ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

OPPO K3

ระบบปฏิบัติการ

Android 9.0 ColorOS 6

ราคาเปิดตัว

9,990 บาท

ขนาดหน้าจอ

6.5 นิ้ว 2340x1080

ความละเอียด

FullHD+ 2340x1080

กล้อง หลัก/รอง

16MP f/1.7 + 2MP f/2.0,
หล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล

หน่วยประมวลผล

Qualcomm Snapdragon 710 Octa-core 2.2 GHz

หน่วยความจำภายใน

128GB

แรม

8GB

แบตเตอรี่

3,680 mAh
VOOC Flash Charge 3.0 5V4A, 20W

ขนาด / น้ำหนัก

161.2*76.0*9.4 mm
191 กรัม

ข้อดี:

เครื่องสวย ดูแพงกว่าระดับราคา
ROM, RAM ให้มาเยอะ
กล้องหน้าแบบซ่อนในตัวเครื่อง Rising Camera
หน้าจอแสดงผลเต็มสุดขอบ เต็มตาเวลาใช้งานมากๆ
ใช้ระบบการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอที่ตอบสนองค่อนข้างไว
ระบบชาร์จ VOOC 3.0 รวดเร็ว และปลอดภัย

ข้อเสีย:

ไม่มีชุดหูฟังแถมมาให้ในกล่อง

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
80%
88%
วัสดุและงานประกอบ
85%
88%
ประสิทธิภาพ
78%
85%
ความคุ้มค่าต่อราคา
88%
85%
บทสรุป:

OPPO K3 ตัวนี้เครื่องภายนอกทำมาสวย หน้าจอเต็มพื้นที่เพราะใช้กล้องหน้าแบบ Rising Camera ซ่อนไว้ในตัวเครื่อง มาพร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ฉะนั้นครบความไฮเทคในระดับเกินราคาครับ

มีระบบเด่นของ OPPO ใส่เข้ามาให้ไม่เหมือนใคร กับระบบชาร์จไฟ VOOC 3.0 อันนี้สำคัญ ถูกใจกันแน่ๆ สำหรับคนชอบระบบชาร์จไวที่ใช้งานได้แบบอุ่นใจ

กล้องถ่ายภาพให้กล้องที่มีคุณภาพสูงครับ มีฟังก์ชั่นและความสามารถเยอะ รับประกันว่าไม่ผิดหวังกับกล้องแน่นอนครับ แม้เครื่องจะราคาไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท แต่คุณภาพกล้องไม่เป็นรองใครครับ

83%
คะแนนจากเรา
87%
คะแนนจากสมาชิก
23คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

OPPO K3 ตัวนี้เหมือนจะแอบมาเงียบๆ แต่เราไม่ยอมให้เงียบ 555 ได้เครื่องมาทดสอบใช้งานแล้วก็ขอมาบอกต่อครับ เพราะเป็นสมาร์ทโฟนในช่วงราคากำลังดิบกำลังดีเลย 9,990 บาท

OPPO K3 จึงเป็นสมาร์ทโฟนในกลุ่มราคาต่ำหมื่นชัดเจน (หรือจะเถียง ^^) โดยมีการกำหนดสเปคเครื่องมาในระดับที่ดีนะครับ RAM 8GB ROM 128GB Snapdragon 710 สมราคาฐานะไม่มีอะไรให้ตำหนิ แต่ตัวเครื่องภายนอกต้องชม OPPO กันอีกแล้วครับ

ตัวเครื่องฝาหลังโค้ง 3D ไม่มีรอยต่อ ผิวสัมผัสเมื่อลูบคลำเนียนมือไปทั้งตัวเครื่อง การขัดผิวงานและงานประกอบสมาร์ทโฟนระดับราคาต่ำกว่าหมื่นที่รู้สึก “ดูแพง” กล้องหลังวางใต้ฝาเลนส์ที่กลืนไปกับฝาหลังแทบไม่มีส่วนนูนยื่นออกมานอกจากวงแหวนยกป้องกันหน้าเลนส์เป็นรอย แต่ยังไงกระจกที่ใช้ป้องกันเลนส์กล้องหลังก็ใช้เป็น Corning Gorilla Glass 5 ทนทานมากพอสมควรแล้วครับ กล้องหลังและแฟลชถูกจัดเรียงในแนวตั้งตรงกลางฝาหลัง สมมาตรและสมดุล

หลังจากที่เลือกใช้วัสดุระดับสูงมาผลิต K3 แล้วทาง OPPO ก็ยังหยิบเทคนิคการขัดผิวเครื่องแบบ nano-polishing เพื่อให้เกิดฟิลเตอร์คล้ายกระจกคลุมฝาหลังทั้งหมดของเครื่องอีกทีนึงครับ

ด้านหน้าของ OPPO K3 เป็นหน้าจอแบบ Panoramic Screen 6.5 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล กระจก Corning Gorilla Glass 5 อัตตราส่วน 19.5:9 หน้าจอกว้างสุดขอบบนล่างไร้ติ่งคิดสัดส่วนหน้าจอเป็น 91.1% ต่อตัวเครื่องด้านหน้าทั้งหมด เต็มตาอีกแล้วสำหรับคนชอบจอใหญ่ๆ

ขอบหน้าจอบางได้ขนาดนี้เพราะ OPPO K3 เป็นอีกหนึ่งเครื่องที่ใช้การออกแบบ แบบ Rising Camera หรือกล้องหน้าซ่อนได้ในตัวเครื่อง

Rising Camera ถูกวางตำแหน่งไว้ตรงกลางเครื่องอีกเช่นกัน เพื่อช่วยให้เวลาเราเปิดขึ้นมาทำการเซลฟี่ มุมกล้องจะอยู่ถูกที่อย่างเป็นธรรมชาติ ลดการบิดเบือนของมุมภาพหากวางกล้องไว้ที่ด้านข้างเหมือนทั่วๆ ไป

ตัวกล้องมีการใส่ดีไซน์คล้ายหัวสเปรย์ขวดน้ำหอม ซึ่งตัวกล้องตัวนี้เห็นเวลามันทำงานแบบไม่รีบ ไหลขึ้นมาช้าๆ แต่ว่ามันใช้ระยะเวลาในการเลื่อนขึ้นลงพร้อมทำงานแค่เพียง 0.74 วินาทีเท่านั้นเองครับ ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองไว และมีความทนทานในการใช้งานสูงมาก เพราะผ่านการทดสอบว่าพร้อมใช้เลื่อนขึ้นลงได้มากถึง 200,000 ครั้ง วันนึงคุณเปิดกล้องหน้าขึ้นมากี่ครั้งก็เอาไปคูณหารกันเองเอง คร่าวๆ ว่าใช้ไป 5 ปียังไม่ครบจำนวนหมดอายุเลยละมั่งครับ

ตัวกล้องมีระบบการป้องกันการตกโดยใช้การตรวจจับการหล่นของโทรศัพท์ โดยเมื่อโทรศัพท์หล่น กล้องจะเลื่อนเก็บเองอัตโนมัติ

นอกจากซ่อนกล้องหน้าแล้ว ก็ต้องเอาที่สแกนลายนิ้วมือเอาไว้ในหน้าจอด้วยจะได้มีพื้นที่เป็นหน้าจอแบบเต็มๆ และใน OPPO K3 ก็ใช้ระบบ Hidden Fingerprint Unlock หรือการสแนกนิ้วบนหน้าจอนั้นเแหละครับ

แต่มีการเพิ่มอัลกอริธึมการรู้จำลายนิ้วมือด้วย AI เพื่อให้สแกนลายนิ้วมือได้อย่างแม่นยาและรวดเร็วขึ้น โดยความเร็วในการปลดล็อคเร็วขึ้น 28.5% และอัตราความสำเร็จในการปลดล็อกลายนิ้วมือก็เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่น K1 ก่อนหน้านี้

OPPO K3 มีออกมาจำหน่ายในไทยสองสีครับ เป็นสี Jade Black และ Pearl White ซึ่งเป็นสีที่ผมได้มารีวิว ไม่ขาวเกลี้ยงแบบธรรมดาๆ นะมีความเป็นเลื่อมเงาแบบผิวเหมือนมุกเลยครับ

มีสล็อตใส่ซิมได้สองซิมการ์ดแบบ Dual 4G LTE และใช้พอร์ตชาร์จใต้เครื่องเป็น USB Type C ที่รองรับระบบชาร์จไว VOOC Flash Charge 3.0 ด้วยครับ

อุปกรณ์ภายในกล่องให้เคสยางซิลิโคน  และสายชาร์จพร้อมชุดชาร์จในระบบ VOOC Flash Charge 3.0 แต่ไม่มีชุดหูฟังมาให้นะครับสำหรับ OPPO K3

ประสิทธิภาพการใช้งาน

RAM 8GB ROM 128GB Snapdragon 710 ตามหน้ากระดาษสเปคมันอุ่นใจว่าพอใช้เล่นเกมได้เลยละครับ แรมเยอะมาก และหน่วยความจำก็เพียงพอใช้แน่นอน

จากการทดลองใช้งานมาตัวระบบของ OPPO ColorOS 6.0 ในวันนี้มาไกลมาแล้ว มีความสามารถเยอะ ทำมาได้ไหลลื่น นิ่มนวล และมีระบบเสริมความสามารถให้กับตัวอุปกรณ์อีกด้วย ทำให้ OPPO K3 เป็นเครื่อง Snapdragon 710 ที่แรงกว่าปกติอีกหนึ่งขั้นบันได

เกาะประเด็น:  รีวิว realme 5 สมาร์ทโฟนสี่กล้อง แบตใหญ่สะใจ ในราคาแค่ 4,599 บาท

ColorOS 6 มาพร้อมกับบริการต่างๆ ของทาง OPPO ทั้งระบบปรับแต่งหน้าจอด้วยธีมที่โหลดได้จากในสโตร์ รวมถึงสโตร์สำหรับการดาวน์โหลดแอพต่างๆ จากทาง OPPO เป็นผู้ให้ทำสโตร์ไว้ให้เอง เพื่อคัดสรรแอพที่ใช้งานดี ปลอดภัย และติตดั้งได้ง่ายกว่าโดยไม่ต้องผ่าน Google Play Store ครับ

นอกจากนี้ OPPO ยังได้เปิดระบบบริการ OPPO Cloud เพื่อให้บริการลูกค้าในการสำรองข้อมูลโทรศัพท์ เอาขึ้นไปเก็บไว้บนพื้นที่ออนไลน์ของ OPPO ได้ฟรี 5GB ด้วยครับ

ระบบ OPPO Cloud จะสามารถสำรองข้อมูลรายชื่อติดต่อ, sms, การตั้งค่าโทรศัพท์ในบางส่วน รวมถึงไฟล์ข้อมูลเช่นรูปภาพหรือวีดีโอที่เราจะอัพโหลดขึ้นไปเก็บไว้ได้เพื่อประหยัดพื้นที่จัดเก็บของโทรศัพท์เรามากขึ้นครับ ซึ่ง OPPO ทำแอปพลิเคชั่นตัวนี้ออกมาได้มีหน้าตาที่สวยดี ใครมีเครื่องแล้วก็ลองใช้งานกันดูครับ สำรองเอาไว้ข้อมูลเราไม่หาย ย้ายเครื่องง่าย และใช้งานได้ฟรีๆ ครับ

ระบบเสริมที่ผมว่าคือระบบ Boost ตัวเก่งทั้งหลายที่ OPPO พัฒนามาใส่ในเครื่องระดับสูงของพวกเขามาแล้วในหลายๆ รุ่นครับ

ด้วยแนวคิดที่ต้องการจะเชื่อมการทำงานระหว่างแอพพลิเคชั่น,เกม ให้สอดคล้องกับการเตรียมจัดสรรทรัพยากรเครื่องได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ เพื่อให้ทั้งวงจรสามารถตอบสนองผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น เต็มประสิทธิภาพเครื่องมากขึ้น และการทำงานมีความเสถียรมากขึ้น ปัญหาที่จะเกิดขึ้นจะถูกแก้ไขก่อนที่มันจะเกิด เพราะทุกอย่างถูกออกแบบให้ทั้งสองฝั่งคุยกันตลอดแบบเรียลไทม์ เจออะไรผิดปกติ ตัวระบบจะวิ่งไปจัดสรรทรัพยากรเครื่องเอาไว้เพื่อแก้ปัญหานั้นในทันทีครับ

Hyper Boost 2.0 ระบบที่สามารถระบุการใช้ทรัพยากรของแอพพลิเคชั่นและเกมได้อย่างอัจฉริยะ มันเหมือนผู้สมานการทำงาน คอยปรับทรัพยากรต่างๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการ
System Boost 2.0 การเพิ่มประสิทธิภาพระบบโดยรวม ทั้งการเล่นเพลง การใช้เบราว์เซอร์ การนำทาง และสถานการณ์อื่นๆกว่า 20 แบบ
Game Boost 2.0 เป็นระบบที่เพิ่มความเข้ากันของระบบ, ตัวเครื่อง และแอพพลิเคชั่นเกมโดยตรง ล่าสุด OPPO ได้รับความร่วมมือจากบริษัทเกมชั้นนำเช่น Tencent, NetEase และ Cocos game engines เข้ามาช่วยกันพัฒนาระบบ Game Boost ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ AOV & PUBG Mobile ได้มากขึ้น
ซึ่ง Game Boost 2.0 จะประกอบด้วยการบูสระบบในสองส่วนด้วยกันครับ นั้นคือ Frame Boost และ Touch Boost

Frame Boost: สามารถตรวจสอบทรัพยากรแบบเรียลไทม์ เพื่อคาดการณ์ความล่าช้าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ตรวจเจอปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ก่อนมันจะส่งผลไปถึงผู้ใช้ ดักสกัดแก้ปัญหาเพื่อประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีที่สุด ตรวจสอบการทางานของทุกส่วนเพื่อคงระดับเฟรมภาพ นอกจาการคาดการณ์ล่วงหน้าแล้ว มันยังค้นหาสาเหตุที่ทำให้เกิดความล่าช้าเพื่อเข้าไปแก้ปัญหาให้ด้วยครับ

Touch Boost ประมวลผลสถานการณ์ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทัชสัมผัสหน้าจอ โดยจะเข้ามาดูแลผ่านทางะรบบ drivers, schedulers, framework และส่งต่อแบบเรียลไทม์ไปยังแอปพลิเคชั่น เพื่อเร่งการตอบสนองการสัมผัสที่ดียิ่งขึ้น

ผลลัพท์ของระบบอันมากมายที่จริงๆ แล้วผู้ใช้อย่างเราไม่จำเป็นต้องรู้ รู้แค่ว่าเมื่อใช้งานแล้ว จ่ายไม่ถึงหมื่น OPPO K3 ก็เล่นเกมได้ลื่นมากแล้วครับ

ไม่จำเป็นต้องเป็นเกมที่ระบบถูกออกแบบมาเป็นพิเศษอย่าง ROV หรือ PUBG แต่เกมระดับกราฟิกสวยก็เล่นได้ลื่นทุกเกมครับ

เราสามารถเพิ่มเกมที่เราต้องการเล่น ให้เข้าไปอยู่ในลิสที่ระบบจะคอยจัดสรรทรัพยากรให้แบบพิเศษได้ผ่านโหมด “Game Space” เป็นโหมดที่เราสามารถตั้งค่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกม โดยการกำหนดตั้งค่าตามระดับโหมดที่ต้องการได้สามระดับ (โหมดการแข่งขัน โหมดสมดุล และโหมดประหยัดพลังงาน)

มีการตั้งค่าอื่นๆ ที่สำคัญต่อการเล่นเกม เช่นกำหนดรูปแบบการแจ้งเตือนที่ติดต่อเข้ามา รวมถึงผู้ช่วยพิเศษ Gaming Assistant ที่จะซ่อนอยู่ด้านข้างหน้าจอ เราสามารถเรียกใช้โดยปัดข้างหน้าจอออกมา เพื่อเรียกใช้งานคำสั่งสำคัญได้อย่างรวดเร็วในระหว่างเล่นเกม มันสามารถเปิดการติดต่อหรือการทำงานที่สองขึ้นมาเป็นหน้าต่างเล็กๆ ได้ ทำให้เราสามารถเล่นเกมไป แชตไปได้พร้อมๆ กันเป็นต้นครับ

ประสิทธิภาพการใช้งานของ OPPO K3 เราบอกได้เลยว่าไม่ต้องกังวลว่าจะหงุดหงิดใจ มันสามารถใช้งานได้ในระดับคล่องตัวครับ หน้าจอใหญ่ เสียงลำโพงดังฟังชัด มีความละมุนในเนื้อเสียงด้วยเครื่องนี้ มีระบบปรับเสียงจาก Dolby Atmos ครับ ใช้ดูหนังฟังเพลงได้ดีเพราะมีหน้าจอใหญ่ๆ ประกอบกัน

เกาะประเด็น:  จับจุดเด่น OPPO A9 2020 สมาร์ทโฟนสเปคแรงสุดจาก Series A ในราคาหลักพัน

ประสิทธิภาพเครื่องไม่ขัดใจและถือว่าแรงสำหรับการใช้งานในยุคนี้

ตัวแบตเตอรี่ของ OPPO K3 มีมาให้ 3,680 mAh ตัวเลขแบตเตอรี่ที่ไม่ถึง 4,000 ในสมัยนี้ เห็นแล้วก็หวั่นๆ นะครับ แต่ในการทดสอบใช้งานจริงมันอยู่กับเราได้ถึงเย็นนะ แบตอึดกว่าที่คิด แม้จะไม่อึดมากแต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ผ่านครับ

ที่สำคัญมันมีระบบชาร์จไว VOOC 3.0 เสียบแพร่บเดียว แบตก็กลับมาเกือบเต็มแล้วครับ และสามารถชาร์จไฟไป ใช้งานไปพร้อมกันได้เลยนะ ระบบชาร์จของ OPPO เครื่องไม่ร้อนครับ

ผลทดสอบต่างๆ

จับสัญญาณ GPS ไว้มากครับ เปิดหาตำแหน่งปุ๊บ แถบจะเจอปั๊บเลย ตัวเซนเซอร์สำคัญมาครบฉะนั้นเล่นเกมใช้งานแอพเครื่องมือ หายห่วงครับ

กล้องถ่ายภาพ

OPPO K3 มาพร้อมกับกล้องหน้า 16MP และกล้องหลังคู่ 16MP+2MP ความละเอียดไม่สูงมากนัก แต่เทคโนโลยีมาเต็มครับ เพราะรองรับทั้ง Ultra Night Mode 2.0 ระบบถ่ายภาพกลางคืนตัวเก่งของ OPPO และ Dazzle Color Mode 2.0 ที่เป็นโหมดเพิ่มสีสันของภาพให้ดูสดใสและมีชีวิตชีวามากขึ้น สำหรับคนชอบถ่ายภาพสีจัดๆ

UI กล้องตัวเก่งของ OPPO ใช้งานง่าย สบายตาเรียกหาอะไรก็ไวครับ ^^ มี AI คอยปรับแต่งแนวภาพให้อัตโนมัติ ฉะนั้นถ่ายง่ายครับ

ด้วยโหมดต่างๆ ทำให้ OPPO K3 สามารถถ่ายภาพได้ผลลัพท์ที่น่าพอใจทั้งแสงกลางวัน แสงกลางคืน เก่งทั้งถ่ายคนซึ่งเป็นจุดเด่นของ OPPO อยู่แล้ว มี AI Beautification ที่ตัวระบบสามารถระบุสีผิว อายุ และ เพศโดยอัตโนมัติ แยกความแตกต่างของผู้ใช้ได้ (เด็ก ผู้ชายและผู้หญิง) เพื่อปรับความสวยงามให้เหมาะสมได้แบบเฉพาะบุคคลครับ

ตรวจจับใบหน้าพร้อมละลายหลังได้แบบเนียนตาดีทีเดียว ภาพไม่โดดเหมือนภาพตัดแปะครับ

รวมถึงการถ่ายวัตถุก็เด่นดีเพราะสามารถเร่งสีให้สะดุดตาได้ครับ และซูมภาพได้ 2X เพื่อเปลี่ยนมุมมองและระยะ โดยภาพไม่เสียรายละเอียดครับ

คุณภาพกล้องของ OPPO K3 ถูกใจคนชอบถ่ายภาพแน่นอนครับ ถ่ายง่าย เก่งในหลายสถาพแสง และมีฟังก์ชั่นให้ใช้งานค่อนข้างเยอะทีเดียวครับ

ตัวอย่างภาพถ่าย

ภาพกลางคืนถ่ายง่ายไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง แค่เปิดโหมดกลางคืน (Ultra Night Mode 2.0)

แม้แต่ตอนกลางคืนก็ยังซูมภาพได้ไม่ต้องกลัวภาพเบลอครับ ระบบ Ultra Night Mode 2.0 ของ OPPO K3 สามารถเอาอยู่แม้ในระยะเลนส์เทเลมุมแคบ

สรุปท้ายรีวิว

OPPO K3 ตัวนี้เครื่องภายนอกทำมาสวย หน้าจอเต็มพื้นที่เพราะใช้กล้องหน้าแบบ Rising Camera ซ่อนไว้ในตัวเครื่อง มาพร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ฉะนั้นครบความไฮเทคในระดับเกินราคาครับ

มีระบบเด่นของ OPPO ใส่เข้ามาให้ไม่เหมือนใคร กับระบบชาร์จไฟ VOOC 3.0 อันนี้สำคัญ ถูกใจกันแน่ๆ สำหรับคนชอบระบบชาร์จไวที่ใช้งานได้แบบอุ่นใจ

กล้องถ่ายภาพให้กล้องที่มีคุณภาพสูงครับ มีฟังก์ชั่นและความสามารถเยอะ รับประกันว่าไม่ผิดหวังกับกล้องแน่นอนครับ แม้เครื่องจะราคาไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท แต่คุณภาพกล้องไม่เป็นรองใครครับ


ใครที่สนใจอยากเป็นเจ้าของ OPPO K3  ในราคา 9,990 บาทแต่ได้รับของแถมมูลค่ากว่า 5,000 บาท ก็สามารถพรีออร์เดอร์เพื่อรับสิทธิ์ได้ แค่เข้าไปที่ https://bit.ly/315aeD3

โปรโมชั่นสำหรับผู้่ของ OPPO k3 รับของพรีเมี่ยม Special Gift และ E-VIP Card ประกันหน้าจอแตก 1 ปี รวมถึงประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่ากว่า 5,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 7 สิงหาคมนี้