ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

OPPO F11 Pro

ระบบปฏิบัติการ

Android 9.0 ทับด้วย ColorOS 6.0

ราคาเปิดตัว

10,990 บาท

ขนาดหน้าจอ

6.53 นิ้ว

ความละเอียด

2340x1080 pixel

กล้อง หลัก/รอง

กล้องหลังคู่ 48MP f/1.79 + 5MP f/2.4, AF, Flash
กล้องหน้า 16MP f/2.0

หน่วยประมวลผล

MTK P70 Octa-core 2.1 GHz

หน่วยความจำภายใน

64GB

แรม

6GB

แบตเตอรี่

4,000 mAh
VOOC Flash Charge 3.0 5V4A, 20W

ขนาด / น้ำหนัก

161.3 X 76.1 X 8.8 มิลลิเมตร
หนัก 190 กรัม

ข้อดี:

สีเครื่องสะดุดตา โดยเฉพาะสี Thunder Black
Rising Camera กล้องหน้าซ่อนภายในเครื่อง
หน้าจอ Panoramic screen ไร้รอยบาก ไร้รูเจาะ ขนาดใหญ่ถึง 6.53 นิ้ว
แบตเตอรี่อึด และมีระบบชาร์จไวตัวใหม่สุด VOOC 3.0 ของ OPPO
กล้องหลังความละเอียดสูงมาก 48 ล้านพิกเซล
กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลยังคงฉลาดและเก่งกาจในด้านการเซลฟี่เป็นพิเศษ

ข้อเสีย:

ตัวเครื่องมีความหนาเล็กน่อย
ฝาหลังจริงเป็นเนื้อพลาสติก เกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายถ้าไม่ใส่เคส

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
78%
83%
วัสดุและงานประกอบ
82%
91%
ประสิทธิภาพ
78%
88%
ความคุ้มค่าต่อราคา
90%
91%
บทสรุป:

OPPO F11 Pro แม้ว่าเปิดราคามาแค่ 10,990 บาท แต่มันจัดมาเต็มครับ OPPO มีความตั้งใจตั้งแต่งานออกแบบเครื่องภายนอก สวย และมีการลงทุนให้กับงานทำสีระดับสูงบนตัวเครื่องสวยงามตามสไตล์ OPPO F Series มีนวัตกรรมซึ่งขนมาใช้เยอะทั้งกล้องหน้าซ่อนอัตโนมัติ Rising Camera กล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล และหน้าจอ Panoramic screen ขนาดใหญ่ไร้รอยบาก 6.53 นิ้ว ประสิทธิภาพเครื่องดี ใช้งานได้ไม่หงุดหงิดใจ ไม่ต้องจ่ายแพงแต่ได้ครบ แนะนำว่าคุ้มค่าครับ

82%
คะแนนจากเรา
88%
คะแนนจากสมาชิก
17คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

OPPO F11 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และสวยสุดจาก OPPO ^^ ต้องบอกว่าเครื่องใน F Series ของ OPPO สวยต่อเนื่องมารุ่นสู่รุ่นเลยนะครับ ตั้งแต่ F9 ผมก็ว่าเครื่องมันสวยมากๆ แล้ว พอมาเจอ F11 Pro สวยกว่าเดิมได้อีก

OPPO F11 Pro ใช้การออกแบบไล่เฉดสีมากถึงสามเฉดสี (สี Thunder Black) ผสมไล่กันระหว่างสีแดง, สีน้าเงิน ไล่ไปจนรวมกันเป็นสีดำตรงกลาง และเป็นการวางแนวเครื่องแบบใหม่ของ OPPO ด้วยนะครับ เพราะลวดลายด้านหลังวางเป็นแนวนอนตลอดตัวเครื่องตั้งแต่ตราสัญลักษณ์ ที่สแกนลายนิ้วมือ ชุดเลนส์กล้องหลังคู่ ตลอดถึงกล้องหน้าที่ซ่อนไว้ มันเป็นแนวเดียวกันหมดเลย

สี Aurora Green ก็สวยนะ ดูผู้ชายและขรึมมากขึ้น สีเครื่องเวลาสะท้อนเงาแสงจะคล้ายแสงเหนือเลยครับ

เจ้ากล้องหน้าที่ซ่อนอยู่ตัวนี้ ทาง OPPO เรียกว่า Rising Camera มันสามารถเลื่อนขึ้นมาอัตโนมัติเมื่อต้องการใช้งาน และสามารถเลื่อนลงซ่อนในตัวเครื่องได้อย่างแนบเนียน เมื่อเวลาไม่ได้ใช้ รวมถึงมีความสามารถเก็บตัวเองได้โดยทันทีเมื่อตรวจพบแรงกระแทกหรือตรวจจับเจอการร่วงหล่น มันจะซ่อนตัวเองเพื่อป้องกันความเสียหายได้ทันที

ซึ่งการที่มันถูกวางไว้ตรงกลางไม่ใช่ด้านความสวยงามเท่านั้นนะครับ แต่การเซลฟี่ด้วยกล้องที่อยู่ตรงกลางเครื่องเป๊ะๆ แบบนี้ มันจะช่วยลดการบิดเบือนของมุมภาพในเวลาถ่ายหน้าตัวเองได้อีกด้วย

กล้องหน้าตัวนี้ยังสามารถใช้ในการสแกนใบหน้าได้เช่นเดิม โดยจะเลื่อนขึ้นมาสแกนอัตโนมัติเมื่อกดปลุกเครื่อง เป็นระบบสแกนใบหน้าแบบปกติไม่สามารถสแกนใบหน้าในที่มืดสนิทได้นะครับ

เมื่อกล้องหน้าย้ายออกไป ไม่ได้อยู่บนหน้าจออีกต่อไป หน้าจอแบบ Panoramic screen ก็บังเกิดขึ้นมาครับ จอเต็มไร้ติ่งขนาดใหญ่ 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตตราส่วน 19.5:9 เต็มตาไม่มีรอยบากหรือรูเจาะใดๆ คิดเป็นอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องด้านหน้าถึง 90.9% เป็นขนาดกว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมาสาหรับสมาร์ทโฟน F Series ของ OPPO เลยทีเดียว

กระจกจอใช้เป็น Corning Gorilla Glass 5 ขอบเครื่องด้านบนและด้านล่างและด้านข้างโค้งมนเข้ามือ เซ็นเซอร์แสงจะถูกซ่อนอยู่แถวๆ ลำโพงที่ถูกปรับเปลี่ยนตำแหน่งซะใหม่เพื่อไม่ให้มือบังขณะถือเล่นเกม รวมถึงออกแบบไมโครโฟนใหม่ด้วย มีการวางไมค์ไว้สองจุด ในกรณีไมโครโฟนอันที่หนึ่งโดนบล็อก ก็มีไมโครโฟนอีกอันหนึ่งที่สามารถรับเสียงได้ปกติ

รองรับสองซิมการ์ดแบบนาโนทั้งสองสล็อต และเป็น Dual 4G หรือสามารถใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้งสองซิม รองรับหมดทั้ง VoLTE และการโทรผ่าน Wi-Fi หรือ VoWIFI ใช้ได้ทั้งสองซิมเช่นกันครับ ช่องใส่ซิมที่สองจะเป็นแบบไฮปริด หรือเปลี่ยนใส่ Micro SD card เพิ่มหน่วยความจำเครื่องได้แทนการใส่ซิมครับ

ด้านล่างใช้พอร์ต Micro USB ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวตัวล่าสุดของ OPPO นั้นคือ VOOC 3.0 ชาร์จไวกว่า VOOC ตัวเดิมที่ไวอยู่แล้วอีก 20% เพราะ VOOC แบบเดิม จะชะลอความเร็วการชาร์จลงหลังจากตอนที่แบตเตอรี่มีไฟกลับมา 75% แต่สำหรับ VOOC 3.0 จะชะลอความเร็วการชาร์จต่อเมื่อมีแบตเตอรี่มากกว่า 80% ไปแล้วครับ

มาตรฐานการชาร์จใหม่ตัวนี้ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจาก TÜV SÜD องค์กรระหว่างประเทศชั้นนำในด้านความปลอดภัยมาเรียบร้อย หายห่วง สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4000mAh ของตัวมันเองได้เต็มภายใน 80 นาทีเท่านั้น

อุปกรณ์ภายในกล่อง มีมาให้ทั้งชุดหูฟัง ที่ฟิล์มกันรอยที่ติดมาให้เรียบร้อย เคสใส เข็มจิ้มซิม พร้อมที่ชาร์จ VOOC 3.0 และสายชาร์จ

ตัวเครื่องภายนอกของ OPPO F11 Pro ครบครัน สวยงาม และเต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ครับ สีสวยมาก เด่นสะดุดเวลาถือใช้ คนขอยืมดูตลอดเวลา รู้สึกได้อวดอยู่ตลอด ^^ 555

โดยเฉพาะกล้องหน้าที่ซ่อนและเปิดออกอัตโนมัติ มันเท่มาก และทาง OPPO ไม่ได้ออกแบบให้ตัวกล้องมันดูเกลี้ยงๆ ทื่อๆ นะครับ มันถูกออกแบบให้เหมือนมีคริสตัลใสประกบอยู่ทั้งสองข้าง อารมณ์เหมือนงานออกแบบขวดน้ำหมดแบบนั้นเลย

ต้องบอกว่ายิ่งใช้ ก็ยิ่งสังเกตเห็นรายละเอียดงานออกแบบที่ OPPO ใส่ใจไว้ในหลายจุดจริงๆ

การใช้งานภายใน

OPPO F11 Pro ทำงานบน ColorOS 6 ซึ่งเป็น UI ตัวใหม่ที่หน้าตาดูน่ารักขึ้นครับ ครอบทับ Android 9 Pie ใช้หน่วนประมวลผลใหม่ของ MTK นั้นคือ P70 2.1GHz แรมเยอะถึง 6GB ผลทดสอบใช้งานคือ “ดี” เลยละครับ ตัวประมวลผล P70 ตัวนี้ผมได้ลองมาหลายครั้งแล้ว ผมว่ามันเป็นตัวที่เหมาะสำหรับเครื่องเรทราคาประมาณนี้เลยนะ แรงพอตัว ใช้งานได้หมด เล่นเกมได้ไหว รู้สึกตอบสนองได้ดีแถมน่าะจะประหยัดแบตเพราะทำให้แบตอึดกว่าที่คิดด้วย และทำให้เครื่องนั้นๆ สามารถจำหน่ายได้ในราคาไม่แพงครับ

เกาะประเด็น:  รีวิว OPPO Reno2 เทคโนโลยีสูงในตัวเครื่องระดับพรีเมี่ยม กล้องหลัง 4 ตัว ซูม 5 เท่า พร้อมระบบ WiFi คู่เครื่องแรกของโลก

ประสบการณ์การใช้งานและการเล่นเกมของรุ่นนี้ดีมากครับ ยิ่งเมื่อดูจากราคามันตอบสนองได้ดีกว่าที่คิด เขาว่าเพราะภายใน ทาง OPPO ได้ใส่ระบบ Hyper Boost เข้ามาช่วย ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยเร่งความเร็วในการใช้โทรศัพท์มือถือในสามด้านสำคัญ นั้นคือตัวระบบเอง รวมถึงการทำงานของแอพพลิเคชั่น และการเล่นเกม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโดยรวมให้เรามากขึ้นถึง 30% เลยครับ

ผมสังเกตว่าการเปิดปิดแอพพลิเคชั่นของ F11 Pro นั้นทำได้เร็ว ตอบสนองปุ๊บปั๊บ น่าจะเป็นผลจากส่วนหนึ่งของระบบ Hyper Boost นี้แหละ ซึ่งทาง OPPO ได้ให้ข้อมูลว่าระบบนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพตัวเครื่อง ระบบเครื่อง รวมถึงการใช้งานแอพและการเล่นเกมยอดนิยม 11 เกมได้โดยเฉพาะอีกด้วย ซึ่งในนั้นก็รวมไปถึงเกมฮิตอย่าง PUBG, ROV ที่คนไทยเล่นกันเยอะมาก

จากที่ลอง PUฺBG มันก็เล่นลื่นดีครับ เฟรมเรตไม่ค่อยสะดุด สามารถปรับเป็น HD ได้ เอามาเล่นเกมผมว่าได้นะรุ่นนี้ ไม่ขัดใจเลย

ยังมีโหมดสนับสนุนผู้เล่นเกมอย่าง Game Space แอพลิเคชั่นที่ออกแบบโดย OPPO เป็นศูนย์รวมจัดเก็บไอคอนเกมได้มากกว่า 50 เกม ปรับเปลี่ยนโหมดประสิทธิภาพเครื่องได้โดยอัตโนมัติในสามรูปแบบ โหมดประสิทธิภาพสูง, โหมดสมดุล และโหมดการใช้พลังงานต่ำ (ตอนเปลี่ยนโหมดเป็นประสิทธิภาพสูง อนิเมชั่นทำเท่มาก! ^^)

ช่วยปิดการแจ้งเตือน รวมถึงการจับภาพหน้าจอและการบันทึกการเล่นในรูปแบบวิดีโอ ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ชอบแคสเกมหรือแชร์จังหวะสำคัญให้เพื่อนดูครับ

ColorOS 6 มีโหมดใหม่ที่น่าสนใจ นันคือ Riding Mode หรือโหมดใช้งานขณะขับขี่รถ ลดการถูกรบกวนในขณะขับขี่ และยังปรับหน้าการใช้งานให้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้นได้ทันที โดยเมื่อมีคนโทรเข้ามาระบบจะปรับไปใช้ตัวอักษรและปุ่มขนาดใหญ่ที่สามารถรับหรือปฏิเสธสายได้เพียงเท่านั้น หากปฏิเสธสายระบบก็จะส่ง SMS ตอบกลับให้โดยอัตโนมัติได้ครับ

มีระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่รวมข้อมูลสำคัญทุกอย่างที่เราใช้งานบ่อยๆ ในหน้าเดียว รวมถึงการตรวจจับนับก้าวเดินที่เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับยุคคนรักสุขภาพ ^^

มีฟังก์ชั่น Smart Bar เพียงแค่ปัดนิ้วจากขอบหน้าจอแถบพิเศษก็จะปรากฏขึ้นมา ใช้งานได้ทั้งในแนวตั้งและนอน เป็นหน้าพิเศษที่มีเครื่องมือหรือแอพลิเคชั่นใช้งานบ่อยที่เรากำหนดไว้ได้เอง ใช้เรียกการบันทึกหน้าจอทั้งในรูปแบบวิดีโอ และจับภาพหน้าจอ เพิ่มความสะดวกในการใช้งานเครื่องได้มากเลยครับฟังก์ชั่นนี้ แนะนำให้ฝึกใช้กันเลยละ

มีความสามารถใช้ท่าทางการลากนิ้วแทนปุ่มนำทางแบบ Android เวอร์ชั่นใหม่มาให้ใช้ โดยจะเอาปุ่มย้อนกลับ ปุ่มโฮม และ Recent App ออกไป แล้วใช้การลากนิ้วจากด้านล่างหน้าจอแทน

ColorOS 6.0 หน้าตาแวบแรกจะดูเรียบๆ แต่จริงๆ เป็น UI ที่ฟังก์ชั่นเพียบเลยละครับ ใช้งานสนุก มีความสามารถในการช่วยเหลือผู้ใช้มากมาย การปรับเปลี่ยนให้หน้าตาดูเรียบง่ายและน่ารักมากขึ้นแบบนี้ ก็ดูเป็นมิตรดีครับสำหรับผู้ใช้งานเริ่มต้น ค่อยๆ เรียนรู้ไป ภายในมีอะไรให้ศึกษาอีกเยอะเลยละครับ

ผลทดสอบต่างๆ

แบตเตอรี่อึกมากครับ ใช้งานได้ทั้งวัน และสามารถทำงานข้ามวันได้ในวันที่เราไม่ได้ใช้งานหนักมากนัก ชาร์จแบตกลับเข้าเครื่องได้ไวด้วย การจับสัญญาณ GPS ก็จับได้ไวครับแม้ไม่ได้เปิดเน็ตช่วย ใช้นำทางได้เลย

 

กล้องถ่ายภาพ

กล้องของ OPPO F11 Pro เป็นสิ่งที่ OPPO เน้นมาเกินราคาครับ กล้องหลังคู่ความละเอียดสูงมาก 5ล้านพิกเซ, + 48ล้านพิกเซล รูรับแสง F1.79 เลนส์แบบ 6 ชั้นเลนส์ ใช้เทคโนโลยีใหม่สุดฮิต Tetracell รวมแสงจากสี่พิกเซลที่อยู่ติดกันกลายเป็นพิกเซลใหญ่พิกเซลเดียว

UI กล้องออกแบบใหม่ เหลือชุดคำสั่งแค่เนี้ยแหละ ง่ายดี! เหลือแค่ตัวเลือกวีดีโอ, รูปถ่าย และรูปคน จริงๆ เหมือนโดนประชดนะครับ เพราะว่าก็ถ่ายกันอยู่แค่นี้จริงๆ 555

แต่ยังมีโหมดพิเศษต่างๆ ที่ถ่ายกันไม่บ่อย ได้ถูกเอาไปรวมไว้ในเมนูเพิ่มเติมด้านข้างครับ เช่นโหมดกลางคืน, พาโนรามา, โหมดผู้เชี่ยวชาญปรับแต่งเอง รวมถึงโหมดถ่ายวีดีโอที่เล่นกับเวลาเช่นสโลว์โมชั่นและ Time-Lapse

ผมบอกได้เลยว่า กล้องของ OPPO F11 Pro มันจับคนแม่นจริงๆ ครับ ส่องกล้องไปปุ๊บ มีคนยืนอยู่ตรงไหน มันเจอหน้าได้ตลอด จับได้ไว จับได้หลายคน และจับได้แม่นทั้งกลางวันและกลางคืนเลย

โดยเฉพาะเจ้า OPPO F11 Pro จะมี Ultra Night Mode หรือโหมดถ่ายกลางคืน คือฟังก์ชั่นหนึ่งตัวเก่งของ OPPO F11 Pro มันสามารถใช้ AI ลด Noise ของภาพ และสามารถแยกใบหน้ามนุษย์ออกจากฉากหลังได้แม้ในที่แสงน้อย ถ่ายฉากหรือบุคคลในที่แสงน้อยทำได้ไม่ยากเลย ในที่สภาพแสงยากๆ จับหน้าคมกริบ คนสวยก็จะกลายเป็นคนโคตรสวย ^^

เกาะประเด็น:  รีวิว Infinix HOT 8 ถูกเกินคาด แบตเยอะ 5,000 mAh จอใหญ่เต็มตา 6.6 นิ้ว ในราคาแค่ 2,990 บาท

AI ของ F11 Pro ถูกพัฒนาอีกครั้ง AI Scene Recognition ตอนนี้สามารถระบุประเภทภาพได้ 23 ชนิด ปรับภาพให้เหมาะสมได้ถึง 864 ฉาก และทำ Color Mapping กำหนดสีภาพให้เหมาะสมกับฉากต่างๆ รวมถึงแต่งสีผิวใบหน้าเพื่อให้ได้สีที่สดใสและดูสวยเป็นธรรมชาติ

โหมดถ่ายออโต้ถ่ายง่ายครับ ภาพออกมาดูดีทั้งกลางวันและกลางคืน มีความละเอียดสูง

แสงน้อยก็คมได้ ไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องครับ ถ่ายคน ถ่ายวิว มันเก็บได้หมด

ซึ่งเมื่อปรับกล้องเป็นโหมดความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล ฟังก์ชั่นลูกเล่นบางตัวจะไม่สามารถใช้งานได้นะครับ แต่ความละเอียด 48 ล้านมันคือ 8000 x 6000 พิกเซล เป็นความละเอียดสูงมากนะครับ ก็เหมาะสำหรับนำไปฉายบนฝาผนังขนาดใหญ่ หรือใช้ซูมภาพให้เห็นรายละเอียดชัดมากๆ ได้เลยละครับ

ต้องบอกว่า OPPO F11 Pro เป็นเครื่องที่ถ่ายภาพคนดีมาก ถ่ายคม ทุกสภาพแสง

โหมด Portrait หรือโหมดถ่ายคน จะเป็นโหมดสำหรับการทำภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอโดยเฉพาะเลยครับ มีความฉลาดแยกบุคคลโฟกัสและวัตถุฉากหลังได้คมมาก เล็งกล้องขึ้นมามันก็จับคนได้เลยแทบทันที

หน้าชัดหลังเบลอเป็นเรื่องง่ายแบบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลยครับ แค่เปิดโหมด Portrait หรือโหมดถ่ายคนแล้วก็แชะ เป็นอันเสร็จ ภาพละลายหลังก็มา

มีโหมดเร่งสีภาพ “สีตื่นตา” เพื่อเพิ่มความสดใส มีสีสัน และมีชีวิตชีวาของแบบหรือวัตถุที่ถ่าย ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งการถ่ายวัตถุและการนำมาถ่ายบุคคลให้ภาพมีความสว่างสดใสมากขึ้นนะครับ เปิดปิดง่ายๆ ด้วยไอคอนด้านบนของหน้า UI กล้องถ่ายภาพครับ

ภาพที่ได้ก็จะมีการเติมสี แต่งแสง โดยเน้นให้ภาพสดใสมากขึ้น (ภาพซ้ายโหมดธรรมดา ภาพขวาโหมดสีตื่นตา) ประยุกต์ใช้เปิดปิดตามชอบได้ในแต่ละสถานการณ์ได้เลยครับ

มีฟิลเตอร์สีหลายหลากเฉดมาให้เล่นด้วยครับ มีหลายเฉดแปลกแตกต่างกัน สามารถเห็นผลลัพท์ของฟิลเตอร์ต่างๆ ได้ก่อนการถ่ายภาพด้วยครับ

กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล และ AI Beauty Camera ที่ปัจจุบันมันสามารถระบุจุดบนใบหน้าเพืออวิเคราะห์ปรับแต่งได้ถึง 137 จุดแล้วครับ มันรู้หมดทั้งอายุ เพศ สีผิว คุณภาพผิว แต่ละโหมดปรับแต่ง ปรับละเอียดได้ถึง 100 ระดับ! (แม่เจ้าจะละเอียดไปไหน – – ) ประมาณ 8 ล้านตัวเลือกสำหรับการตกแต่งความงาม – – ปรับผิวเรียบ หน้าเรียว ใบหน้าเล็ก ปรับกราม ตาโต จมูกเล็ก ปรับแต่งใบหน้า และความลึก 3D ผู้ปรับสามารถดูภาพตัวอย่างก่อนถ่ายจริงได้เลย

จะปรับเองหรือให้ AI ช่วยคิดแล้วแต่สะดวก ผมไม่หล่อ ก็ปรับไปเลย Beauty หนักๆ ชอบมาก และ สำคัญมาก ^^

ถ้าปรับเอง OPPO F11 Pro ก็สามารถเรียนรู้แนวการปรับแต่งได้อัตโนมัติจากการตั้งค่าที่ใช้ครั้งสุดท้าย ซึ่งหากเปิดฟีเจอร์ Beautification ตัวเครื่องก็จะเปิดใช้การตั้งค่าก่อนหน้าโดยอัตโนมัติ

จะปรับเอง หรือ AI ผมก็ยืนยันได้เช่นเดิม เรื่อง Beauty ไว้ใจให้ OPPO ดูแลนะคะ ^^

สรุปท้ายรีวิว

รีวิวมายาว ข้อมูลเยอะ แม้ว่าเจ้า OPPO F11 Pro เปิดราคามาแค่ประมาณหมื่นบาท แต่จะเห็นว่ามันจัดมาเต็มครับ OPPO มีความตั้งใจตั้งแต่งานออกแบบเครื่องภายนอก สวย กล้าดีไซน์ และมีการลงทุนให้กับงานทำสีระดับสูงบนตัวเครื่อง เพื่อความสวยงามตามสไตล์ OPPO F Series

มีนวัตกรรมซึ่งขนมาใช้เยอะไม่ค่อยกั๊กแม้ในเครื่องราคาระดับกลาง ทั้งกล้องหน้าซ่อนอัตโนมัติ Rising Camera กล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล และหน้าจอ Panoramic screen ขนาดใหญ่ไร้รอยบาก 6.53 นิ้ว

ประสิทธิภาพเครื่องดี ไม่หน่วงช้า ใช้งานได้ไม่หงุดหงิดใจ ไม่ต้องจ่ายแพงแต่ได้ครบขนาดนี้ ผมแนะนำครับสำหรับรุ่นนี้ คุ้มค่าครับ

เปิดจอง รับของแถมแล้วนะครับ ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคมเป็นต้นไป แถมฟรีเป้ OPPO และบัตร OPPO VIP สำหรับการประกันหลังการขายระดับพรีเมี่ยม ที่ดูแลกรณีหน้าจอแตกให้ถึง 1 ปี รวมของแถมมูลค่า 6,590 บาท เกินครึ่งของราคาเครื่อง OPPO F11 Pro 10,990 บาท