vivo X500 Pro Max เตรียมเปิดตัวพร้อม vivo X500 Series ในจีนวันที่ 21 กันยายนนี้ ล่าสุด vivo เผยภาพทางการของรุ่น Pro Max ครบทั้ง 4 สี ขณะที่ข้อมูลสเปกที่ปรากฏบน GSM Arena ระบุว่าเป็นเรือธงที่เน้นทั้งกล้องระดับสูง จอ 144Hz และแบตเตอรี่ 7,000mAh
ในบทความนี้
vivo เผยดีไซน์ X500 Pro Max ครบ 4 สี
vivo เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนตระกูล X500 Series ในประเทศจีนวันที่ 21 กันยายน 2026 หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทเผยดีไซน์ของ X500 Pro Max ออกมาแล้ว ล่าสุดได้เปิดเผยภาพตัวเครื่องอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม โดยแสดงให้เห็นสีตัวเครื่องครบทั้ง 4 สีที่จะวางจำหน่าย
ดีไซน์โดยรวมยังคงเน้นรูปแบบสมาร์ตโฟนเรือธง โดยเฉพาะโมดูลกล้องด้านหลังขนาดใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ vivo X Series ที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพเป็นหลัก
สเปก vivo X500 Pro Max ที่คาดว่าจะเปิดตัว
ข้อมูลจาก GSM Arena ระบุสเปกหลักของ vivo X500 Pro Max ไว้ค่อนข้างละเอียด โดยเครื่องรุ่นนี้จะใช้ MediaTek Dimensity 9600 Pro ซึ่งเป็นชิปประมวลผลระดับเรือธงที่ผลิตบนกระบวนการ 3 นาโนเมตร
ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอ LTPO AMOLED ขนาด 6.85 นิ้ว ความละเอียด 1260 × 2800 พิกเซล รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz พร้อม PWM, HDR10+, HDR Vivid และ Dolby Vision โดยมีความหนาแน่นประมาณ 448ppi
ในส่วนของหน่วยความจำ จะมีตัวเลือกตั้งแต่ RAM 12GB + 256GB, RAM 16GB + 512GB ไปจนถึง RAM 16GB + 1TB และใช้พื้นที่เก็บข้อมูลแบบ UFS 4.1 โดยไม่มีช่องใส่ microSD
กล้องหลัง 3 ตัว เน้นเทเลโฟโต 200MP
ระบบกล้องหลังเป็นจุดเด่นสำคัญของ X500 Pro Max โดยมีกล้องทั้งหมด 3 ตัว ได้แก่
- กล้องหลัก 50MP รูรับแสง f/1.6 ใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.28 นิ้ว พิกเซล 1.22µm พร้อม PDAF และ OIS
- กล้อง Periscope Telephoto 200MP รูรับแสง f/2.7 ระยะ 85 มม. ใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.4 นิ้ว รองรับ PDAF, OIS และ Optical Zoom 3.7 เท่า
- กล้อง Ultra-wide 50MP รูรับแสง f/2.0 ระยะ 15 มม. พร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติ
กล้อง Periscope 200MP ยังถูกระบุว่าเป็นเซนเซอร์เดียวกับที่ใช้ใน vivo X300 Ultra ซึ่งหมายความว่า vivo ยังคงนำกล้องเทเลโฟโตความละเอียดสูงมาเป็นหนึ่งในจุดขายหลักของรุ่นนี้
สำหรับกล้องหลัก vivo ระบุว่าจะใช้ เซนเซอร์ที่พัฒนาร่วมกับ Sony และมี Dynamic Range สูงถึง 17EV ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามสเปกจริง จะช่วยเพิ่มความสามารถในการเก็บรายละเอียดบริเวณส่วนสว่างและเงามืดของภาพ
ระบบกล้องยังมาพร้อม Zeiss Optics, Zeiss T coating, Color Spectrum Sensor และ Laser AF* รวมถึงฟีเจอร์ HDR และ 3D LUT
ด้านการถ่ายวิดีโอ รองรับสูงสุด 8K และสามารถบันทึก 4K ที่สูงสุด 120fps รวมถึง 1080p สูงสุด 240fps พร้อม Gyro-EIS และรองรับ 10-bit Log กับ Dolby Vision HDR
ส่วนกล้องหน้าจะเป็นความละเอียด 50MP รูรับแสง f/2.0 พร้อม Auto Focus และสามารถบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 60fps ได้
แบตเตอรี่ 7,000mAh พร้อมชาร์จ 100W
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือแบตเตอรี่ โดย X500 Pro Max จะใช้แบตเตอรี่ 7000mAh และรองรับการชาร์จเร็วแบบมีสาย 100W รวมถึงชาร์จไร้สาย 40W
นอกจากนี้ยังรองรับ Reverse Wireless Charging และ Reverse Wired Charging สำหรับจ่ายพลังงานให้อุปกรณ์อื่น
ตัวเครื่องยังมีมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP68/IP69 โดยข้อมูลระบุว่าสามารถรับแรงดันน้ำระดับสูงและจมน้ำได้ลึกถึง 1.5 เมตรเป็นเวลา 30 นาที
ด้านการเชื่อมต่อรองรับ Wi-Fi 6/7 แบบ Dual-band, Bluetooth 5.4, NFC, Infrared และ USB Type-C 3.2 พร้อม OTG ขณะที่ระบบระบุตำแหน่งรองรับ GPS, GLONASS, BDS, Galileo, QZSS และ NavIC
ซอฟต์แวร์จะมาพร้อม Android 16 และ OriginOS 6 โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าจะได้รับการอัปเดต Android รุ่นหลักสูงสุด 5 รุ่น












