิเศษ
Osmo Action 6 ต้องทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่รุนแรงตลอดภารกิจ ทั้งแรงสั่นสะเทือนความถี่สูงจากเครื่องยนต์ อุณหภูมิบริเวณพื้นผิวจรวดที่อาจสูงประมาณ 400–500 องศาเซลเซียส รวมถึงช่วงที่จรวดเข้าสู่พื้นที่อับสัญญาณระหว่างการเดินทางและกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ อย่างไรก็ตาม ตัวกล้องสามารถบันทึกข้อมูลไว้ภายในอุปกรณ์ ทำให้ฟุตเทจยังคงถูกเก็บกลับมายังพื้นโลกได้ครบถ้วน
กล้องทั้ง 12 ตัวถูกวางไว้ตามตำแหน่งสำคัญของจรวดท่อนแรก เพื่อบันทึกภาพแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งตั้งแต่ช่วงจุดระเบิดและทะยานขึ้น ไปจนถึงการปรับท่าทางระหว่างบิน การกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ และช่วงลงจอด ภาพเหล่านี้ยังสามารถนำไปใช้ตรวจสอบกระบวนการกู้คืนและประเมินสภาพของจรวดท่อนแรกหลังเสร็จสิ้นภารกิจ
ด้านการบันทึกภาพ Osmo Action 6 มาพร้อมระบบกันสั่นรุ่นใหม่ที่ช่วยลดผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนและการเคลื่อนไหวรุนแรงระหว่างการบิน ขณะที่ตัวกล้องใช้เซนเซอร์ฟอร์แมตใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 1/1.1 นิ้ว รองรับการบันทึกวิดีโอสูงสุด 4K/120fps และมีช่วงไดนามิกสูงสุด 13.5 สต็อป ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดในสภาพแสงที่แตกต่างกันระหว่างภารกิจได้
นอกจาก Osmo Action 6 แล้ว DJI ยังนำอุปกรณ์ถ่ายภาพรุ่นอื่นเข้ามาใช้เก็บภาพการปล่อยจรวดจากหลายมุม โดยประกอบด้วย DJI Mavic 4 Pro สำหรับภาพทางอากาศ, DJI Matrice 4TD สำหรับภาพความร้อน, Osmo 360 II ที่กำลังจะเปิดตัวสำหรับภาพพาโนรามา 360 องศา และ Osmo Pocket 4P สำหรับฟุตเทจบนพื้นดิน ทำให้การบันทึกภารกิจครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่มุมมองบนจรวด กลางอากาศ ไปจนถึงพื้นที่ภาคพื้นดิน












