คุณกำลังอ่าน
[บทความพิเศษ] แกะแผนดำเนินงานปี 2020 ของ OPPO จากงาน OPPO APAC

[บทความพิเศษ] แกะแผนดำเนินงานปี 2020 ของ OPPO จากงาน OPPO APAC

Noppinij
Vivo V20 Pro

OPPO จัดงานใหญ่ต่อเนื่องสองงานติดในเดือนเดียวครับ จากงานใหญ่ OPPO INNO DAY 2019 ที่แถลงแผนดำเนินงานโดยรวมของบริษัทที่จัดขึ้นในประเทศจีน ก็ต่อเนื่องทันทีก้บงานแถลงแผนงานเฉพาะภูมิภาค OPPO APAC (Asia-Pacific) โดยเป็นการประกาศแผนและความตั้งใจที่ OPPO ตั้งเป้าไว้ในปีหน้า 2020 เป็นต้นไป กับพื้นที่ในโซน APAC โดยเฉพาะ งานนี้ทาง APPDISQUS ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงานและรับฟังแผนที่น่าสนใจของทาง OPPO เอามาเล่าให้ฟังกันด้วย

ก็ต้องบอกถึงเหตุผลที่เขาตรงดิ่งมาประกาศแผนในภูมิภาคของเราต่อจากงานที่จีนก็เพราะ APAC เป็นตลาดสำคัญครับ สำคัญมากๆ และปีที่ผ่านเป็นปีทองของ OPPO อีกปีใน APAC ครับ จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี ที่เขาได้เริ่มต้นขยายตลาดที่ประเทศไทยเราเป็นที่แรก จนบัจจุปันเขาได้ขึ้นเป็นที่หนึ่งในตลาดหลายๆ ประเทศไปเรียบร้อยแล้วครับ เช่นประเทศอินโดนีเซีย กัมพูชา รวมถึงไตรมาสสุดท้ายในประเทศไทย ก็เป็น OPPO ที่ขึ้นครองอันดับหนึ่งในไทยไปเรียบร้อยแล้วด้วยเช่นกัน

การขยับขยายของ OPPO มีความจริงจังในพื้นที่เอเซียเป็นอย่างมาก มีการเปิดโรงงานขึ้นในอินโดนีเซียเพื่อเป็นการขยายฐานการผลิต และยังเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายทั้ง Flagship store และสาขา Experience Store อีกมากมาย อย่างที่เราเห็นกันในประเทศไทยนั้นแหละครับ

โดยรวมแล้ว 10 ปี เขาก็ยิ่งใหญ่ขึ้น โตขึ้น ขยับขยายขึ้น ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้ แบรนด์มีคนรัก สินค้าเป็นที่รู้จัก และมีทีม R&D ที่เก่งมากๆ ดูจากเทคโนโลยีที่เราเห็นเยอะแยะมากมาย เช่นระบบชาร์จ VOOC กล้องซูม 60X หรือแม้แต่ระบบกล้องหน้าใต้จอที่ OPPO สามารถผลิตออกมาให้เห็นและใช้งานได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว

ฉะนั้นเขายังไปได้อีกไกลครับ และก็พร้อมพาตัวเองเข้าสู่ปีที่เขาตั้งเป้าไว้ยิ่งใหญ่มากขึ้น เพราะงานนี้ OPPO ประกาศเป้าหมายเลยครับ ด้วยการขอขึ้นเป็นแบรนด์ผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดภูมิภาค APAC ให้ได้ครับ

ซึ่งแผนการเดินไปสู่จุดหมายนั้น เขาได้ประกาศไว้ในงาน OPPO APAC แบบเห็นภาพได้ว่า  OPPO จะพาตัวเองเขาสู่ตลาดที่เป็นชั้นเทคโนโลยีที่สูงขึ้น ใช้สุดยอดเทคโนโลยีมากขึ้น หรือก็คือการเจาะเข้ากลุ่มอุปกรณ์ระดับพรีเมี่ยมเรือธงนั้นแหละครับ รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ในสายอื่น อย่างกลุ่มอุปกรณ์ IoT ด้วย

OPPO มาแน่ครับกับ Internet Of Thing และอุปกรณ์อีกสารพัดที่จะเข้ามาจัดการชีวิตตามสมัยนิยม ซึ่งการเปิดตลาดใหม๋ของเขา จะเป็นเส้นทางที่พาไปสู่จุดที่เข้าตัองการ ด้วยความเชื่อในความพร้อมทั้งตัวองค์กรเขาเองและการมีพาร์ทเนอร์ที่มีศักยภาพ ซึ่งร่วมงานกันมาอย่างดีในช่วงหลายปีที่ผ่าน

และการที่ OPPO เชื่อมั่นว่าเขาจะไปถึงจุดมุ่งหมายที่เขาต้องการได้นั้น ก็เพราะภูมิภาค APAC ของเรานี้แหละครับ เพราะจากตัวเลขที่เขามีอยู่ในมือ ภูมิภาค APAC เป็นกลุ่มประเทศสำคัญที่มีตัวเลขสถิติ บอกถึงการเติบโตและกินส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนเกินกว่าครึ่งของโลกเลยทีเดียวครับ และยังจะมีกลุ่มประเทศที่สมาร์ทโฟนยังเติบโตได้ไม่เต็มที่อีกด้วย ตลาดยังเปิดให้ขยับขยายได้อีกเยอะ

แม้ในช่วงปี 2017 ที่ผ่านมา ตัวเลขรวมทั่วโลกได้เกิดการชลอตัวของตลาด สาเหตุหลักก็มาเพราะการอิ่มตัวของตลาดในประเทศจีน แต่ทว่าในส่วนตลาดอื่นๆ โดยเฉพาะในภูมิภาค APAC ก็ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ทำให้ตัวเลขตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกยังคงความสม่ำเสมอมาต่อเนื่องอีกหลายปี

แต่จากนี้ไปจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญอีกครั้งของวงการโทรคมนาคมครับ เพราะการมาของเทคโนโลยี 5G จะเข้ามาเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ มีผลไปทั่วโลก รวมถึงตลาดประเทศจีนจะกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง และทาง OPPO คาดการณ์ถึงการตื่นตัวที่เป็นพิเศษในแถบประเทศเอเซีย (ซึ่งมีประเทศไทยรวมอยู่ในนั้นด้วย) จะมีการตื่นตัวมากเป็นพิเศษกว่าใครเลยครับ

พาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการเครือข่ายมากมายทั่วภูมิภาค ขึ้นเวทีแสดงความพร้อมจะเข้าสู่ยุค 5G ไปด้วยกันกับ OPPO ประกาศชื่อสองเครือข่ายในไทยตัวแทน AIS และ Truemove H มาร่วมงานครั้งนี้ด้วยครับ

ด้วยเหตุนั้น ทาง OPPO จึงมีการวางแผนและเตรียมพร้อมไว้ก่อนเพื่อความได้เปรียบ มีการประกาศเปิดศูนย์กลางการประสานงานสำหรับภูมิภาค APAC ขึ้นโดยเฉพาะ ตั้งขึ้นในประเทศมาเลเซีย ประเทศสำคัญที่ติดอยู่กับบ้านเรานี้เองครับ เป็นตึกศูนย์กลางการประสานงานแห่งใหม่ในพื้นที่ APAC โดยตรง

 

ด้วยหลักว่า เพื่อความเข้าใจกลุ่มตลาดในพื้นที่ APAC ได้มากขึ้น ใช้หลักการทำงานระดับโลก แต่บริหารด้วยความเข้าใจคนในพื้นที่โดยเฉพาะ สิ่งนี้ก็จะส่งผลทั้งความสะดวกในการประสานงาน และความเข้าใจความต้องการของคน APAC ได้ชัดเจนยิ่งกว่า

โดยแผนการนี้ OPPO เชื่อว่า ความได้เปรียบจากการเป็นผู้นำตลาดที่มีตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดในโลก และการเปิดศูนย์กลางแห่งใหม่ในมาเลเซีย OPPO จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาค APAC ได้สำเร็จอย่างแน่นอนครับ เราก็มารอดูกัน ^^

มาพูดถึงเทคโนโลยี 5G กันหน่อย เพราะมันมาแน่ๆ และจะบอกว่ามาแล้ว! ในประเทศไทยก็เตรียมความพร้อมและทดสอบกันไปมากมาย เรียกว่าเปิดให้ประมูลคลื่นความถี่เมื่อไหร่ ก็แทบจะเปิดบริการได้ในทันทีเลยละครับ เพราะอุปกรณ์ก็พร้อมจำหน่ายกันเต็มที่

ระบบ 5G ได้รับการตอบรับจากทั่วโลกครับไม่ใช่แค่ไทย เพราะมันคือการเปลี่ยนโลกอย่างมหาศาล ตามไม่ทันนี้ลำบากเลยนะครับ เพราะเมื่อเราเข้าสู่ยุค 5G แล้ว อย่าไปคิดว่ามันจะเป็นแค่เรื่องความเร็วเน็ตที่เพิ่มมากขึ้น แต่มันจะพาเราก้าวเข้าสู่โลกที่ความเร็วการส่งถ่ายข้อมูลตอบสนองเร็วระดับที่แทบจะเรียกได้ว่า “เรียลไทม์”

ขอบเขตการใช้งานถูกปลดขีดจำกัด สามารถรองรับจำนวนอุปกรณ์ที่มากขึ้นได้มากมาย ฉะนั้นการเชื่อมต่อที่ไว เร็ว และ เชื่อมต่อได้มากมายหลายอุปกรณ์พร้อมกัน มันก็คือโลกใหม่ที่เราไม่เคยทำได้ และสุดท้ายชีวิตคนในยุค 5G จะเต็มไปด้วย “การเชื่อมต่ออัจฉริยะ”

“การเชื่อมต่ออัจฉริยะ” จะส่งผลในทุกด้าน เช่นการบันเทิง เราจะเข้าสู่โลกที่สามารถสตรีมมิ่งภาพยนตร์หรือคลิป ด้วยระดับความคมชัด 4K/8K ได้เลยครับ สามารถเล่นเกมจากระบบคลาวด์โดยตัวเกมและระบบเครื่องเล่นไม่จำเป็นต้องอยู่กับเราอีกต่อไป

ในด้านธุรกิจ ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้า ร้านค้า หรือตัวอย่างงานและการบริการได้จากทุกที่ ด้วยระบบ AR/VR มันเสมือนจริงมากด้วยจำนวนข้อมูลที่สามารถส่งได้มากมายมหาศาลในพริบตา ความสมจริงแบบเรียลไทม์ในระดับพอจะทดแทนความเป็นจริงได้เลยละครับ

ในด้านอุตสาหกรรมอันนี้ยิ่งสำคัญ การมาของ 5G จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้การเป็นการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องจักรคุยกับเครื่องจักร การตรวจสอบงานและคุณภาพทุกอย่างถูกเห็นด้วยระบบ AI มีการจัดการแก้ปัญหาก่อนที่ปัญหาจะเกิดจากการคิดวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยอย่างที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็น ทุกอย่างส่งผลต่อเนื่องกันไม่จำกัดแค่เพียงในโรงงาน แต่เชื่อมต่อกันไปได้ทุกที่ ที่สายการผลิต และสั่งงาน, ตรวจสอบ ได้จากทุกที่ที่เวลา

จะเห็นว่า 5G คือการปลดล็อกขีดจำกัด ที่เหลืออยู่ที่ไอเดียและจินตนาการการออกแบบให้ใช้ประโยชน์จากมันได้มากแค่ไหนของมนุษย์แล้วละครับ มันก็เป็นการบอกใบ้ว่ามนุษย์ จะต้องพัฒนารับ 5G ด้วยการเป็นนักคิด มากกว่าจะเป็นการลงแรงทำงาน ต้องคิดไว้ก่อนเลยครับว่า เราจะใช้เทคโนโลยี 5G อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับเราได้มากที่สุดในวันที่มันมา

กลับมาที่ OPPO ครับ เขาก็เป็นนักคิดคนหนึ่งที่เตรียมพร้อมแล้วสำหรับโครงข่ายศักยภาพสูงนี้ ทั้งในฐานะที่ OPPO เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลก และมีศักยภาพในการผลิตอุปกรณ์ IoT ได้อีกมากมาย ก็พร้อมแล้วที่จะเผยผลิตภัณฑ์ 5G ออกมาเป็นกลุ่มบริษัทแรกๆ ของโลกครับ

สิ่งที่จะมาในปีหน้าของ OPPO ถูกเอามาวางโชว์ไว้แล้วในงาน OPPO APAC

สินค้า IoT ชิ้นที่ OPPO เอามาโชว์คือ OPPO 5G CPE T1 เป็นอุปกรณ์เราเตอร์สำหรับใช้งานกับสัญญาณ 5G ใส่ซิมใต้ฐานเครื่อง แล้วก็กระจายสัญญาณเน็ตจากซิมการ์ดให้ใช้ทั่วบ้านด้วย WiFi รองรับ Wi-Fi 6 และใช้ชิพสเปคสูงทีเดียวครับ

แค่มี 5G CPE T1 ภายในบ้าน เราก็พร้อมสำหรับการใช้ชีวิติ IoT ภายในงานมีการโชว์ทดสอบเล่นเกมผ่านระบบคลาวด์สตรีมมิ่งโชว์กันด้วยครับ

คัดมาเพื่อคุณ

ในด้านอุปกรณ์สมาร์ทโฟน จริงๆ ทาง OPPO เขามีเปิดจำหน่ายสมาร์ทโฟน 5G ไปนานแล้วละครับแต่มันเป็นเพียงรุ่นเฉพาะที่จำหน่ายในบางประเทศเท่านั้น แต่ในปีหน้าเราจะได้พบกับสมาร์ทโฟนที่ออกมาในยุค 5G เต็มตัว ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง OPPO และพาร์ทเนอร์คนสำคัญนั้นก็คือ Qualcomm ผู้ผลิตชิปเซ็ตระดับโลก

โดยภายในงานทาง Qualcomm ได้ขึ้นเวทีพูดถึงความพร้อมและเตรียมตัวที่ผ่านมาสำหรับการเข้าสู่ยุค 5G ซึ่งบริษัท Qualcomm นับเป็นบริษัทที่มีบทบาทสำคัญมากครับ ในการผลักดันพัฒนาระบบ 5G จนออกมาเป็นมาตรฐานให้ทุกๆ คนได้ใช้กัน แล้วก็บริษัทพาร์ทเนอร์สำคัญของ OPPO ต่อไปในยุค 5G ด้วยครับ ฉะนั้นรอพบกับชิพเซ็ตใหม่ๆ ที่จะมีมาในอุปกรณ์ OPPO ได้ก่อนใครเลยละครับ

 

ปีหน้า เราจะได้พบกับ Reno 3Pro 5G ซึ่งจะเป็นสมาร์ทโฟนที่จะใช้ชิพเซ็ต Snapdragon จาก Qualcomm ที่จะรองรับ 5G อย่างแน่นอน และมีการวางแผนสำหรับรุ่นเรือธงของ OPPO ที่จะใช้ชิพตัวใหม่ระดับสูงสุด Snapdragon 865 ตามมาแน่นอนครับในต้นปีหน้า สเปคสูงพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ เต็มเครื่อง รอติดตามกันได้เลยครับ

เมื่อ OPPO มองเห็นและวางแผนอนาคตไว้ขนาดนี้ ผมเชื่อว่าต่อไปในปีหน้า OPPO ก็จะไม่ขอเป็นแบรนด์ผลิตสมาร์ทโฟนเอาใจสายหวานเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่จะเข้าไปเป็นผู้เล่นหลักในกลุ่มตลาด 5G, IoT ขายเทคโนโลยีระดับ High-End

และเราอาจจะพูดได้ว่าวันนี้ OPPO พร้อมมากกว่าใครสำหรับภูมิภาค APAC ของเราในปีหน้าครับ เส้นทางสดใส มีความพร้อม การเตรียมตัวถูกวางไว้เป็นชิ้นเป็นอันชัดเจนมาก และการจัดงาน OPPO APAC ก็เป็นการประกาศความมุ่งมั่นกับภูมิภาค APAC โดยเฉพาะอีกด้วย สนุกแน่นอนครับ

โดยภายในงาน ทาง APPDISQUS ก็ได้สัมผัสอุปกรณ์น่าสนใจที่ชาวไทยเรายังไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นอีกหลายอย่างเลยครับ เช่นอุปกรณ์ที่รองรับระบบชาร์จ SuperVOOC 65W ระบบชาร์จที่เร็วแรงมากที่สุดในโลก รวมถึงอุปกรณ์ VOOC Flash Charge แบบไร้สาย ทาง OPPO ผลิตและขายนานแล้วครับแต่น่าเสียดายที่ยังไม่เคยเอาเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา

สมาร์ทโฟนรุ่นปริศนาที่ใช้กล้องหน้าใต้จอ Under-Screen Camera กล้องหน้าที่ถูกซ่อนไว้จนมองไม่เห็น มันอยู่ใต้จอภาพแต่สามารถถ่ายภาพได้ชัดเจนมากๆ ปีหน้ามาแน่ครับ รอพบกันได้เลย

รวมถึงหูฟัง True Wireless รุ่นใหม่ล่าสุด OPPO Enco Free หูฟังไร้สายกล่องขนาดเล็กที่รองรับการทัชและการสไลด์สั่งงานจากก้านหูฟังได้ ซึ่งเรา APPDISQUS ได้แนะนำกันให้รู้จักไปแล้วในบทความนี้ครับ มินิรีวิว OPPO Enco Free

ภายในงาน OPPO APAC ยังมีการเปิดเผยข้อมูลของ ColorOS 7.0 หน้าการใช้งานตัวใหม่ของ OPPO ที่จำปล่อยอัพเดทและถูกใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ OPPO ในปีหน้าออกมาด้วยครับ ซึ่งทาง APPDISQUS กำลังจัดทำข้อมูลมาให้ทุกคนได้รู้จักกันในเร็วๆ นี้ (แอบดูชื่อรุ่นที่มีแพลนจะได้รับอัพเดทเวอร์ชั่นทดลองได้ที่ภาพด้านล่างนะครับ เพียบ ^^)

ก็ติดตามรายละเอียดต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งทาง APPDISQUS เอามาฝากกันจากงาน OPPO APAC จากประเทศมาเลเซีย ที่นี่ครับ แล้วเจอกันในบทความรายงานพิเศษบทความหน้า สวัสดีครับ ^^