การเชื่อมต่อ Lightning ของ iPhone 14 Pro ยังจำกัดความเร็วแบบ USB 2.0 อยู่เช่นเดิม

Avatar photo
2022 09 17 193937 | apple | การเชื่อมต่อ Lightning ของ iPhone 14 Pro ยังจำกัดความเร็วแบบ USB 2.0 อยู่เช่นเดิม

Apple iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เป็นสมาร์ทโฟนที่อัพเกรดระบบกล้องหลังมาใหม่ ให้สามารถถ่ายภาพ ProRAW ความละเอียด 48 เมกะพิกเซลออกมาได้ ซึ่งเป็นไฟล์ภาพชนิดที่มืออาชีพนิยมใช้ เพื่อให้ไฟล์ภาพนั้นสามารถมาแก้ไขปรับแต่สีสันและองค์ประกอบของภาพได้มากขึ้นและง่ายขึ้นนั้นเองครับ แต่ทว่าภาพถ่าย ProRAW ขนาด 48 เมกะพิกเซลนั้นในเวลาใช้งาน จะเป็นไฟล์ภาพที่มีขนาดใหญ่มากๆ ซึ่งแต่ละไฟล์อาจจะมีขนาดใหญ่ถึง 75MB เลยทีเดียว และบางครั้งก็ใหญ่ไปกว่านั้นได้อีก

แม้ Apple จะใส่ความสามารถในการสร้างไฟล์ภาพที่มีขนาดใหญ่เหล่านั่นออกมาก็ตาม แต่ทว่ายังมีการยืนยันว่าขั้วต่อ Lightning บนอุปกรณ์ iPhone 14 Pro และ Pro Max ยังคงจำกัดความเร็วในการโอนถ่ายระดับเทคโนโลยี USB 2.0 อยู่เช่นเดิม ให่ความเร็วในเชิงเทคนิคได้สูงสุด 480 Mbps ซึ่งหมายความว่าถ้าใครใช้การถ่ายโอนภาพ ProRAW ความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซลไปยังอุปกรณ์อื่นด้วยสาย Lightning จะใช้เวลานานอย่างแน่นอนครับ รวมทั้งการโอนถ่ายไฟล์วีดีโอหรือไฟล์ขนาดใหญ่ใดๆ ก็ตาม

ทาง Apple จึงแนะนำทางออกโดยให้ใช้บริการ iCloud Photos ในการเข้าถึงไฟล์ ProRAW ในความละเอียดสูงสุด หรือใช้ระบบส่งไฟล์ไร้สาย AirDrop ร่วมกับอุปกรณ์อื่นของบริษัท เช่น Mac หรืออุปกรณ์ Apple อื่น ๆ แทนการเชื่อมต่อ Lightning ที่จะเป็นคอขวดในการโอนถ่ายข้อมูล (สำหรับคนไม่มีอุปกรณ์อื่นของ Apple )

ถ้าเรามองย้อนกลับไปในปี 2015 ตัวเชื่อมต่อ Lightning ของอุปกรณ์ iPad Pro ถูกออกแบบมาให้รองรับเทคโนโลยี USB 3.0 กันไปแล้ว สามารถรับส่งข้อมูลในความเร็วสูงสุด 5 Gbps แต่เห็นได้ชัดว่า Apple เลือกที่จะไม่ขยับเทคโนโลยีของ iPhone ขึ้นไปเลยในด้านพอร์ตเชื่อมต่อด้านล่างของตัวเครื่อง

และเราก็ไปต่อกับข่าวลือที่มาใหม่ (อีกแล้ว) ลือกันล่วงหน้าแล้วว่า iPhone 15 ทุกรุ่น จะหันไปใช้พอร์ตสากลนิยมแบบ USB-C แทน Lightning กันแทนแล้วอย่างแน่นอน พร้อมรองรับ Thunderbolt 3 ซึ่งพอร์ตใหม่น่าจะช่วยส่งผลให้มีความเร็วการโอนถ่ายข้อมูลต่างๆ วามารถทำได้ในระดับสูงถึง 10 Gbps หรือแม้แต่เทคโนโลยีสูงสุด 40 Gbps ก็ด้วยเช่นกันครับ

คัดมาเพื่อคุณ
iphone-14-pro-render

แต่แน่นอน ว่าลุ้นไปก่อนอีกหนึ่งปีสำหรับ iPhone 15 ปีหน้าว่ากันใหม่ครับ