Apple ยื่นฟ้อง OpenAI และอดีตพนักงานของบริษัท 2 ราย โดยกล่าวหาว่ามีการนำความลับทางการค้า เอกสารภายใน และข้อมูลโครงการลับของ Apple ไปใช้เพื่อประโยชน์ของ OpenAI ระหว่างการดึงตัวพนักงานเข้าร่วมงาน ซึ่งอาจกลายเป็นคดีสำคัญที่สะท้อนการแข่งขันด้าน AI และฮาร์ดแวร์ที่กำลังรุนแรงขึ้น
ในบทความนี้
Apple กล่าวหา OpenAI ใช้ข้อมูลลับระหว่างการดึงตัวพนักงาน
ตามคำฟ้อง Apple ระบุว่า OpenAI ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับพนักงานจากบริษัทเท่านั้น แต่ยังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนสนับสนุนให้ผู้สมัครนำข้อมูลภายในของ Apple ติดตัวไปด้วย รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัท
หนึ่งในผู้ถูกฟ้องคือ Chang Liu อดีตวิศวกรอาวุโสด้านระบบไฟฟ้าที่ทำงานกับ Apple นานกว่า 8 ปี โดย Apple กล่าวหาว่าเขาไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนรักษาความลับ เช่น ไม่ส่งคืนโน้ตบุ๊กของบริษัทหลังลาออก
Apple ระบุเพิ่มเติมว่า หลังออกจากบริษัท Liu ยังใช้เครื่องดังกล่าวเข้าถึงเครือข่ายภายในของ Apple โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมส่งข้อความลักษณะ “LOL” และ “so funny” ให้เพื่อนร่วมงานหลังเข้าถึงข้อมูลได้สำเร็จ
นอกจากนี้ Apple ยังกล่าวหาว่า Liu สอนพนักงาน Apple อีกรายที่กำลังถูก OpenAI ชักชวนให้เข้าร่วมงาน ให้คัดลอกไฟล์ลับและหลีกเลี่ยงการถูกตรวจพบจากทีมรักษาความปลอดภัย
พาดพิงผู้บริหารฮาร์ดแวร์ของ OpenAI
คดีนี้ยังกล่าวถึง Tang Yew Tan ประธานฝ่ายฮาร์ดแวร์ (Chief Hardware Officer) ของ OpenAI ซึ่งเคยทำงานกับ Apple นานกว่า 24 ปี และเคยดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ iPhone และ Apple Watch
Apple กล่าวหาว่า Tang ใช้ข้อมูลลับของบริษัทอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับ OpenAI แม้ยังไม่มีคำตัดสินของศาลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว
Apple เชื่อว่าปัญหาอาจใหญ่กว่าที่ปรากฏ
Apple ระบุในคำฟ้องว่าเหตุการณ์ที่พบอาจเป็นเพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” พร้อมกล่าวหาว่า OpenAI มีพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ เช่น
- ใช้ชื่อโค้ดภายในของโครงการ Apple ระหว่างการสัมภาษณ์งาน
- ซักถามผู้สมัครเกี่ยวกับโครงการลับของ Apple
- ขอให้ผู้สมัครนำชิ้นส่วนหรือเครื่องต้นแบบ (Prototype) มาระหว่างการสัมภาษณ์
- ส่งขั้นตอนการลาออกภายในของ Apple ให้พนักงานก่อนแจ้งลาออก เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ
- ใช้แพลตฟอร์มสื่อสารส่วนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ
Apple ระบุว่าพฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนว่าเป็นการกระทำที่ “จงใจและรับรู้ผล” ไม่ใช่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
เกี่ยวข้องกับแผนฮาร์ดแวร์ AI ของ OpenAI
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ OpenAI กำลังเร่งขยายธุรกิจด้านฮาร์ดแวร์ AI โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้เข้าซื้อกิจการ io บริษัทของอดีตนักออกแบบ Apple อย่าง Jony Ive ด้วยมูลค่าราว 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 212,000 ล้านบาท (คำนวณที่ 1 ดอลลาร์ ≈ 32.6 บาท)
แม้ OpenAI จะยังไม่เปิดตัวอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าบริษัทกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI รูปแบบใหม่ ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าอาจไม่ยึดติดกับแนวคิดสมาร์ทโฟนแบบเดิม
คดีนี้แตกต่างจากคดีลิขสิทธิ์ที่ OpenAI กำลังเผชิญอยู่ เพราะเป็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ การขโมยความลับทางการค้า (Trade Secrets) ซึ่งเป็นประเด็นทางกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
หาก Apple สามารถพิสูจน์ข้อกล่าวหาได้ อาจส่งผลกระทบต่อแผนพัฒนาฮาร์ดแวร์ของ OpenAI รวมถึงสร้างบรรทัดฐานใหม่เกี่ยวกับการดึงตัวบุคลากรและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในยุคการแข่งขันด้าน AI ที่กำลังเข้มข้นขึ้น








