Redmi Turbo 5 สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่จาก Xiaomi วางจำหน่ายในอินเดียอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมาพร้อมชิป MediaTek Dimensity 8500-Ultra แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7,540mAh และหน้าจอ AMOLED 120Hz ในตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด ถือเป็นหนึ่งในมือถือสายประสิทธิภาพที่น่าสนใจของปี 2026
หลังจากเปิดตัวในประเทศจีนไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด Redmi Turbo 5 ได้เข้าทำตลาดในอินเดียอย่างเป็นทางการ โดยสเปกหลักแทบไม่ต่างจากรุ่นจีน ยกเว้นความจุแบตเตอรี่ที่ลดลงเล็กน้อยจาก 7,560mAh เหลือ 7,540mAh
สมาร์ตโฟนรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอ AMOLED แบบแบนขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รองรับอัตรารีเฟรช 120Hz และให้ความสว่างสูงสุดถึง 3,500 นิต ช่วยให้ใช้งานกลางแจ้งได้สะดวกมากขึ้น
ด้านประสิทธิภาพใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8500-Ultra ซึ่งเป็นชิปสำหรับสมาร์ตโฟนระดับกลาง-บน โดยมีระบบระบายความร้อน 3D Ice-Loop พร้อม Vapor Chamber ขนาด 5,300 ตารางมิลลิเมตร ช่วยควบคุมอุณหภูมิขณะเล่นเกมหรือใช้งานหนัก
Redmi Turbo 5 มีตัวเลือกหน่วยความจำสูงสุด RAM LPDDR5X ขนาด 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูล UFS 4.1 สูงสุด 256GB ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลเมื่อเทียบกับมาตรฐานรุ่นก่อน
ด้านกล้องถ่ายภาพ มาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX882 เสริมด้วยกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าสำหรับเซลฟีและวิดีโอคอลมีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล
จุดเด่นสำคัญคือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7,540mAh รองรับชาร์จเร็วผ่านสายกำลังไฟ 100W และยังรองรับ Reverse Wired Charging กำลังไฟ 27W สำหรับชาร์จอุปกรณ์อื่นผ่านสายได้อีกด้วย
ในส่วนของซอฟต์แวร์ Redmi Turbo 5 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบด้วย HyperOS 3 โดย Xiaomi รับประกันอัปเดตระบบปฏิบัติการนาน 4 ปี และอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยนาน 6 ปี
ตัวเครื่องใช้เฟรมโลหะ มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ ได้มาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP69K ติดตั้งลำโพงสเตอริโอ อินฟราเรดรีโมต และไฟ RGB Ring Light ภายในโมดูลกล้อง
สำหรับราคาจำหน่ายในอินเดีย รุ่น 8GB/128GB เปิดราคาที่ 37,999 รูปีอินเดีย หรือประมาณ 16,000 บาท ขณะที่รุ่น 12GB/256GB ราคา 40,999 รูปีอินเดีย หรือประมาณ 17,300 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน ผ่านเว็บไซต์ Mi.com, Amazon India และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ
การมาถึงของ Redmi Turbo 5 สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการแข่งขันในตลาดสมาร์ตโฟนที่เริ่มเน้นการเพิ่มความจุแบตเตอรี่ระดับ 7,000mAh ขึ้นไป ควบคู่กับการรักษาขนาดตัวเครื่องให้ยังคงใช้งานได้สะดวก ซึ่งอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงระดับเรือธงในอนาคต











