Capcom เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน โดยบริษัททำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งทั้งด้านรายได้ กำไร และยอดจำหน่ายเกม หลังมีเกมใหม่และเกมเก่าหลายเกมได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้เล่นทั่วโลก ส่งผลให้ยอดขายเกมรวมในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
รายได้สุทธิของบริษัทอยู่ที่ 70.41 พันล้านเยน (ประมาณ 15,050 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 54.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 41.05 พันล้านเยน (ประมาณ 8,770 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 66.9% ส่วนยอดขายเกมรวมอยู่ที่ 23.81 ล้านชุด เพิ่มขึ้นจาก 14.16 ล้านชุดในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันผลประกอบการคือ Pragmata ซึ่งมียอดจำหน่ายทั่วโลกทะลุ 2.5 ล้านชุดแล้ว ขณะเดียวกัน Capcom ระบุว่าซีรีส์ Resident Evil ยังคงได้รับความนิยมจากผู้เล่นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเกมภาคก่อน ๆ ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นจากการทำโปรโมชั่นด้านราคา ส่งผลให้ Resident Evil Requiem มียอดขายสะสมทะลุ 8 ล้านชุดเป็นที่เรียบร้อย
Capcom ยังเปิดเผยอันดับเกมขายดีที่สุดของแฟรนไชส์ Resident Evil โดย Resident Evil 2 Remake ครองอันดับหนึ่งด้วยยอดขาย 19.75 ล้านชุด ตามมาด้วย Resident Evil 7: Biohazard ที่ 18.41 ล้านชุด, Resident Evil 4 (2023) ที่ 16.04 ล้านชุด, Resident Evil Village ที่ 15.86 ล้านชุด และ Resident Evil 3 (2020) ที่ 14.52 ล้านชุด
ด้าน Devil May Cry 5 ยังคงรักษากระแสความนิยมได้อย่างต่อเนื่อง โดยทำยอดขายเพิ่มอีก 1.29 ล้านชุดในไตรมาสล่าสุด ส่งผลให้ยอดขายสะสมตั้งแต่เปิดตัวในปี 2019 เพิ่มเป็น 14.24 ล้านชุด ซึ่ง Capcom ระบุว่าความสำเร็จส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการออกอากาศซีรีส์บน Netflix ที่ช่วยดึงดูดผู้เล่นกลุ่มใหม่เข้าสู่แฟรนไชส์มากขึ้น
แหล่งที่มา : Instant Gaming News







