ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

Xiaomi Mi9

ระบบปฏิบัติการ

Android 9

ราคาเปิดตัว

16,990 บาท

ขนาดหน้าจอ

6.39 นิ้ว

ความละเอียด

FHD+

กล้อง หลัก/รอง

48MP + 12 ล้าน + 16 ล้านพิกเซล
กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล

หน่วยประมวลผล

Snapdragon 855

หน่วยความจำภายใน

128GB

แรม

6GB

แบตเตอรี่

3300 mAh

ข้อดี:

หน่วยประมวลผลตัวแรง Snapdragon 855
ระบบชาร์จไฟรุ่นใหม่ ทั้งชาร์จ QC 4.0 และระบบชาร์จไร้สาย 20W
กล้องถ่ายภาพคุณภาพสูง ความสามารถยอดเยี่ยม
ราคาดี โปรโมชั่นของแถมน่าจับจอง

ข้อเสีย:

ไมมีรูหูฟังบนเครื่อง
ไม่รองรับการเพิ่ม Micro SD card
แบตเตอรี่น้อยไปนิด

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
80%
83%
วัสดุและงานประกอบ
80%
77%
ประสิทธิภาพ
98%
93%
ความคุ้มค่าต่อราคา
95%
92%
บทสรุป:

Snapdragon 855 และชุดกล้องที่ให้มา ผมว่า Xiaomi Mi9 เป็นตัวเลือกที่ "จบ" เรื่องความแรง และ "สุด" ที่ด้านคุณภาพกล้องถ่ายภาพ รวมสองสิ่งที่สำคัญในยุคนี้ในสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวครับระบบชาร์จไฟก็ดีมาก ตัวเครื่องดูหรูหรา แถมมี UI และระบบที่มีฟังก์ชั่นใช้งานดีๆ หลายอย่าง และมาในราคาจำหน่ายที่ไม่แพงเกินไปอีกด้วย

88%
คะแนนจากเรา
86%
คะแนนจากสมาชิก
22คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

Xiaomi Mi 9 เป็นสมาร์ทโฟนตัวหนึ่งที่แฟนๆ คนไทยรอคอยการนำเข้ามาจำหน่ายกันแบบใจจดจ่อเลยครับ ด้วยเพราะชื่อเสียงเรียงนามด้านความยอดเยี่ยมของ “กล้องถ่ายภาพ” และข้อมูลสเปคเครื่องที่ต้องประกาศกันว่า “Snapdragon 855 มาไทยแล้ว!”

Xiaomi Mi 9 คือมือถือเครื่องแรงที่มาพร้อมหน่วยประมวลผลใหม่ล่าสุด Snapdragon 855 2.84 GHz ของ Qualcomm  เรียกว่าแค่เรื่องสเปค Xiaomi ก็ข่มชาวบ้านเขาได้ทั้งตลาดแล้วครับ เพราะหลายคนหวังจะได้สัมผัส Snapdragon 855 ของจริงกันสักที

ตัวเครื่องที่ผมได้มาลองใช้งาน เป็นเครื่องสี Piano Black ซึ่งมันดูไม่ค่อยจะมีความดำเท่าไหร่นะครับ เป็นเนื้อเฟรมอลูมิเนียม ผิวฝาหลังเหมือนโลหะสีเทา เคลือบเอาไว้ด้วยเนื้อกระจก Corning Gorilla Glass 5 มีความหรูด้วยเงาสะท้อนกึ่งกระจกกึ่งโลหะ เกลี้ยง เรียบ และไม่มีที่สแกนลายนิ้วมือรบกวนสายตา

เพราะว่า Xiaomi Mi 9 เป็นเครื่องที่ใช้การสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอครับ แถมสแกนได้ไวโคตรๆ (รองรับการสแกนใบหน้าด้วย)

Xiaomi Mi 9 ให้กล้องหลังเรามาสามตัวครับ ความละเอียดสูงลิบ 48 ล้านพิกเซล และเป็นกล้องหลังระดับโลก เพราะได้คะแนนรีวิวจากสื่อใหญ่ๆ ในต่างประเทศมาสูงมากเป็นอันดับท็อป ทั้งเรื่องภาพนิ่งและวีดีโอซะด้วยครับ

จากที่ผมได้ลอง ก็ไม่ขอเถียง ^^

เวลาถือ Xiaomi Mi 9 ผมจะถ่ายรูปได้แบบไม่ต้องกลัวสภาพแสงสักเท่าไหร่ครับ จะแสงมาก แสงน้อย ถ่ายในที่มืด เจ้าเครื่องนี้จัดการให้ได้หมด คุณภาพของภาพที่ได้ไปดูช่วงท้ายรีวิวนะครับ กล้องมันเก่งจริงๆ

หน้าจอขนาด 6.39 นิ้ว ใช้กระจก Corning Gorilla Glass 6 เป็นจอชนิด Super AMOLED และเป็นจอที่แสดงผลแบบ HDR ความละเอียด FHD+ สีสันดีตามสไตล์ Amoled แสงจอสว่างชัดเจน ดูหนังเล่นเกมสะใจลูกตาครับ ผมชอบจอชนิดนี้มาก

ขอบจอแบบ Waterdrop Display หรือจอหยดน้ำ ด้านบนจอจะมีติ่งเล็กๆ สำหรับการวางกล้องหน้า ขอบจอโดยรวมไม่ใหญ่มากครับ อัตราส่วนหน้าจอต่อพื้นที่ด้านหน้าเครื่องอยู่ที่ 90.7%

พอร์ตด้านล่างใช้ USB Type-C รองรับชาร์จไวสูงสุด 27W Quick Charge 4.0+ และรองรับระบบชาร์จไร้สายความเร็วสูง 20W ด้วยนะครับ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีรูหูฟังให้นะสำหรับ Mi9

Xiaomi Mi9 จะมีปุ่มพิเศษด้านข้างซ้ายขอบเครื่อง ซึ่งจะเป็นปุ่มสำหรับการเรียกใช้คำสั่งเสียง Google Assistant โดยตรงได้นะครับ สะดวกดี

รองรับสองซิมการ์ดแบบ Dual 4G ครับ แต่ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำด้วย Micro SD card ได้นะครับ

อุปกรณ์ภายในกล่อง มีเคสซิลิโคนสีดำ ที่ชาร์จซึ่งรองรับระบบ QC 3.0 และสายชาร์จ และตัวแปลง Type C ให้เป็นพอร์ต 3.5mm สำหรับเสียบหูฟัง แต่เครื่องรีวิวที่ได้มาไม่มีหูฟังมาให้นะครับ ไม่แน่ใจว่าเครื่องขายจริงจะมีหูฟังมาให้หรือไม่นะครับ

โดยรวมตัวเครื่องภายนอกถือจับง่ายมากครับ จอไม่โค้ง แค่ขอบจอมีสัน 2.5D อยู่นิดหน่อย ติดฟิล์มแปะกระจกหาไม่ยาก ตัวเครื่องบางถือใช้งานมือเดียวได้พอไหวครับ

การใช้งานภายใน

รุ่นที่เข้าไทยเป็นเครื่องแรมขนาด 6GB และรอม 128GB ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 855 2.84 GHz เรื่องความแรงไม่ต้องถามแล้วครับ แรงระดับสูงของเครื่องในระบบ Android แล้วละ

การใช้งานตั้งแต่ระดับแอพรากหญ้ายันเกมใหญ่ไฮเอนด์ มันเล่นได้หมดแน่นอนครับ ทั้งความแรงก็เพียงพอ ทั้งความเข้ากันกับระบบ Snapdragon ก็ได้เปรียบชาวบ้านเขาที่สุดแล้วเพราะเป็นหน่วยประมวลผลที่ใช้กันทั่วโลกเป็นหลักเลย

จากการทดสอบใช้งาน การตอบสนองเร็ว 100% เร็วระดับคะแนนเต็มจากที่เคยลองใช้เครื่อง Android มา สมราคาตัวท็อปครับ

การเล่นเกมดีหมด ให้การตอบสนองต่อการควบคุมดี เฟรมเรตไม่แกว่ง สามารถใช้งานได้เต็มที่แหละครับสำหรับคนถือ Mi9 ไม่ต้องห่วงเรื่องแรงไม่พอไปอีกสองปี ^^

จากการลองเล่นเกม ลองใช้งานต่อเนื่อง ตัวเครื่องมีความร้อนขึ้นมาให้รู้สึกเหมือนกันนะครับ แต่ไม่มีปัญหาอะไรในการใช้งาน เครื่องไม่ดับ แอพไม่แฮงค์ ไม่มีการรีสตาร์ทใส่หน้าผมตลอดระยะเวลาทดลองใช้งานมาประมาณหนึ่งอาทิตย์

ระบบ Android 9 ทับไว้ด้วย MIUI 10 เวอร์ชั่นใหม่ของ UI ตัวเก่ง ใช้งานง่าย ไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อนครับเจ้า UI ตัวนี้ มีธีมสโตร์ปรับแต่งหน้าจอเพื่อแก้เบื่อ

แต่ผมชอบมากสำหรับการสไลด์นิ้วขึ้นจากด้านล่างขึ้นบน มันจะเป็นการเรียกใช้งาน Google Search สำหรับการค้นหาและเข้าเว็บไซด์ได้แบบด่วนครับ

ส่วนการสไลด์นิ้วลงเป็นการเรียกหน้าการแจ้งเตือนและปุ่ม Toggle เปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ

 

ระบบเด่นของ MIUI ตัวนี้ คือ Game Turbo หรือระบบการเร่งประสิทธิภาพเครื่องเพื่อการเล่นเกมแบบจริงจัง (ยังต้องเร่งอีกหรอ – -)

หลายคนอาจคิดว่าด้วยสเปคระดับนี้ ยังต้องรีดประสิทธิภาพกันอีกหรอ? ^^ จริงๆ เจ้าระบบ Game Turbo มันไม่ได้ทำหน้าที่แค่เรื่อง “แรง” เท่านั้นครับ มันยังมีหน้าที่ในการจัดการเครื่องให้เหมาะกับสภาพการเล่นเกมของเรา เช่นการจัดการการแจ้งเตือนให้เหมาะสม ไม่ขัดจังหวะ หรือแม้กระทั่งควบคุมพื้นที่อ่อนไหวบนหน้าจอ ไม่ให้มันไวต่อการสัมผัสเกินไป เจ้าโหมด Game Turbo มันทำให้เราได้ครับ

ส่วนประสิทธิภาพการเล่น ก็อย่างที่ทุกคนคิด ลำพังสเปคของ Xiaomi Mi9 มันพอๆ เหลือๆ อยู่แล้วครับ เล่นลื่นสบายใจสุด

และขอเสริมเรื่องเสียงกันสักหน่อยนะครับ Mi9 เป็นเครื่องสมาร์ทโฟนที่ด้านล่างออกแบบคล้ายลำโพงคู่ แต่จริงๆ มันมีลำโพงเดียวนะครับ แต่เสียงของลำโพงมันสุดยอดนะครับ เนื้อเสียงเยอะ เสียงแน่น และเสียงดังดีมากเลย เวลาเล่นเกมเสียงลำโพงถูกใจผมมาก ดังและแน่นดี ^^

มีฟังก์ชั่นอีกมากมายครับภายในเครื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ฟังก์ชั่นสำคัญๆ จะถูกรวมไว้ในแอพ “ความปลอดภัย” ภายในจะมีให้เราตั้งค่าและเลือกใช้เยอะมาก (รวมถึงโหมด Game Turbo ที่ผมแนะนำไปด้วยนะ)

มีการตั้งค่าพื้นที่พิเศษที่เราสามารถแยกออกไปใช้งานได้เหมือนเป็นอีกเครื่องหนึ่ง มีฟังก์ชั่นการโคลนแอพจากหนึ่งเป็นสองไอดี ซึ่งเจ้า MIUI ของ MI9 มันแทบจะโคลนได้ทุกแอพเลยครับ

เราสามารถล็อคแอพพลิเคชั่นใช้งานภายในเครื่องไว้ด้วยรหัสผ่านได้ มีเครื่องมือทำความสะอาดระบบเครื่อง เครื่องมือทดสอบการเชื่อมต่อเครือข่าย รวมถึงการสแกนเครื่องเพื่อความปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใน แอพ “ความปลอดภัย” ทั้งหมดเลยครับ

ผลทดสอบต่างๆ

การจับสัญญาณ GPS ทำได้ดี ผลคะแนนทดสอบ Antutu ทะลุ 368,000 ไปเรียบร้อยตามความแรง แบตเตอรี่ขนาด 3300 mAh อยู่ได้เช้าถึงเย็นกลับบ้านครับ ไม่ได้อึดมาก แต่ก็อยู่กับเราได้ทั้งวัน

กล้องถ่ายภาพ

ด้านการถ่ายภาพ Mi9 เป็นกล้องระดับท็อปตัวจริงเสียงจริงครับ กล้องหลังใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX586 เป็นกล้องสามตัวความละเอียดสูง 48MP + 12 ล้าน + 16 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล ซึ่งกล้องหน้ารองรับการถ่ายวีดีโอ 4K ด้วยนะครับ

เจ้ากล้องของ Mi9 รุ่นนี้ไม่ได้มีดีแค่ความละเอียดสูง แต่คุณภาพของโมดูลกล้องและซอฟท์แวร์รุ่นใหม่ ทำให้ผมไม่ต้องคอยกลัวหรือกังวลสภาพแสงก่อนถ่ายนักครับ มันเอาอยู่หมดเลย

แสงกลางวันกล้องระดับนี้ทำได้ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ Mi9 มีความพิเศษคือลูกเล่นเยอะมาก โดยเฉพาะเกี่ยวกับการจัดการระยะซูม และการละลายฉากหลัง มันทำได้มากกว่าแค่การเบลอครับ

ระบบปรับแต่งของกล้อง Mi 9 เล่นกับความเบลอของฉากหลังได้หลายอย่างทีเดียว เช่นโบเก้วน โบเก้เคลื่อนไหว หรือการทำโบเก้คล้ายการทำระเบิดซูมมันก็ทำได้ ยังมีลูกเล่นต่างๆ เช่นทำฉากหลังเป็นโปเก้หัวใจ ประกายดาว เรียกว่าถ่ายหน้าชัดหลังเบลอมารูปเดียว ก็เล่นกันสนุกแล้วครับ

การละลายหลังสามารถทำได้กับทั้งมนุษย์และสิ่งของ ควบคุมรูรับแสงผ่านซอฟท์แวร์ได้แม่นยำ ตัดวัตถุได้คม ผลลัพท์ของภาพสวยเพราะมี AI คอยปรับแสงสี ตามฉากและซีนต่างๆ ให้อัตโนมัติ

มีฟิลเตอร์สีให้เลือกเติมแต่งอีกมากมาย

มีโหมด “เลนส์กว้างพิเศษ” ขยายขอบเขตความกว้างของเลนด์กล้องหลังออกไปได้มากกว่าปกติ เก็บภาพเก็บเรื่องราวได้มากขึ้น สำคัญครับเลนด์มุมกว้างสำหรับยุคนี้ มันต้องมี

มีโหมดถ่ายภาพมาโครระยะใกล้ 4 เซนติเมตรจากวัตถุซึ่งตัว AI รับรู้สิ่งที่ถ่ายได้และช่วยปรับแสงสีให้อัตโนมัติครับ

มันถ่ายง่าย เล่นสนุกไปหมดครับ ละลายหลัง เก็บความลึก สิ่งที่ Mi9 ทำได้ดีมากๆ ก็คือมิติของภาพครับ ภาพไหนต้องการมิติชัดๆ Mi9 งัดลึกขึ้นมาได้แบบชัดมากๆ

หน้าชัดหลังเบลอได้ทั้งวัตถุและบุคคล ตัดโฟกัสคมครับ

แต่ไฮไลค์คืองานกลางคืน ด้วย “โหมดถ่ายกลางคืน” ของเครื่อง Mi 9 เราสามารถถ่ายภาพกลางคืนแบบเล่นกับไฟแสงสีไม่ต้องกลัวการสั่นไหวของภาพเลยครับ ถือถ่ายด้วยมือก็ชัดเหมือนใช้ขาตั้งกล้อง

คุณภาพของภาพน่าประทับใจจริงๆ ครับ

ความคมชัดสูง การลดนอยส์ทำได้ดี

ซึ่งผมต้องบอกว่า กล้อง Mi 9 ไม่จำเป็นต้องเปิดโหมดกลางคืนเพื่อให้ซอฟท์แวร์ช่วยเสมอไป แค่โหมดธรรมดาบางครั้งก็ให้อารมณ์ภาพกลางคืนที่ดีได้แล้วละครับ บวกกับกล้องเลนส์กว้างพิเศษ ผมว่ามันพร้อมรับมือการถ่ายภาพทุกสถานการณ์แล้วละ

(ซ้ายโหมดมุมมองปกติ ภาพขวา โหมดมุมกว้างพิเศษ)

สรุปท้ายรีวิว

Snapdragon 855 และชุดกล้องที่ให้มา ผมว่า Xiaomi Mi9 เป็นตัวเลือกที่ “จบ” เรื่องความแรง และ “สุด” ที่ด้านคุณภาพกล้องถ่ายภาพ รวมสองสิ่งที่สำคัญในยุคนี้ในสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวครับ

ระบบชาร์จไฟก็ดีมาก ตัวเครื่องดูหรูหรา แถมมี UI และระบบที่มีฟังก์ชั่นใช้งานดีๆ หลายอย่าง และมาในราคาจำหน่ายที่ไม่แพงเกินไปอีกด้วย

Xiaomi Mi9 เปิดจำหน่ายในราคา 16,999 บาท มอบส่วนลดค่าเครื่องสูงสุดถึง 4,500 บาท เหลือเพียง 12,499 บาท จากราคาปกติ 16,999 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 899 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท พร้อมรับชมคอนเทนต์ความบันเทิงระดับโลก ฟรี! ตลอด 6 เดือนเต็ม บนแอปฯ AIS PLAY และแพ็กแกจเสริม PLAY MOVIES

จองล่วงหน้าได้ทาง AIS Online Store ที่ store.ais.co.th ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2562 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยสินค้าจะจัดส่งถึงบ้านตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2562 เป็นต้นไป ลูกค้าทั่วไปสามารถซื้อได้ทุกช่องทางในวันที่ 23 เมษายน 2562 เป็นต้นไป

พิเศษ! สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือน 500 ท่านแรกที่สั่งจอง รับฟรี

  • แท่นชาร์จไร้สาย XM 20W wireless charger
  • ที่ชาร์ตสำหรับใช้ในรถ XM Mi Quick charge Car charge
  • ลำโพงบลูทูธแบบพกพา XM Mi Compact Bluetooth Speaker 2

สำหรับลูกค้าเอไอเอสที่จองเป็นคนที่ 501 – 1,000 รับฟรี! Mi CompactBluetooth Speaker 2 มูลค่า 299 บาท

ผมว่าจากจุดเด่นเหล่านี้ของเครื่อง Xiaomi มันค่อนข้างเข้าใจง่าย และผู้ที่ต้องการก็น่าจะตัดสินใจง่ายเลยละ Mi 9 น่าจะขายดีอีกรุ่นแน่นอนครับ จากราคาและโปรโมชั่น ขายดีแน่นอนฟันธงเลย ^^ สนใจรีบจองได้เลยครับ