Xiaomi ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ที่จะมาแทน HyperOS เวอร์ชันปัจจุบัน จะเปิดตัวในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2026 โดยคาดว่าจะใช้ชื่อ HyperOS 4 และมาพร้อมการปรับปรุงด้าน AI ครั้งใหญ่ รวมถึงการออกแบบอินเทอร์เฟซใหม่ทั้งระบบ
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมผลประกอบการของบริษัท โดย Xiaomi ระบุว่าจะยังคงตรึงราคาสมาร์ตโฟนเอาไว้ แม้ต้นทุนหน่วยความจำและชิปจัดเก็บข้อมูลทั่วโลกจะปรับตัวสูงขึ้น
ในบทความนี้
Xiaomi เดินหน้ากลยุทธ์ AI และตลาดพรีเมียม
ระหว่างการประชุมผลประกอบการ Lu Weibing ประธานกลุ่ม Xiaomi เปิดเผยว่าบริษัทจะยังคงเดินหน้ากลยุทธ์สมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมและการขยายตลาดทั่วโลกต่อไป ขณะเดียวกันก็จะปรับโครงสร้างธุรกิจสมาร์ตโฟนใหม่ โดยให้ AI เป็นแกนหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต
เขาระบุว่าเทคโนโลยี “Super AI” ถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่สุดของ Xiaomi ในปี 2026 และจะมีบทบาทสำคัญในอุปกรณ์รุ่นใหม่ของบริษัท
HyperOS 4 คาดมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
แม้ Xiaomi ยังไม่ได้ยืนยันชื่อทางการของระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ แต่ข้อมูลจากแหล่งข่าวและข้อมูลหลุดหลายครั้งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ระบบดังกล่าวจะใช้ชื่อ HyperOS 4.0
รายงานระบุว่า HyperOS 4 จะเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่สำหรับสมาร์ตโฟน Xiaomi, Redmi และ Poco โดยมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่
• ดีไซน์อินเทอร์เฟซใหม่ ได้แรงบันดาลใจจากแนวคิด Liquid Glass
• ระบบแอนิเมชันที่ลื่นไหลและสมจริงยิ่งขึ้น
• ปรับปรุงหน้าจอมัลติทาสก์และการสลับแอปใหม่
• Launcher เวอร์ชันใหม่พร้อมลูกเล่นเพิ่มเติม
• AI ทำงานเชิงลึกในระดับระบบปฏิบัติการ
• ฟีเจอร์ AI ที่เข้าใจบริบทการใช้งานมากขึ้น
• พัฒนา HyperConnect ให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ดียิ่งขึ้น
• ระบบจัดการหน่วยความจำและแอปเบื้องหลังที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม
คาดเปิดตัวพร้อม Xiaomi 18 Series
แหล่งข่าวคาดว่า Xiaomi จะเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Xiaomi 18 Series ในช่วงเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม 2026 เช่นเดียวกัน โดยมีความเป็นไปได้สูงว่ารุ่นดังกล่าวจะเป็นสมาร์ตโฟนกลุ่มแรกที่มาพร้อม HyperOS 4 ตั้งแต่แกะกล่อง
หลังจากนั้น Xiaomi จะทยอยปล่อยอัปเดตไปยังสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตที่อยู่ในรายชื่อรองรับต่อไป
สำหรับผู้ใช้ Xiaomi, Redmi และ Poco การอัปเดตครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดของปี เนื่องจากไม่ได้เน้นเพียงการเปลี่ยนหน้าตาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ใช้งานในระดับระบบปฏิบัติการอย่างเต็มรูปแบบ








