รีวิว OPPO Reno6 Pro 5G อารมณ์ไหน ก็พอร์ตเทรต ในสเปคตัวโปร

Advertisements
Advertisements

OPPO Reno6 Pro 5G รุ่นโปรสำหรับ OPPO Reno6 Series หนึ่งตัวเลือกล่าสุดสำหรับคนที่ต้องการสมาร์ทโฟนสาย “สวย” สวยทั้งตัวเครื่องและผู้ที่ถูกถ่ายด้วยกล้องของสมาร์ทโฟนในซีรี่ส์นี้ครับ เก่งด้านพอร์ตเทรต ถ่ายภาพบุคคลออกมาได้สวยงาม และแปลกตาด้วย เพราะว่ามีฟังก์ชั่นเยอะเลยทีเดียวในการถ่ายภาพ

OPPO Reno6 Pro 5G เปิดตัวออกมาในสเปคเครื่องที่สูงครับ ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 870 5G SoC รองรับการใช้งาน 5G ในไทยได้สมบูรณ์ ใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด ให้ขนาด ROM 256GB และ RAM 12GB ที่มีเทคโนโลยี RAM Expansion ที่ OPPO พัฒนาขึ้นมาช่วยแก้ปัญหาเมื่อโทรศัพท์กำลังขาด RAM ในการใช้งาน โดยจะแปลงพื้นที่ความจำส่วนหนึ่งของ ROM ที่มีอยู่มาเป็นหน่วยความจำเสมือนได้ โดยเราสามารถอนุญาตการขยาย RAM ชั่วคราวได้ 3 ระดับ 3GB/5GB/7GB ทำให้ RAM ขนาด 12GB จะสามารถขยายได้สูงสุดถึง 20GB เลยทีเดียวครับ

 

ประสิทธิภาพเครื่องรุ่นนี้ใช้ชิปเซ็ตระดับสูง รอมและแรมเยอะมาก การทำงานต่างๆ เทียบรุ่นเรือธงได้ เอามาใช้งานหรือเอาใช้เล่นเกมแบบจริงจังก็ใช้ได้สบายครับ และตัวเครื่องไม่เกิดความร้อนสะสมให้รู้สึกน่าเป็นห่วงด้วยครับ

ภายในรุ่นนี้ ทาง OPPO ได้ใส่ระบบระบายความร้อนไว้ภายใน นอกจาก Multi-cooling System ที่มีอยู่เดิมอยู่ก่อนแล้ว OPPO Reno6 Pro 5G ยังติดตั้ง Vapor Chamber สำหรับช่วยรับระบายอุณหภูมิขนาดใหญ่พิเศษ 31.68 ตร.ซม. กินพื้นที่ไปกว่า 32% ของพื้นที่โทรศัพท์ ครอบคลุมทั้งบน SoC,
Modem, RAM, ROM และพื้นที่ส่วนใหญ่ของตัวแบตเตอรี่ ช่วยควบคุมอุณหภูมิของโทรศัพท์ให้มีความเหมาะสม เป็นการกระจายความร้อนระดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน

ภายในใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500mAh และให้เทคโนโลยีชาร์จไว 65W SuperVOOC2.0 การชาร์จไวที่ดีที่สุดของ OPPO ในตอนนี้ทั้งไวและปลอดภัย ชาร์จแค่ครึ่งชั่วโมงแบตขนาด 4,500 mAh ก็กลับเต็มก้อนได้แล้วครับ แถมไม่เกิดความร้อนสะสม และมีขั้นตอนดูแลความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าและอุณหภูมิไว้ 5 ขั้นตอน ใช้งานได้ดีและต้องอุ่นใจในการใช้ด้วยผมย้ำมาตลอดเพราะมันคือมาตรฐานที่ดีของแบรนด์สมาร์ทโฟนที่สร้างความเชื่อใจให้ผู้ใช้ได้ยาวนานครับ

OPPO ออกแบบสมาร์ทโฟนในซีรี่ส์นี้คล้ายๆ กัน เป็นเครื่อง 5G ที่มีตัวเครื่องบาง รุ่นนี้บางเพียง 7.99 มม. และน้ำหนักประมาณ 188 กรัม พกพาใส่กระเป๋าเสื้อได้สบาย

ใช้งานผลิตฝาหลังแบบ OPPO Reno Glow ให้ประกายระยิบระยับ สะท้อนแสงได้สวยงามแม้จะเป็นเครื่องสีโทนเทาดำ อย่างที่เห็นอยู่ในรีวิวนี้คือเครื่องสี Lunar Grey พื้นผิวโทนสีเทา ดำ แต่สลับประกายเงินเมทัลลิก ระยิบระยับสะท้อนแสงเหมือนเม็ดทราย ผิวสัมผัสไม่ลื่นมือ จับกระชับถือง่าย และวัสดุนี้จะไม่เกิดรอยนิ้วมือใดๆ ในการใช้งานเลยครับ

ความสวยงามขึ้นหิ้งตามมาตรฐานงาน OPPO จะทำออกมากี่สีก็สวยทุกสี เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องการให้สี แต่ OPPO Reno Glow คือการออกแบบที่ให้สีเกิดมิติ ด้วยพื้นผิวที่พิเศษด้วย “เกล็ดหิมะ” เล็กๆ นับล้านบนฝาหลังผิวกระจกของตัวเครื่อง ที่เกิดจากกระบวนการ glass etching ที่ได้รับการพัฒนาแล้วรุ่นต่อรุ่น ซึ่งใน OPPO Reno6 Pro 5G นี้ก็เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตฝาหลังในลักษณะนี้เป็นรุ่นล่าสุดครับ

ตัวเครื่องจริงถ้าได้เห็นและสัมผัสจะรู้สึกชอบกันอย่างแน่นอน

หน้าจอแสดงผลใหญ่ 6.5 นิ้ว เป็นจอ AMOLED 3D Curved FullHD+ รีเฟรชเรท 90Hz เทคโนโลยี HDR10+ ใช้รับชมคลิป HD จาก Netflix หรือ Youtube ที่เป็น HDR ได้เลย จอใหญ่เต็มพื้นที่ด้านหน้า รองรับการสแกนนิ้วบนหน้าจอโดยตรง

ใส่มอเตอร์สั่นภายในแบบ X-axis Linear Motor รองรับการสั่นสะเทือนของตัวเครื่องได้หลากหลายรูปแบบและหลากหลายระดับ ช่วยให้เกิดความรู้สึกตอบสนองทางกายภาพที่แตกต่างกันได้ตามการใช้งาน เช่นการถ่ายภาพหรือการพิมพ์ 

ตัวเครื่องไม่มีรูหูฟัง 3.5มม. ครับ อุปกรณ์ภายในกล่องก็จะไม่มีชูดหูฟังมาให้ แต่จะมีเคสใสซิลิโคน ที่ชาร์จ 65W SuperVOOC2.0 และสาย USB Type C มาให้

การใช้งาน

หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 870 5G SoC หน่วยความจำ 256GB และ RAM 12GB สเปคดีมากแล้วครับ ชิปเซ็ตระดับสูงรอมและแรมเยอะ ซอฟแวร์ดีใช้ตัวใหม่สุด ColorOS 11.3 ครอบทับบน Android 11 ความลื่นไหลตอบสนองอยู่ระดับสูงของสมาร์ทโฟน Android 

ในจังหวะสำคัญ ถ้าการใช้งานมีความหนักหน่วงจนแรม 12GB ไม่พอขึ้นมาจริงๆ ก็ยังมีเทคโนโลยี RAM Expansion ที่จะช่วยขยาย RAM ชั่วคราวได้อีกถึง 7GB ใช้งานได้เต็มไม้เต็มมือหายห่วง 

ตัวเครื่องบางพกง่าย แต่จอใหญ่แบตเยอะครับ ความสวยงามของตัวเครื่องที่ซ่อนอะไรไว้ข้างในได้เยอะแยะผมว่ามันคือจุดขายของ OPPO Reno6 Series ทุกตัว บาง เบา จอใหญ่ ภาพสวย แบตใช้งานได้เต็มวันและยังชาร์จไว แค่แวะชาร์จประมาณ 5 นาที ได้แบตกลับมาใช้ได้อีกเกือบครึ่งวันสบายๆ ดูวิดีโอได้สองเรื่องเต็มๆ ^^

หน้าจอได้รับการรับรองว่าเป็น SGS Eye Care Display ช่วยปกป้องดวงตาในขณะใช้งาน มาพร้อมโหมดกรองแสงสีฟ้าสำหรับการใช้งานในยามกลางคืน และพิเศษสำหรับ OPPO Reno6 Pro 5G ที่จะมีเซนเซอร์ตรวจวัดแสงแบบ 360° Light-sensing เพราะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ 2 ตัวที่ทำหน้าที่วัดแสง โดยจะอาศัยเซ็นเซอร์อุณหภูมิสีด้านหลัง และเซ็นเซอร์วัดแสงที่อยู่ใต้จอแสดงผลด้านหน้า ทำให้การปรับระดับแสงแบบ Auto-brightness มีความแม่นยำกับสภาพแวดล้อม 360 องศาได้มากขึ้นอย่างมากครับ

ลำโพงเสียงดังชัดเจนครับ เป็นลำโพงคู่สองตัวบนล่าง ให้เสียงที่ดังและมีเนื้อเสียง รองรับระบบเสียง Dolby Atmos เปิดให้ปรับรูปแบบเสียงตามการใช้งานได้เองอัตโนมัติ

ฉะนั้นใช้ดูหนัง ชมคลิป ชอบดูภาพยนตร์ รุ่นนี้ได้ครับทั้งภาพและเสียง

รวมถึงระบบแบตเตอรี่พลังงาน ใช้งานได้ต่อเนื่อง 6 ชั่วโมงสำหรับการดูหนังยาวๆ สามารถเสียบไฟชาร์จไปดูไปได้แพร่บเดียวแบตก็เต็ม และเครื่องไม่เกิดร้อนสะสมจนให้กังวลครับ เด็กใช้งานได้ผู้ใหญ่ใช้งานได้มั่นใจ อันนี้สำคัญนะ ^^

การทำงานของระบบ ColorOS 11.3 ก็มีอะไรสนุกๆ เป็นสีสันสมชื่อ UI ครับ สำหรับใครที่ชอบแต่งหน้าจอการใช้งานของโทรศัพท์ รุ่นนี้เขามีการแต่งภาพหน้าล็อกสกรีน AOD Portrait Silhouette หรือหน้าจอที่จะแสดงผลตลอดเวลาแม้หน้าจอจะล็อกอยู่ก็ตาม เราสามารถสร้างภาพบนหน้าจอ AOD ได้จากโครงร่างบุคคลจากภาพถ่ายพอร์ตเทรตที่เราถ่ายมาได้นะครับ ^^ จะรูปตัวเองหรือรูปแฟน ก็เอามาขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้เป็น Wallpaper หลักให้รู้สึกว่าฮาร์ดคอร์เกินไป

แอปพลิเคชั่นพิเศษ O Relax เป็นแอปที่ไม่เหมือนใคร จะมาพร้อมกับเสียงบำบัดที่หลากหลาย และมินิเกมที่สามารถช่วยบรรเทาความกังวล

เป็นแอปที่จะสร้างเสียงที่จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย เสียงธรรมชาติ เสียงสิ่งของ เสียงของเมือง มีฟีเจอร์มากมายที่ทำมาให้หลากหลายรูปแบบ และในแบบที่เราสามารถกำหนดผสมเสียงเองได้ ทั้งหมดนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน

กล้องถ่ายภาพ

นี่คือไฮไลค์ของรุ่นเลยครับโดยเฉพาะการถ่ายภาพบุคคล ทำได้ดี ทำได้สวยงาม ถ่ายได้แทบในทุกสภาพแสง และที่สำคัญ ออกแบบมาให้ใช้ง่าย ^^

กล้องรุ่นนี้เด่นที่ความสามารถครับ โดยเฉพาะ Bokeh Flare Portrait ซึ่งเป็นการถ่ายภาพที่จะทำให้ฉากหลังของบุคคลเบลอได้อย่างสวยงามมากขึ้น สร้างโบเก้จากแสงหรือสิ่งของด้านหลังให้เหมือนการถ่ายด้านกล้องระดับโปร ซึ่งมันถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้งกล้องหล้ง กล้องหน้า ทั้งการถ่ายกลางวันและกลางคืน 

 

 

 

ก็เป็นสองรูปแบบให้เลือกใช้ครับ ต้องการภาพเบลอหลังแบบชินตาที่เราเห็นกันในสมาร์ทโฟนหรืออยากได้ภาพ Bokeh Flare Portrait ก็เปิดได้จากทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังของรุ่นนี้ครับ

คัดมาเพื่อคุณ

ความละเอียดของกล้องรุ่นนี้ ให้กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล ความละเอียดดี ถ่ายเซลฟี่ได้สวยคมไม่ต้องห่วง กล้องหลังสี่ตัวโดยกล้องหลักเป็น Sony IMX766 50 ล้านพิกเซล และกล้องมุมกว้าง 16 ล้านพิกเซล และเลนส์ Telephoto 13 ล้านพิกเซล สุดท้ายคือ Macro 2 ล้านพิกเซล ที่เป็นเซนเซอร์วัดอุณหภูมิสีในตัว 

กล้องชุดนี้สามารถถ่ายภาพโฟกัสระยะใกล้แบบมาโครที่ 4เซนติเมตร ถ่ายมุมกว้าง 0.6x ไปได้จนถึงซูมภาพระยะไกลที่ 20X ความคมชัดอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 10x พอใช้งานได้

และสามารถทำภาพความละเอียดระดับ Ultra HD 108 ล้านพิกเซลขึ้นมาได้ด้วยชุดกล้องหลัง เพื่อนำไปขยายใช้งานต่อในภายหลัง

คุณภาพดีทั้งภาพนิ่งและวีดีโอครับ โดยในวีดีโอมีโหมดกันสั่นสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องเคลื่อนไหว ให้ภาพนิ่งเหมือนใส่ไม้กันสั่น

และมี AI ที่คอยช่วยทำงานให้ทั้งการถ่ายภาพนิ่งและการถ่ายวีดีโอด้วย โดยตัว AI จะจับสภาพแสงที่เรากำลังจะถ่าย แล้วปรับโหมดที่เข้ากันกับสถานการณ์นั้นๆ ให้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายวีดีโอแบบย้อนแสง หรือการถ่ายในที่มืด ตัวกล้องจะเปิดโหมดช่วยให้การถ่ายในทุกสภาพแสง ออกมาดูดีกว่าคุณภาพของกล้องสมาร์ทโฟนโดยทั่วไปได้ทันทีเลยครับ ตัวนี้ไม่ต้องกลัวเรื่องแสงหรือความรู้ด้านกล้องมากนัก เพราะมันช่วยได้เยอะ เอาแค่รู้มุมที่ต้องการจะถ่ายก็พอครับ

มีระบบ Focus Tracking หรือโฟกัสติดตามวัตถุ เราแค่ทัชสองครั้งไปที่บุคคลหรือวัตถุที่เราต้องการติดตาม ให้ตัวกล้องจับโฟกัสไปที่สิ่งนั้นตลอดเวลา ตัวกล้องก็จะจับโฟกัสวัตถุหรือบุคคลนั้น เป็นจุดโฟกัสอัตโนมัติตลอดเวลาในการถ่ายวีดีโอของเราครับไม่ว่าเขาจะเคลื่อนตัวไปอยู่ตรงไหนของเฟรม

โหมด Dual View การถ่ายสองกล้องพร้อมกันทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ปรับได้หลากรูปแบบการนำเสนอ เอาไว้ใช้ในการถ่ายวีดีโอสองบุคคลพร้อมกัน หรือถ่ายเก็บวิวสถานที่ หรือจะใช้ในการรีวิวสินค้าก็ได้นะครับ

ในการตั้งค่าของกล้องรุ่นนี้ มีการเปิดให้ปรับแต่งลายน้ำของรุ่นได้เยอะกว่าปกติ เลือกใส่วันที่และสถานที่ได้ และยังปรับเลือกขนาดของลายน้ำได้สามระดับครับ

เราสามารถกำหนดให้ใช้ปุ่มลดระดับเสียงเป็นปุ่มเรียกใช้งานกล้องได้ทันทีโดยการกดสองครั้งแม้เครื่องจะอยู่ในโหมดล็อด เพื่อการถ่ายภาพแบบ Flash Snapshot อย่างรวดเร็ว โดยตัวโมดูลกล้องของ OPPO Reno6 Pro 5G ใช้ Image Clear Engine และชุดเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิของสีที่ทำงานได้ไวมากๆ ทำให้การถ่ายแบบ Flash Snapshot สามารถจับภาพได้ตั้งแต่เริ่มเปิดกล้องขึ้นมาแทบในทันทีก็จับโฟกัสได้แล้วครับ 

ปิดท้ายด้วยความสามารถในปรับแต่งภาพ “AI Palette”
โดยเจ้า AI Palette นี้มันสามารถคัดลอกสไตล์ภาพที่เราชอบนำมาใช้งานได้กับภาพถ่ายของเรา เพียงคลิก
เดียวโปรไฟล์ภาพที่เรารู้สึกว่าอยากนำมาใช้ ก็จะถูกจัดเก็บไว้ในเครื่องเพื่อให้เรานำไปปรับแต่งภาพถ่ายของเราได้เองแล้วครับ ^^ เป็นการสร้างพรีเซ็ตแต่งภาพแบบง่ายๆ โดยใช้ AI เข้ามาช่วยนั้นเอง

สรุปท้ายรีวิว

เครื่องสวย บางและเบาแต่สเปคสูง กล้องถ่ายภาพยอดเยี่ยม เก่งมากโดยเฉพาะภาพถ่ายบุคคล

การใช้งานในด้านอื่นๆ คุณสมบัติครบ มีความปลอดภัยเรื่องฟืนไฟการชาร์จแบตเตอรี่ แบตใหญ่ชาร์จไวและใช้ได้นาน หน้าจอสวย จอใหญ่แต่ขอบจอเล็ก ระบบการทำงานออกแบบมาได้ดีไม่มีปัญหาในการใช้

“มาตรฐานการใช้งานรอบตัวในระดับโปร บนตัวเครื่องสมาร์ทโฟนที่สวยงาม” นี่คือไฮไลค์ของ OPPO Reno6 Pro 5G ครับ

OPPO Reno6 Pro 5G เปิดราคามาที่ 22,990 บาท แต่มีราคาพิเศษในช่วงเปิดตัวก่อนวันที่ 30 สิงหาคม จะเปิดจำหน่ายในราคา 19,990 บาทเท่านั้นครับ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ LAZADA, Shopee, JD Central และ This Shop

และโปรโมชั่นเมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจจากทางเครือข่าย ราคาเครื่องเริ่มต้นจะเหลือแค่ 9,000 บาท พร้อมโปรผ่อน 0% นาน 10 เดือนเมื่อซื้อผ่านร้าน OPPO Brand Shop สาขาที่ร่วมรายการ

 

0
ดีทีเดียว
78100
จุดเด่น
ต้องปรับปรุง