ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

Nintendo

แพลตฟอร์ม

Nintendo Switch

วันเปิดตัว

16 พฤศจิกายน 2018

ราคาจำหน่าย

1,890 บาท

ข้อดี:

กราฟิกดูดีสมกับเกมโปเกมอน
เพลงเพราะ
เกมเพลย์เข้าใจง่าย

ข้อเสีย:

รูปแบบการจับโปเกมอนด้วยโมชั่นยังทำได้ไม่ดี
ตัดบางโหมดและขาดความท้าทายสำหรับแฟนฮาร์ดคอร์

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
กราฟิกและการนำเสนอ
85%
81%
เสียงพากย์และดนตรีประกอบ
80%
81%
รูปแบบการเล่น
80%
82%
ความคุ้มค่า
85%
87%
บทสรุป:

เอาเข้าจริงๆการมาของ Pokemon Let’s Go Pikachu และเกม Pokemon Let’s Go Eevee แม้ว่าจะไม่ใช่ภาคหลักของซีรีส์โปเกมอน แถมเอาระบบของเกมบนสมาร์ทโฟนมาปรับใช้ แต่พอได้เล่นจริงๆยังคงถือว่าสนุก และเข้าถึงคอเกมได้มากขึ้น ใครที่ไม่เคยเล่น Pokemon มาก่อนมาเริ่มกับภาคนี้ได้ และถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกมน่าเล่นบน Nintendo Switch ที่ไม่อยากให้มองข้ามไป

83%
คะแนนจากเรา
83%
คะแนนจากสมาชิก
32คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

หลังจากการมาของ Pokemon GO ที่เป็นปรากฏการณ์ ทั่วโลกทำให้ตัวละคร Pokemon กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง และแน่นอนว่าหลังจากนั้นก็จะมีการต่อยอดจนมีการสร้างหนัง Pokemon detective pikachu ส่วนในวงการเกมก็ขายดิบขายดี และมีการต่อยอดมาเป็นเกม Pokemon Let’s Go Pikachu & Let’s Go Eevee วางขายบน Nintendo Switch

โดยเกม Pokemon Let’s Go Pikachu และเกม Pokemon Let’s Go Eevee ถือว่าไม่ใช่ภาคหลักของซีรีส์ โปเกมอน แต่เป็นภาคที่นำ Pokemon yellow มาตีความและสร้างใหม่โดยมีการดัดแปลงหลายส่วนจนกลายเป็นเกมใหม่ไปเลย แต่ก็มีการนำรูปแบบของเกมบนสมาร์ทโฟนอย่าง Pokemon GO มาปรับใช้ทำให้มันถูกมองว่าเป็นเพียงมินิเกมหรือภาคเสริมที่ไม่น่าเล่น

กราฟิกในเกมดูดี ตีความกราฟิกของเกมโปเกมอนได้ถูกต้อง

ซึ่งสัมผัสแรกกราฟิกในเกมดูดีมาก แม้จะไม่ได้มีรายละเอียดอะไรมากมาย แต่ก็เป็นภาพที่แฟนๆ Pokemon คาดหวังได้ว่ามันจะเป็นโลกที่เราคุ้นเคยที่อยู่ในความละเอียดระดับ HD ที่สมบูรณ์มาก ตัวโปเกมอนน่ารักและเหมือนกับต้นฉบับ เมื่อต่อทีวียิ่งดูดีมากๆ สีสันในเกมก็สดใส แถมลื่นไหลไม่มีสะดุด(ต่อทีวี)

อย่างไรก็ตามในโหมดพกพาจะพบว่าจะมีอาการแฟรมเรตตก ภาพกระตุกอยู่บ้าง แต่ก็พอรับได้ ส่วนเพลงประกอบก็เหมือนยกเอาความคลาสสิกใส่เข้ามาแบบปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย มีเพลงธีมเด่นๆจำนวนมาก และมีคุณภาพสูงและติดหูเรียกว่าทั้งกราฟิกและเพลงประกอบล้วนทำให้เรามีอยู่กับเกมได้อย่างยาวนานโดยไม่ต้องใช้กราฟิกที่เน้นความสมจริงอะไรแค่นำความคลาสสิกมาตีความใหม่ให้เข้ากับรูปแบบการเล่นก็เพียงพอแล้ว

เกมเพลย์เดิมๆเพิ่มเติมระบบ Pokemon GO

อย่างที่รู้กันตั้งแต่เปิดตัวอย่างว่าเกม Pokemon Let’s Go Pikachu และ Pokemon Let’s Go Eevee จะเป็นการนำรูปแบบของเกมสมาร์ทโฟนที่สร้าง ปรากฏการณ์ทั่วโลก อย่าง Pokemon GO มาปรับใช้ทำให้มีเสียงบ่นตั้งแต่ยังไม่เปิดวางขายว่ามันจะไม่น่าเล่นหรือขาดความท้าทาย ซึ่งหลังจากได้ลองแล้ว รูปแบบของ Pokemon GO ในการจับตัวโปเกมอนด้วยการใช้ระบบจับการเคลื่อนไหวของ Joy-con ถือว่าไม่ได้ทำให้เกมขาดความท้าทาย

เพราะแม้ว่าเราจะไม่ได้ต่อสู้กับโปเกมอนป่าเหมือนกับภาคทั่วไปแล้ว แต่การจับมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะดูเหมือนว่าระบบการใช้ Joy-con แล้วทำท่าปาบอลไปจับ ถือว่าต้องมีการกะจังหวะให้ตรง ทำให้การจับไม่ง่าย ทำให้มีการจับพลาดบ่อยจนน่าหงุดหงิดและอาจจะทำให้บอลหมดอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าจับจังหวะได้และในเย็นๆก็จะจับได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตามในโหมดพกพาจะใช้ได้ง่ายดายกว่าเพราะไม่มีการใช้ระบบการปา แต่จะมีการใช้โมชั่นเพื่อเปลี่ยนมุมกล้องแทน

เกาะประเด็น:  รีวิว Realme C1 คุ้มแค่ไหนกับมือถือราคา 3,990 บาท?

ระบบ RPG เดิมๆยังคงอยู่

แม้จะเอาระบบของ Pokemon GO มาใช้ อย่างไรก็ตามรูปแบบของเกมหลักๆของภาคนี้ก็ยังคงเป็นรูปแบบเดิมๆที่ใช่งานระบบเทิร์นเบส RPG แบบใส่คำสั่งอยู่เช่นเดิม โดยที่เปลี่ยนไปคือการพบเจอตัวโปเกมอนป่า บนแผนที่เลยไม่ได้เจอแบบสุ่มเหมือนเดิมแล้ว ทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะเดินหนีได้ง่ายๆ ทำให้การเดินในฉากลื่นไหลมากขึ้น

และแม้จะใช้ระบบจับตัวโปเกมอนจาก Pokemon GO มาแต่ยังมีฉากที่เราต้องดวลกับเหล่าเทรนเนอร์แบบเดิมๆที่ใช้ระบบใส่คำสั่งเหมือนเดิม โดยทุกอย่างแทบจะถอดกันมาไม่ว่าจะเป็นการเล่นที่ผู้เล่นต้องคิดวางกลยุทธ์ในการเล่นที่ต้องคำนึงถึงการแพ้ทางของแต่ละตัวละคร และแน่นอนว่ามันไม่ได้ง่ายมากหรือปรับให้เป็นเกมสำหรับเด็กตามที่หลายคนคิด เหมือนกับว่ารูปแบบของเกมปรับบางส่วนให้เข้าถึงง่าย แต่บางส่วนก็ยังคงอยู่เหมือนกับต้นฉบับ

โดยตามชื่อภาคที่โปเกมอนหลักของเกมที่อยู่กับเราตลอดคือ Pikachu และ Eevee ที่ทั้งสองจะไม่สามาถเปลี่ยนร่างได้ แต่จะมีการเปลี่ยนทรงผม หรือเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ และยังมีโหมดที่เหมือนกับเราได้เล่นกับตัวละครผ่านการใช้ Joy-con และยังมีการให้ผลไม้กินด้วย นอกจากนี้เรายังใช้ความสามารถพิเศษในการเปิดทางของโปเกมอน เช่นการตัดต้นไม้ และใช้ท่าทำให้เกิดแสงสว่าง รวมทั้งยังมีการขี่ตัวโปเกมอนมาให้ใช้งานด้วย

ย้อนยุคให้แฟนๆคิดถึง

แน่นอนว่าฉากของเกมจะเกิดในเขตคันโต ที่เป็นภาคคลาสสิกของซีรีส์ Pokemon และนอกจากฉากหลังแล้วยังมีเหล่า ตัวละครคลาสสิกของซีรีส์ Pokemon กลับมากันครบไม่ว่าจะเป็นตัวละครเสริมหรือหลัก แม้แต่ทีม ร็อกเกตก็กลับมา เรียกว่าแฟนเก่าแก่ของซีรีส์โปเกมอนรับประกันว่าต้องสมหวังแน่นอน

เกมแบ่งออกเป็นส่วนแบบที่เข้าใจง่ายแม้ว่าจะดูเชยเพราะฉากไม่ได้กว่าแต่ก็มีอะไรให้ทำมากมาย มีระบบยิมรอท่าดวลกับเราในทุกเมืองและมีการนำรูปแบบเก่ามาใช้และมีความท้าทายพอสมควรไม่ได้ปรับให้ง่ายเกินไปเหมือนกับรูปแบบเกม ตามที่หลายคนคิดไว้ถือว่าเป็นการครบกันครึ่งทางเพราะไม่ได้ซับซ้อนมากแต่ก็ไม่ได้ง่ายจนเกินไป

ส่วนระบบใหม่ของเกมที่นำมาจาะเกม Pokemon GO ด้วยระบบแคนดี้และค่า CP แบบ Pokemon GO ที่เราต้องเอาตัว โปเกมอนที่เราจับได้ไปแลกเป็น แคนดี้ออกมาเพื่ออัพเกรดค่าพลังของตัวละครแน่นอนว่าจะมีแคนดี้หายากที่ได้จากตัว Pokemon เทพๆแล้วยังมีอีกหลายไอเทมรอให้เราไปค้นหาอีกเพียบ แม้จะเป็นรูปแบบที่เอามาจากเกมบนสมาร์ทโฟนแต่ส่วนตัวแล้วถือว่าสอบผ่านและเป็นแรงจูงใจให้เราออกไปไล่จับตัว Pokemon เพิ่ม

นอกจากนี้มีระบบแลกเปลี่ยนตัว Pokemon ผ่านระบบออนไลน์ และออฟไลน์ รวมทั้งมีการต่อสู้ท้าดวลกันเหมือนกับภาคหลักด้วย แต่มันถูกลดรายละเอียดลง แต่ก็ถือว่ายังคงสร้างความสนุกได้เหมือนเดิม และที่ยอดเยี่ยมและเป็นของใหม่คือโหมด Co-op เล่นกับเพื่อนสองคนพร้อมกันได้ ที่นอกจากจะไปโผล่ในฉากแล้วยังร่วมมือกันจับตัว Pokemon โดยใช้ Joy-con คนละข้างได้ ตามรูปแบบของเกมนินเทนโดที่เน้นการเล่นสนุกร่วมกันมากกว่า ปิดท้ายกับระบบที่เปิดโอกาสให้เรา เชื่อมต่อกับเกม Pokemon GO เพื่อโอนถ่ายตัว Pokemon มาใช้งานได้ เรียกว่าเป็นการผูกมิตรกับเกมมือถือที่เป็นไอเดียชั้นดีที่หลายค่ายเกมอาจจะมองข้ามไป