อะไรคือ Youtube Premium และ Youtube Music ทำไมต้องเสียตังค์เพิ่ม? แล้ววิธีการสมัครแตกต่างกันอย่างไร?

Youtube Music เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครับ และยังมาพร้อมกับแอพพลิเคชั่น Youtube Music สำหรับการฟังเพลงและรับชมคลิปเกี่ยวกับเพลงโดยเฉพาะ พร้อมกันกับทาง Youtube ได้เปิดบริการ Youtube Premium ออกมาด้วย เรียกว่าทำเอาคนงงกันใหญ่เลยละครับ ว่าอะไรคืออะไร แต่วันนี้ทาง APPDISQUS จะมาอธิบายกันชัดๆ ว่า แต่ละบริการ มันคืออะไรกันแน่ครับ

ก่อนอื่นต้องรู้จักกับ Youtube Music ก่อนเลยครับ ตัวนี้คือหัวใจหลักและเป็นต้นคิดของโครงการทั้งหมด โดย Youtube Music จะเป็นบริการสตรีมมิ่งเพลงที่มาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นเพื่อการฟังเพลงและดูวีดีโอที่เกี่ยวกับเพลงโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นบริการที่ปกติเปิดให้ใช้กันได้ฟรีๆ ครับ แต่จะมีโฆษณาคั่น

แต่สำหรับคนที่ไม่ต้องการให้มีโฆษณามารบกวนใจในการฟังเพลงก็สามารถจ่ายซื้อบริการ Youtube Music Premium เดือนละ 129 บาท (สำหรับ iOS อยู่ที่ 169 บาท) เพื่อการใช้งานแอพพลิเคชั่น Youtube Music ได้แบบไม่มีโฆษณาคั่น และยังสามารถฟังเพลงหรือฟังเสียงของตัววีดีโอที่อยู่ภายในแอพได้อย่างต่อเนื่องแม้จะเราจะกดออกจากหน้าแอพไปแล้วก็ตาม แม้แต่ปิดหน้าจอโทรศัพท์ก็ยังสามารถฟังเสียงต่อได้ครับ รวมถึงการดาวน์โหลดเพลงเก็บไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้

ซึ่งภายในแอพ Youtube Music จะเป็นเหมือนแอพพลิเคชั่นสำหรับการฟังเพลงโดยเฉพาะเหมือนบริการสตรีมมิ่งเพลงทั่วไปเลยครับ มีการจัดเพลย์ลิส มีการจัดแนวเพลง มีเพลงทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงเพลง Exclusive ที่หาได้เฉพาะใน Youtube Music เท่านั้นด้วย แต่ที่หนือกว่าเจ้าอื่นๆ คือความสามารถในการสลับไปมาระหว่างเสียงเพลงเพียงอย่างเดียว กับการรับชมมิวสิควีดีโอครับ มันสลับฟังและดูได้อย่างต่อเนื่องเพลงไม่สะดุด อยากจะฟังแค่เพลงหรือสลับมาดู MV ไปด้วย ก็กดได้ทันทีครับ มันจึงน่าสนใจมาก

แต่ข้อจำกัดของ Youtube Music Premium หรือการรับฟังรับชมคลิปแบบไม่มีโฆษณาคั่น มันก็คือการที่จะได้รับชมรับฟังสิ่งที่เกี่ยวกับเพลงผ่านแอพพลิเคชั่น Youtube Music เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ไม่สามารถนำความสามารถที่เราสมัครไปใช้กับคลิปทั่วไปใน Youtube ตัวหลักได้ครับ มันจึงเป็นที่มาของบริการที่แพงขึ้นไปอีกหน่อย นั้นคือ Youtube Premium 

Youtube Premium จะให้สิทธิ์เราเหมือน Youtube Music Premium ทุกประการครับ ชมคลิปได้แบบไม่มีโฆษณา กดแล้วดูได้ทันทีเหมือนเปลี่ยนช่อง และยังสามารถเปิดฟังเสียงของตัววีดีโอได้ต่อเนื่องแม้จะเราจะกดออกจากหน้าแอพ Youtube หรือปิดหน้าจอไปแล้วก็ตาม รวมถึงการดาวน์โหลดคลิปเก็บไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้ (ในคลิปที่อนุญาตให้ดาวน์โหลด) แต่ทำได้กับคลิปทุกประเภทที่อยู่ในแอพพลิเคชั่น Youtube ไม่ได้จำกัดแค่เพียงเรื่องของวงการเพลงอย่างในแอพ Youtube Music เพียงเท่านั้น

รวมถึงเราจะได้รับชมคลิปและภาพยนตร์ที่เป็น Original ของทาง Youtube เอง ที่หารับชมไม่ได้จากที่ไหนด้วยนะครับ เรียกว่าคล้ายๆ บริการ Netflix หรือ iFlix แต่มีคลิปวีดีโออื่นๆ จากบรรดา Youtuber มาให้ดูได้ด้วยนั้นเองครับ

ซึ่งราคาของ Youtube Premium ก็บวกเพิ่มจาก Youtube Music Premium มาไม่แพงเลยครับ แถมเมื่อเราสมัคร Youtube Premium ไปแล้ว เราก็จะได้สิทธิ์ของ Youtube Music Premium มาร่วมกันด้วย คุ้มมากๆ

โดยจะมีราคาของการใช้งานไอดีเดียว, แบบครอบครัว 5 ไอดี และราคาสำหรับนักเรียนนักศึกษาครับ

โดยทั้งสองบริการนี้ มีโปรโมชั่นสำหรับผู้เริ่มต้น ให้ทดลองใช้งานกันได้ฟรี 1 เดือนเต็มๆ แต่ก็จะมีหลายคนที่กดเข้าไปลองสมัครแล้ว ได้ใช้งานฟรีมากกว่า 1 เดือน มันเพราะอะไร? เรามีคำตอบอยู่ในส่วนท้ายของข้อสงสัยอีกหลายประการครับ

การสมัครใช้งาน  Youtube Premium และ Youtube Music Premium

สองบริการนี้ ทั้ง Youtube Premium และ Youtube Music Premium จะใช้วิธีการสมัครผ่านแอพพลิเคชั่นคนละตัวกันนะครับ

  1. ถ้าเราต้องการเพียง Youtube Music Premium ให้กดสมัครจากแอพ Youtube Music  โดยการเข้าแอพพลิเคชั่น ล็อคอิน GoogleID หรือ Gmail ของเราที่ต้องการสมัคร
  2. หลังจากล็อกอินแล้วกดที่ไอคอนหน้าเราที่มุมขวาบน เข้าไปที่ “การเป็นสมาชิกแบบเสียค่าใช้จ่าย” กดเลือกแพ็กเกจที่ต้องการ

ถ้าเราต้องการเป็นสมาชิก Youtube Premium ซึ่งก็จะได้เป็นสมาชิก Youtube Music Premium ไปด้วยในตัว ให้เราสมัครผ่านแอพพลิเคชั่น Youtube ตัวหลักเลยครับ โดยการเข้าแอพพลิเคชั่นแล้วล็อคอิน GoogleID หรือ Gmail ของเราที่ต้องการสมัคร

หลังจากล็อกอินแล้วกดที่ไอคอนหน้าเราที่มุมขวาบน เข้าไปที่ “การเป็นสมาชิกแบบเสียค่าใช้จ่าย” กดเลือกแพ็กเกจที่ต้องการ

ตอบข้อสงสัย Youtube Premium และ Youtube Music Premium

ทำไมบางคนได้ลองใช้งานฟรี Youtube Premium และ Youtube Music Premium มากกว่าคืนอื่นๆ ทั่วไป?

– สมาร์ทโฟนบางแบรนด์ เป็นพาร์ทเนอร์กับทาง Youtube จึงได้สิทธิพิเศษในการใช้งาน Premium ฟรี นานกว่าคนอื่นๆ ครับ เช่นเครื่องสมาร์ทโฟนจากทาง Samsung เป็นต้น ในรุ่นอย่าง Galaxy Note 10 หรือ Galaxy Fold จะได้ใช้นานถึง 4 เดือนเต็มๆ เลยทีเดียว

ทำไมบางเครื่องยังไม่สามารถใช้งาน Youtube Premium และ Youtube Music Premium ได้?

– ทาง Youtube แจ้งว่า ในแต่ละอุปกรณ์แต่ละรุ่น จะสามารถสมัครบริการพรีเมี่ยมได้ไม่พร้อมกัน ซึ่งจะทยอยเพิ่มเติมเข้ามาจนครบ รวมถึงอุปกรณ์ในระบบ iOS ของ Apple ด้วยเช่นกัน แต่เราสามารถสมัครผ่านเครื่องที่ใช้งานได้แล้ว และนำไอดีมาล็อกอินในเครื่องที่ต้องการได้ภายหลังครับ

ราคาค่าบริการของสองระบบไม่เท่ากัน เพราะอะไร และทำยังไงให้สมัครได้ถูกที่สุด?

– ทาง Youtube สรุปให้สั้นๆ ง่ายๆ สมัครเครื่องไหน คิดค่าบริการตามเรทเครื่องนั้นไปตลอดในเดือนถัดไป นอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงราคาหรือนำไอดีไปลงทะเบียนต่ออายุกับเครื่องใหม่ที่เรทราคาไม่เท่าเดิม ใน iOS ราคาสูงกว่า เพราะทาง Apple คิดค่าบริการการจ่ายเงินในแอพสูงกว่านั้นเอง ฉะนั้นถ้าอยากจ่ายถูก ให้เลือกเครื่องแรกให้ดีเท่านั้นเองครับ แนะนำว่าเป็น Android

ราคาสำหรับนักเรียนนักศึกษา สมัครอย่างไร?

– ในวันนี้ ค่าบริการ Youtube Premium และ Youtube Music Premium เป็นแค่การประกาศออกมาไว้ก่อนบนระบบ Android แต่ยังไม่มีการเปิดให้สมัครใช้งานในปัจจุบันครับ

กดยกเลิก Youtube Premium และ Youtube Music Premium ยากมั้ย?

เพียงคลิ๊กเดียวครับ และที่สำคัญทาง Youtube ใจดี มีการกดปิดการใช้งานชั่วคราวไว้ได้นานถึงหกเดือนโดยไม่ต้องยกเลิกสมาชิก พร้อมจะกลับมาใช้ใหม่เมื่อไหร่แค่กดเป็นสมาชิกต่อได้ทันที

การยกเลิกสมาชิก Youtube Premium และ Youtube Music Premium และการหยุดใช้ชั่วคราวทำได้โดย กดที่ไอคอนหน้าเราที่มุมขวาบนของแอพ เข้าไปที่ “การเป็นสมาชิกแบบเสียค่าใช้จ่าย” กดเลือกแพ็กเกจที่เราสมัครไว้ แล้วเข้าไปกด ยกเลิก หรือ ปิดการใช้งาน