บัตรแมงมุมมาแล้ว!! จ่ายค่ารถเมล์, เรือเมล์, BTS, MRT, 7-eleven, ทางด่วน นำไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสด

สังคมไร้เงินสด จะเกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย หรือไม่?

หลังจากที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง โครงการบัตรแมงมุมในรายการคืนความสุขฯ วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ได้ระบุว่าจะสามารถเริ่มใช้บัตรแมงมุมจ่ายค่ารถเมล์ ได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ และอีกหน่อยจะใช้ร่วมกับรถไฟฟ้าทั้ง 4 สายในปัจจุบันและอนาคต โดยบัตรแมงมุมนี้เป็นหนึ่งในโครงการเพื่อนำประไทยเข้าสู่ สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) อย่างเต็มรูปแบบ

ล่าสุด สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. กระทรวงคมนาคม ได้จัดงานเปิดตัวบัตรแมงมุม อย่างเป็นทางการแล้ว โดย สนข. ระบุว่า บัตรแมงมุม สามารถใช้เดินทางทุกขนส่งมวลชน ไม่เสียเวลาแลกเหรียญหรือแลกตั๋วโดยสาร ไม่ต้องกลัวตั๋วหายแล้ว บัตรแมงมุมจะมีส่วนลดค่าโดยสารให้ด้วย โดยในอนาคตจะลดค่าแรกเข้าระบบ เช่น จากรถไฟฟ้าบีทีเอสต่อรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางซื่อ) หรือรถไฟฟ้าสีม่วง (บางใหญ่-คลองบางไผ่) ซึ่งเป็นคนละสายหรือเป็นคนละระบบกัน ก็จะยกเว้นค่าแรกเข้าให้ รวมถึงการแตะจ่ายค่าทางด่วนก็จะสามารถทำได้เช่นกัน

บัตรแมงมุม มีทั้งหมด 3 ประเภท คือบัตรบุคคลทั่วไปสีน้ำเงิน บัตรนักเรียน/นักศึกษาสีเทา และบัตรผู้สูงอายุสีทอง เพื่อแยกส่วนลดของแต่ละวัย มีค่ามัดจำและธรรมเนียมประมาณ 150 บาท แต่ในช่วงแรก สนข. กำลังพิจารณาลดค่ามัดจำเหลือ 50 บาท หรือยกเว้นให้เลย ในหลักการสามารถเติมเงินในบัตรได้สูงสุด 10,000 บาท กรณีบัตรหายสามารถขออายัดวงเงินได้

ในขณะนี้ สนข. ได้จัดเตรียมบัตรแมงมุมล็อตแรกไว้แล้ว 2 แสนใบ อยู่ระหว่างเซ็นระบบข้อมูล เตรียมแจกประชาชน(ที่ลงทะเบียนคนจนเอาไว้)ทดลองใช้ฟรีปลายปีนี้ เริ่มต้นที่ ขสมก. ซึ่งกำลังติดตั้งระบบตั๋วอัตโนมัติ(E-Ticket) ในรถร้อน 800 คัน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

สนข. มีแผนเปิดจำหน่ายบัตรแมงมุมตามจุดต่างๆ เช่น สถานีรถไฟฟ้า ป้ายรถเมล์ ร้านสะดวกซื้อ เพื่อให้เข้าถึงได้ง่าย การใช้งานบัตรแมงมุมระยะแรก คือปลายปีนี้กับรถเมล์ ขสมก.ที่ติดตั้งอีทิคเก็ตแล้วเสร็จ 800 คัน และจะเพิ่มเป็น 2,600 คัน รวมถึงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-คลองบางไผ่ ในเดือน มีนาคม 2561 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางซื่อและรถไฟฟ้าสายสีเขียวหรือบีทีเอสประมาณเดือน มิถุนายน-กรกฎาคม 2561

จากนั้นจะเริ่มพัฒนาในระยะที่ 2 ให้ใช้งานได้ราวปี 2562 กับทางด่วนและมอเตอร์เวย์ เรือด่วนเจ้าพระยา และเรือคลองแสนแสบ ส่วนรถไฟมีระบบการซื้อตั๋วแตกต่างกับขนส่งประเภทอื่น ๆ จึงรอการพัฒนาต่อไป นอกจากนี้ยังเจรจากับผู้ประกอบการนอกภาคขนส่งด้วย เช่น เครือซีพีผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ 7-eleven เดอะมอลล์ เครือเซ็นทรัลและธนาคารต่าง ๆ ให้เข้าร่วมโครงการในหลายรูป

ที่มา:

  1. http://www.banmuang.co.th/news/economy/89633
  2. https://www.dailynews.co.th/article/596181


แสดงความคิดเห็น