ทศวรรษที่หายไปของ Steve Jobs เมื่อความล้มเหลวที่ชื่อ NeXT กลายเป็นต้นกำเนิดของ macOS และ iOS
เมื่อพูดถึง Steve Jobs ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากการก่อตั้ง Apple ตามด้วยการถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองสร้าง ก่อนจะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่และพลิกฟื้น Apple จนกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดจบอันยิ่งใหญ่นั้น มีช่วงเวลาหนึ่งที่มักถูกมองข้ามเสมอ นั่นคือช่วงเวลา 12 ปีที่ Jobs หายไปจาก Apple และอาจเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา
หนังสือ Steve Jobs in Exile: The Untold Story of NeXT and the Remaking of an American Visionary ของ Geoffrey Cain พยายามพาผู้อ่านย้อนกลับไปสำรวจ “ทศวรรษที่หายไป” ของ Steve Jobs ระหว่างปี 1985 ถึง 1997 ช่วงเวลาที่หลายคนมองว่าเป็นยุคแห่งความล้มเหลว แต่ผู้เขียนกลับมองว่ามันคือจุดกำเนิดของทุกสิ่งที่ทำให้ Apple กลายเป็น Apple ในปัจจุบัน
ในบทความนี้
วันที่ Steve Jobs ถูกไล่ออกจาก Apple
ปี 1985 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี Steve Jobs ในวัย 30 ปี ถูกผลักออกจาก Apple บริษัทที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้นมา แม้จะเป็นอัจฉริยะด้านผลิตภัณฑ์ แต่ Jobs ในยุคนั้นขึ้นชื่อเรื่องการบริหารที่ดุดัน อารมณ์รุนแรง และสร้างความขัดแย้งภายในองค์กรอยู่ตลอดเวลา ท้ายที่สุดคณะกรรมการบริษัทเลือกสนับสนุน John Sculley มากกว่า และ Jobs ก็ต้องออกจากบริษัทที่เขารัก
สำหรับคนส่วนใหญ่ นั่นควรเป็นจุดจบ แต่สำหรับ Jobs มันกลับเป็นจุดเริ่มต้น
NeXT บริษัทที่หลายคนจำได้ว่า “ล้มเหลว”
หลังออกจาก Apple ไม่นาน Jobs ก่อตั้งบริษัทใหม่ชื่อ NeXT โดยมีเป้าหมายสร้างคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่สำหรับการศึกษา มหาวิทยาลัย และงานวิจัยระดับสูง NeXT Computer เปิดตัวในปี 1988 พร้อมดีไซน์ทรงลูกบาศก์สีดำอันโดดเด่น วัสดุระดับพรีเมียม และแนวคิดที่ล้ำหน้ากว่าคู่แข่งหลายปี
ปัญหาคือมันแพงเกินไป ราคาสูง ประสิทธิภาพไม่คุ้มต้นทุน และยอดขายต่ำกว่าที่คาดหวังอย่างมาก ในเชิงธุรกิจ NeXT แทบไม่เคยประสบความสำเร็จ บริษัทเผชิญปัญหาการเงินต่อเนื่อง ต้องลดขนาดองค์กร และท้ายที่สุดยุติการผลิตฮาร์ดแวร์ไปในที่สุด หากมองจากภายนอก NeXT ดูเหมือนบทเรียนราคาแพงของ Steve Jobs แต่ความจริงกลับซับซ้อนกว่านั้นมาก
ความล้มเหลวที่สร้างระบบปฏิบัติการแห่งอนาคต
แม้ฮาร์ดแวร์จะขายไม่ดี แต่ทีม NeXT กลับสร้างสิ่งที่ล้ำหน้าที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์ นั่นคือ NeXTSTEP ระบบปฏิบัติการที่สร้างบนพื้นฐานของ Unix แต่ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย มีอินเทอร์เฟซแบบกราฟิกทันสมัย และรองรับการพัฒนาแอปพลิเคชันด้วยเครื่องมือที่ล้ำหน้ากว่าคู่แข่งในยุคนั้นหลายปี
Geoffrey Cain อธิบายแนวคิดนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “NeXTSTEP คือความพยายามของ Steve Jobs ที่จะทำให้ Unix มีรสชาติหวานขึ้น” ในยุคที่ระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่ยังซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ทั่วไป NeXTSTEP กลับนำเสนอแนวคิดที่ปัจจุบันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ทั้งการลากวางวัตถุ การพัฒนาแอปแบบ Object-Oriented และสภาพแวดล้อมสำหรับนักพัฒนาที่ก้าวล้ำกว่าระบบอื่นในตลาด หลายแนวคิดเหล่านี้ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้
ความจริงที่หลายคนไม่รู้ iPhone ยังมี DNA ของ NeXT อยู่ภายใน
ในปี 1996 Apple กำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ Mac OS รุ่นเดิมเริ่มล้าหลัง คู่แข่งอย่าง Microsoft กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และบริษัทต้องการระบบปฏิบัติการใหม่เพื่ออนาคต Apple จึงเริ่มมองหาทางเลือก โดยหนึ่งในตัวเต็งเวลานั้นคือ BeOS ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างมากในวงการเทคโนโลยี
แต่สุดท้าย Apple กลับเลือกซื้อ NeXT การเข้าซื้อกิจการมูลค่า 429 ล้านดอลลาร์ครั้งนั้นไม่เพียงดึง Steve Jobs กลับเข้าสู่บริษัทเท่านั้น แต่ยังทำให้ Apple ได้ครอบครอง NeXTSTEP ด้วย จากนั้น NeXTSTEP ถูกพัฒนาต่อเป็น Mac OS X ก่อนแตกแขนงไปเป็น macOS และจากแกนหลักเดียวกันนั้นเอง ก็กลายมาเป็น iPhone OS ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น iOS ในเวลาต่อมา
หากย้อนกลับไปดูให้ลึกพอ จะพบว่าทุกครั้งที่ปลดล็อก iPhone หรือเปิดใช้งาน MacBook เรากำลังใช้งานเทคโนโลยีที่มีรากฐานมาจากบริษัทที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่า “ล้มเหลว”
คอมพิวเตอร์ NeXT กับการกำเนิด World Wide Web
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ NeXT มีบทบาทในจุดกำเนิดของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ด้วย ในปี 1990 Tim Berners-Lee นักวิทยาศาสตร์จาก CERN ได้สร้าง World Wide Web Server เครื่องแรกของโลกบนคอมพิวเตอร์ NeXT และเว็บเบราว์เซอร์ตัวแรกของโลกก็ถูกพัฒนาบนเครื่อง NeXT เช่นกัน
นั่นหมายความว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ขายไม่ค่อยออกของ Steve Jobs กลับกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดหนึ่งในนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้น หนังสือเล่าว่าพนักงานบางคนของ NeXT ไม่กล้านำเรื่องนี้ไปบอก Steve Jobs เพราะกลัวว่าเขาอาจมองว่า World Wide Web เป็นเพียงไอเดียไร้สาระและปัดมันทิ้ง หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของโลกเทคโนโลยีที่ประวัติศาสตร์อาจเปลี่ยนไปเพียงเพราะการตัดสินใจเล็ก ๆ ไม่กี่ครั้ง
ข้อความเสียงหนึ่งสายที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ Apple
หนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดในหนังสือคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 1996 ขณะนั้น Apple กำลังพิจารณาอนาคตของระบบปฏิบัติการใหม่ ส่วน NeXT เองก็อยู่ในช่วงดิ้นรนอย่างหนัก ระหว่างการประชุมภายใน ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ระดับกลางของ NeXT คนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “ทำไมเราไม่โทรหา Apple ไปเลยล่ะ”
จากนั้นเขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน ยกหูโทรศัพท์ และฝากข้อความเสียงไว้กับผู้บริหารฝ่ายซอฟต์แวร์ของ Apple ข้อความนั้นอธิบายว่าเหตุใด Apple ควรเลือก NeXT แทน BeOS ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผลลัพธ์กลับไม่ธรรมดาเลย Apple ตอบรับการพูดคุย การเจรจาเริ่มต้นขึ้น NeXT ถูกซื้อกิจการ Steve Jobs กลับสู่ Apple และประวัติศาสตร์ของวงการเทคโนโลยีก็เปลี่ยนไปตลอดกาล
หากข้อความเสียงนั้นไม่เคยถูกฝากไว้ เราอาจไม่เคยได้เห็น Mac OS X อาจไม่มี iPhone ในแบบที่เรารู้จัก และ Apple อาจกลายเป็นบริษัทอีกแบบหนึ่งไปแล้ว
ทศวรรษที่หายไป ที่อาจสำคัญที่สุดในชีวิต Steve Jobs
นี้คือบางส่วนของเหตุการณ์ที่ Geoffrey Cain ได้นำมาเล่าผ่านหนังสือ Steve Jobs in Exile ทำให้เราเห็นมุมมองของผู้เขียนที่น่าสนใจของ NeXT ว่ามันไม่ใช่เรื่องราวของความล้มเหลว แต่มันคือห้องทดลองขนาดใหญ่ที่หล่อหลอม Steve Jobs คนใหม่ขึ้นมา ชายที่ออกจาก Apple ในปี 1985 คือผู้ก่อตั้งผู้เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความทะเยอทะยาน แต่ชายที่กลับมาในปี 1997 คือผู้นำที่ผ่านทั้งความสำเร็จ ความผิดพลาด ความล้มเหลว และบทเรียนทางธุรกิจมาครบถ้วน
NeXT อาจไม่เคยกลายเป็นบริษัทมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ แต่เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นภายในบริษัทแห่งนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ใน Mac, iPhone, iPad และอุปกรณ์ Apple ทุกเครื่องที่ถูกใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
บางครั้งเรื่องราวที่เปลี่ยนโลกที่สุด อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่ใครบางคนประสบความสำเร็จ แต่อาจเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาล้มเหลวจนไม่มีใครสนใจต่างหาก







