ข้อดี:

รูปทรงดี สีสันสวย งานออกแบบมีเอกลักษณ์โดดเด่นมาก
ระบบการตัดเสียงรบกวนระดับท็อปของหูฟัง Truly Wireless ตัดเสียงรอบข้างเงียบกริบ สามารถปรับระดับการเปิดรับเสียงรอบข้างได้ตามต้องการ
มีความฉลาดจากระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อเปิดใช้การควบคุมเสียงรอบข้างได้อย่างเหมาะสมตามแต่สถานการณ์จากแอพพลิเคชั่นเชื่อมต่อ
รองรับ Google Assistance เต็มรูปแบบ
เสียงดุดัน คุณภาพเสียงสูง ความเสถียรของสัญญาณนิ่งมาก

ข้อเสีย:

ระบบทัชสกรีนบนตัวหูฟังไม่รองรับการสไลด์เพื่อปรับระดับเสียง
ตัวกล่องค่อนข้างใหญ่กว่ารุ่นอื่นๆ อาจจะพกพาลำบากกว่าเล็กน้อย

นอกจากขนาดกล่องที่ใหญ่กว่าชาวบ้านแล้ว ที่เหลือสำหรับหูฟัง WF1000XM3 จากผม คือคำชม

SONY WF1000XM3  เป็นหูฟัง Truly Wireless หรือหูฟังไร้สายแบบคู่รุ่นล่าสุดของ SONY ที่เพิ่งเปิดตัวและวางจำหน่ายกันไปหมาดๆ แบบยังเปียกๆ เลยครับ

โดยเจ้าหูฟังตัวนี้มีความน่าสนใจตั้งแต่การโปรโมทเปิดตัวแล้วละ เพราะมันคือหูฟังขนาดเล็กที่ใส่ระบบการตัดเสียงรบกวน (Noise Canceling) ระดับโปรมาให้ เป็นครั้งแรกเลยที่ Sony ได้ใส่ระบบ HD Noise Cancelling Processor QN1e ที่อยู่ในหูฟังรุ่นใหญ่เช่น WH-1000Xm3 ขึ้นไป เอามายัดใส่เจ้าตัวนี้ ผลลัพท์คือ “โลกทั้งใบกลายเป็นโลกส่วนตัวของคุณด้วยหูฟังขนาดเล็กๆ คู่นี้เท่านั้นเอง”

แค่ตัดเสียงรบกวนได้จะดีเยี่ยมอะไรหนักหนา?

เพราะมันไม่ใช่แค่ ‘เอะอะตัด เอะอะเงียบ’ แบบไม่มีศิลปะอะไรแบบนั้นอะสิครับ เจ้าตัวนี้สมัยประถมเขาเรียนศิลปะมาครับ มันละเมียดละไมและมีชั้นเชิงกว่านั้นมาก

WF1000XM3 มาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นคู่บุญ SONY Headphones Connect ที่ทำหน้าที่ทุกๆ อย่างในการเซ็ตค่าทั้งหมดของตัวหูฟังผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตทั้งในระบบ Android และ iOS ครับ

ภายในแอพตัวนี้มันจะมีระบบ Ambient Sound Control  หรือจัดการเสียงรบกวนรอบข้างที่สามารถปรับได้หลายระดับ ทั้งแบบปล่อยให้เราปรับเอง และแบบโชว์เหนือทำเป็นอัจฉริยะมาแอบปรับให้ด้วยระบบ Adaptive Sound control ซึ่งเป็นความสามารถของตัวหูฟังรุ่นนี้ มันจะจับจากท่าทางการเคลื่อนไหวของร่างกายเรา ว่ากำลังนั่งอยู่กับที่มั้ย? หรือเราเดินอยู่ หรือว่ากำลังวิ่งหนีโจร และแม้กระทั่งกำลังเดินทางด้วยยานพาหนะระยะไกลไม่ว่าจะนั่งรถไปจันทบุรีหรือนั่งกระสวยไปดาวอังคาร มันจะตรวจจับได้ครับ

และจะทำการปรับระดับระบบตัดเสียงรอบข้างให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ เช่นถ้ามันจับได้ว่าเรานั่งอยู่กับที่มันก็จะลดเสียงรอบข้างลงให้คุณดื่มด่ำกับการฟังเพลงเพราะๆ เป็นสำคัญ แต่ถ้าคุณเริ่มเดินมันก็จะคิดว่าคุณควรเริ่มได้ยินเสียงรอบข้างมากขึ้นได้แล้วไม่งั้นอาจจะไม่ได้ยินเสียงใครทักใครเตือนหรือเสียงรถอะไรเลย

 

และถ้าคุณเริ่มวิ่งมันก็จะรู้ว่าไม่มีเหตุผลให้หูฟังตัดเสียงรบกวน เพราะถ้าใครเคยเปิด Noise canceling ขณะขยับร่างกายเร็วๆ คุณจะรำคาญเสียงหายใจตัวเองและโคตรหนวกหูกับเสียงเสื้อผ้าที่เสียดสีข้างคอข้างหูกันสุดๆ เลยครับ

แต่ถ้ามันรู้ว่าคุณกำลังนั่งชิวๆ บนรถยนต์ เครื่องบิน กระสวยนาซ่า หรือยาน UFO แล้วละก็ เจ้าหูฟังตัวนี้จะเปิดโหมดตัดเสียงรอบข้างเต็มอัตรา ตัดทิ้งสิ้นทุกเสียงสรรพสิ่ง ให้ทั้งร่างกายและวิญญาณของคุณหลอมรวมลึกเข้าไปอยู่ในบทเพลงที่คุณกำลังฟังแบบโงหัวไม่ขึ้นกันเลยทีเดียวครับ

ซึ่งทุกโหมดที่ว่ามา เป็นอิสระให้ผู้ใช้อย่างเรามีอำนาจเหนือการตัดสินใจของหูฟัง เรากำหนดระดับสูงต่ำของเสียงสภาวะแวดล้อมได้เองตามใจครับ มีให้เลือกลดและเพิ่มเสียงรอบข้างได้ถึง 20 ระดับ

และยังมีฟังก์ชั่นเสริม ที่จะให้หูฟังกรองเสียงเพิ่มความสำคัญสำหรับเสียงพูดรอบข้างเป็นพิเศษด้วยนะครับ ประมาณว่า ลดเสียงอื่นแต่คงความชัดของเสียงพูดชาวบ้านไว้ ใครนินทาใครเราก็จะไม่พลาดในทุกข่าวเด็ด

ผมชอบกาพกราฟิคของตัวปรับระดับตัดเสียงรบกวนจากเจ้าแอพตัวนี้นะครับ ถ้าเราเปิด Noice Canceling เต็มพิกัด มันก็จะมีแต่ภาพเราคนเดียว คนทั้งโลกไม่เอาเราและเราก็ไม่เอาคนทั้งโลก (ให้จินตนาการว่าเรากำลังเศร้า โดนแฟนทิ้ง กำลังเหนื่อยล้า และอยากหาที่สงบส่วนตัวเพื่อจะแอบเหงาเบาๆ)

แต่ถ้าเปิดระดับการรับรู้เสียงภายนอกออกมาหน่อย ภาพเงาคนรอบข้างก็จะกลับมา ยิ่งเปิดมากเงารถและสิ่งแวดล้อมก็จะเริ่มกลับมาเช่นกัน เป็นการบอกใบ้ว่าเราให้อภัยเธอแล้วนะ เราให้อภัยโลกใบนี้แล้ว และเปิดให้กลับมาหาเราได้แล้วนะ

เกาะประเด็น:  รีวิว OnePlus 7T ทำงานก็หรู เล่นเกมก็แรง ตัวเดียวจบครบทุกความต้องการ

แต่อย่าลืม หูฟังเรามีโหมด “Focus On Voice” หรือระบบเพิ่มความสำคัญให้กับเสียงพูดมากกว่าสิ่งแวดล้อม พอกดเปิดภาพรถหายไปเลยเว้ยเฮ้ย! หมายถึงเราจะได้ยินเสียงคนเป็นหลักนั้นเองครับ เป็นโหมดที่สำคัญมากเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการโดนนินทา แต่ว่าลดความปลอดภัยในการโดนรถชนตาย

ฉะนั้นใช้ให้ถูก ใช้ให้เหมาะสม การที่ Sony ใส่ Adaptive Sound มาคอยปรับระดับการตัดเสียงรบกวนให้เราอัตโนมัติจามกิจกรรมชีวิต ก็เพื่อคอยดูแลความดื่มด่ำกับเสียงเพลงของเรา ให้มันถูกที่ถูกทางนั้นเองครับ

นี่คือการตัดเสียงรบกวนแบบมีศิลปะตามที่ผมบอก ว่าเจ้า SONY WF1000XM3 มันทำได้ ซึ่งระบบตัดเสียงรบกวนของมันก็ระดับสูงจริงๆ ครับ เทียบกับหูฟัง True Wireless ทั่วไปแล้วชนะเลิศ อยู่บนเครื่องบินเสียงรอบข้างหายวับ เปิดระดับการตัดเสียงสูงสุดเสียงหายไปประมาณ 90% ครับ เหลือไว้หรี่ๆ แบบ หรี่ มากๆ คุณภาพการตัดเสียงรบกวนคือของจริง ทำได้ดีกว่ามาตรฐานทั่วไปให้รู้สึกแตกต่างได้ชัดเจน ถือว่าใกล้เคียงระบบตัดเสียงของหูฟังรุ่นใหญ่เข้าไปอีกขั้นแบบจ่อคอหอยเลยครับ

กลับมาพูดถึงสิ่งที่อยู่ภายในแอพพลิเคชั่น SONY Headphones Connect หลังการเชื่อมต่อตัวแอพจะบอกถึงสถานะแบตเตอรี่ของทั้งสองหูฟัง เรายังสามารถใช้แอพในการเปิดปิดฟังก์ชั่นเสียงเช่น ACC DSEE ได้ (ถ้าอุปกรณ์เชื่อมต่อรองรับ) ใช้ปรับระดับ EQ เพื่อแต่งเสียงให้เป็นแนวที่ตัองการได้ ซึ่งทาง Sony ก็มีใส่เข้ามาในหลากหลายระดับครับ รวมถึงระบบ Clear bass หรือการปรับสมดุลเบสของเสียงได้ด้วย

 

ตั้งค่าการรับคำสั่งการทัชสกรีนบนตัวหูฟัง แยกซ้ายหนึ่งชุดคำสั่งและแยกขวาได้อีกชุดคำสั่ง จะให้เป็นการทัชเพื่อควบคุมการเล่นเพลง ทัชเพื่อเปิดรับเสียงรอบข้าง หรือจะใช้ทัชเพื่อใช้ชุดคำสั่งเสียงก็ได้ครับ โดยเจ้าตัวนี้รองรับการทำงานคำสั่งเสียงได้ทั้งหมดโดยทั่วไปอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Android หรือ Siri จาก IOS

แต่มันพิเศษคือความเป็นอุปกรณ์ที่รองรับ Google Assistance หรือผู้ช่วยส่วนตัว แค่หยิบหูฟังใส่หูตัวระบบ Google Assistance ก็พร้อมจะอ่านการแจ้งเตือนที่มีการติดต่อเข้ามาให้เราได้ทันทีครับ ไม่ว่าจะเป็นสถานะโหมดเครื่องสมาร์ทโฟนที่เราเปิดไว้เช่นโหมดปิดกั้นการแจ้งเตือน หรือบอกเวลาในปัจจุบัน เหล่านี้เป็นต้นครับ

แอพตัวนี้คือทุกอย่างของหูฟัง แจ้งสถานะ อัพเดทซอฟท์แวร์ ปรับแต่งการทำงาน จะใช้เจ้า SONY WF1000XM3 ยังไงก็ต้องลงแอพตัวนี้ไว้ก่อนในเครื่องของเรา

 

คุณสมบัติด้านตัวอุปกรณ์

หูฟัง WF1000XM3 “กล่องโคตรใหญ่เลยครับ” ผมใส่เป็นช่องคำพูดไว้เพราะผมไม่ได้พูดเอง ไอ้คนขี้บ่นคนโน้นมันพูด กล่องมันจะไปใหญ่อะไรมากมาย มันใหญ่กว่าชาวบ้านเขาอะใช่ แต่มันไม่ได้ใหญ่กว่าขนาดลำบากชีวิต แถมมันกลับส่งผลให้เท่บาดจิตมากกว่าซะอีก

หูฟัง WF1000XM3 “โคตรสวยเลยครับ” แม้ผมใส่เป็นช่องคำพูด แต่เป็นสิ่งที่ผมพูดเอง 555 หูฟังรุ่นนี้สวยมาก สวยตั้งแต่กล่อง สวยที่การใช้สี สวยที่งานดีไซด์ สวยที่ตัวหูฟัง สวยที่ความเป็น Sony เรียกว่าใครหน้าตาหล่อไม่พอไม่แนะนำให้ใส่ครับ คุณจะโดนหูฟังตัวนี้กลบหมด ผู้หญิงอาจจะมาบอกรัก ผู้ชายอาจจะเข้ามาเอาใจ ทั้งหมดนั้นเผื่อหลอกสัมผัสหูฟังคุณเท่านั้นแหละ

เกาะประเด็น:  รีวิว OnePlus 7T ทำงานก็หรู เล่นเกมก็แรง ตัวเดียวจบครบทุกความต้องการ

ไม่ว่าจะเป็นผิวสัมผัส งานออกแบบ ดูมีราคา และด้วยเพราะรูปทรงและขนาดกล่อง “ใหญ่” ของมันเนี้ยแหละยิ่งทำให้สะดุดตา

ที่ด้านนอกขอบหูฟัง มีแป้นสัมพัสทั้งสองข้าง ใช้ในการทัชสั่งงาน รองรับการทัชสี่รูปเแบบ ทัชครั้งเดียว, ดับเบิ้ลทัช และทริปเบิ้ลทัช รวมถึงทัชค้างไว้ สั่งงานได้สี่แบบบนแป้นเดียว

ข้างแป้นสัมผัส จะมีไมค์รับเสียงเพื่อใช้ตรวจรับเสียงภายนอกโดยเฉพาะ เพื่อใช้ในการการปรับระดับเสียงรอบข้าง

ด้านในหูฟังเต็มไปด้วยการฝังเซ็นเซอร์ มันตรวจจับการสวมใส่ของเราและเปิดปิดการทำงานของหูฟังแต่ละข้างโดยอัตโนมัติ เซ็นเซอร์มันเยอะทำให้หูตามันแยะครับ ทำงานได้แม่นมาก ผมพยายามหลอกมันหลายทีด้วยการแอบใส่มันเบาๆ ไม่ให้มันรู้ตัว พอใส่เข้าไปเท่านั้นแหละมันตื่นมาแจ้งสถานะแบตเตอรี่ใส่หูผมเลย แพ้มัน!

เมื่อมีการตรวจจับได้ว่าถูกสวมใส่พร้อมใช้ ตัวหูฟังจะเปิดระบบตัวเอง เชื่อมต่อสัญญาณ แจ้งสถานะแบตเตอร๊๋ และพร้อมเข้าสู่การทำงาน

เราสามารถตั้งค่าให้มันปิดการทำงานเมื่อเราถอดออกจากหูได้อัตโนมัตินะครับ เพื่อการประหยัดแบตเตอรี่ เก็บเข้ากล่องเป็นอันปิดการใช้งาน อยากใช้ข้างเดียว หยิบออกมาใช้ข้างเดียวก็ทำงานได้เช่นกัน

พูดถึงแบตเตอรี่ เจ้า WF1000XM3 จากที่ทดสอบใช้งานมา เปิดเสียงดังเกิน 80% ตลอดเวลา จะใช้งานได้นานประมาณ 5 ชั่วโมงก่อนแบตจะแจ้งว่าต่ำกว่า 20% ครับ นำเอาใส่กล่องไม่นานก็กลับมาเต็มเหมือนเดิม ซึ่งสามารถชาร์จไฟกลับจนเต็มหูฟังได้มากกว่าสามรอบเป็นอย่างน้อยครับ

ตัวกล่องจะมีที่ชาร์จเป็นพอร์ต USB Type C ซึ่งมีสายชาร์จแถมมาให้ภายในกล่อง พร้อมยางหูฟัง 3 ขนาด X2 เนื้อวัสดุ รวมเป็นจุกหู 12 ชิ้นให้เลือกเปลี่ยนตามความสบายของหูครับ

แนวเสียงของ SONY WF1000XM3

ดุดัน ชัดเจน ไม่ปราณี เคลียชัดจัดเจนทุกย่านเสียงครับ ยิ่งเมื่อเปิด Noice Canceling ทุกอย่างยิ่งถูกขับให้ชัดยิ่งขึ้นไปใหญ่ ลองใครไม่เคยได้สัมผัสเสียงหูฟังระดับพรีเมี่ยมมาก่อน โดนมันกระแทกหูแน่ๆ เสียงมันเด่นแบบไม่ต้องละเมียดละไมในการฟัง แนวหูแบบนี้แค่โดนก็เข้าใจได้เลย

ด้วยแนวเสียงดุ ซาวด์กว้างยิงมาเป็นชั้นๆ ไม่เน้นเบสจนหนักเป็นจุดขาย ทำให้เจ้าหูฟังตัวนี้มีเอกลักษณ์ไปในทาง “ฟังมัน” เพลงเร้าๆ จะปลุกอารมณ์ให้พลุ่งพล่าน

ความเสถียรของสัญญาณการเชื่อมต่อสุดยอดมาก ไม่มีหลุดหรือสะดุดเลยในการทดสอบใช้งานมาหนึ่งอาทิตย์ โดยในตัวแอพจะมีให้เราเลือกเน้นการเชื่อมสัญญาณได้ “ต้องการเน้นคุณภาพสูงสุด” หรือ “เน้นความเสถียรของสัญญาณเป็นสำคัญ”

ฉะนั้นขอสรุปให้เลยครับ ทั้งด้วยรูปทรง การออกแบบ สีสันเนื้อวัสดุ และความสามารถในการทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน รวมถึงแนวเสียงที่ดุดันแบบนี้ นี่คือหูฟังของคนชอบผจญภัย ใจวัยรุ่น คนในวัย Gent Y และกลุ่มคนชอบเทคโนโลยีใน Gent C นั้นเองครับ

ถือว่าเป็นหูงานดีจาก SONY ขึ้นหิ้งเป็นหูฟัง Truly Wireless ตัวแนะนำในเรทราคาไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาทได้เลยครับ