เทียบสเป็กกำลังเปรียบเทียบ...

รีวิว Nubia Z11 ที่สุดของสมาร์ทโฟนตัวแรงเกินคุ้มส่งท้ายปี

คุณกำลังอ่าน
รีวิว Nubia Z11 ที่สุดของสมาร์ทโฟนตัวแรงเกินคุ้มส่งท้ายปี


ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

Nubia Z11

ระบบปฏิบัติการ

Android 6.0 With Nubia UI

ราคาเปิดตัว

14,990 บาท

ขนาดหน้าจอ

5.5 นิ้ว Bezel-less design

ความละเอียด

FullHD 1080p

การเชื่อมต่อ

3G/4G VoLTE
USB Type-C

กล้อง หลัก/รอง

16 ล้านพิกเซล f2.0 BSI
8 ล้านพิกเซล f2.4 BSI

หน่วยประมวลผล

Qualcomm Snapdragon 820 2.15 GHz

หน่วยความจำภายใน

64GB

แรม

4GB

แบตเตอรี่

3,000 mAh

ข้อดี:

เด่นทั้งในเรื่องราคา ตัวเครื่อง สเปค ฟังก์ชั่นการใช้งาน ครบหมดทุกอย่างตามที่เครื่องระดับสูงควรมี แต่ราคาไทยประกาศออกมาเพียงเท่านี้ เป็นเครื่องที่แนะนำในตอนนี้ ยอดเยี่ยมครับ

ข้อเสีย:

Nubia อาจจะเป็นแบรนด์ใหม่ ไม่คุ้นชื่อสำหรับบางคนที่เพิ่งรู้จัก

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
90%
75%
วัสดุและงานประกอบ
87%
76%
ประสิทธิภาพ
85%
80%
ความคุ้มค่าต่อราคา
95%
83%
บทสรุป:

ถ้าใครอยากได้เครื่องประสิทธิภาพสูงจากสเปคระดับสูง ในราคาแค่หมื่นกลางๆ ตอนนี้ก็คงเป็น Nubia Z11 นี้แหละครับ เพราะตัวนี้ไม่ได้มาแค่เรื่องของสเปคตัวเลข แต่มาพร้อมกับนวัตกรรมหน้าจอแบบไร้ขอบ และการออกแบบตัวเครื่องที่หล่อได้ใจ รวมถึงมีฟังชั่นการใช้งานภายในแบบที่หาไม่ได้จากสมาร์ทโฟนตัวอื่นหลายอย่าง คุ้มค่ามากๆ กับราคาที่ประกาศออกมา 14,990 บาท

89%
คะแนนจากเรา
79%
คะแนนจากสมาชิก
53คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

สวัสดีครับผม บอกก่อนเลยว่าสำหรับรีวิว Nubia Z11 ตัวนี้ รีวิวง่ายเลยครับ สรุปสั้นๆ ได้ใจความตั้งแต่บรรทัดแรก ถ้าอยากได้เครื่องสเปคแรง(มาก) มีฟังก์ชั่นพิเศษเฉพาะตัว มีนวัตกรรมหน้าจอแบบไร้ขอบ ในราคาที่คุ้มที่สุดในตอนนี้  “Nubia Z11”

ก่อนอื่นๆ สำหรับแบรนด์ Nubia คนไทยหลายคนอาจจะยังไม่คุ้นชื่อ โลโก้ยังไม่ค่อยคุ้นตากันมากนัก เป็นแบรนด์ใหม่ในไทยแต่เป็นแบรนด์ใหญ่ในระดับโลกครับ สร้างชื่อมาจากการเปิดจำหน่ายไปทั่วโลกทั้งในจีน อเมริกา และยุโรป ก็เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ มีจุดเด่นในเรื่องของนวัตกรรมใหม่ภายใต้แนวคิดคนรุ่นใหม่ ขยายฐานมาถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทาง Nubia เลือกประเทศไทยเราเป็นอันดับแรกครับ

Nubia Z11 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงตัวล่าสุด ที่มีประสิทธิภาพสูงจากสเปคภายในที่เทียบเท่ากับแบรนด์ใหญ่อื่นๆ แต่ส่วนใหญ่สเปคระดับนี่ขายกันในราคาสองหมื่นกว่าบาทขึ้นไป แต่ Nubia Z11 ประกาศราคาในไทยเพียงแค่ 14,990 บาทเท่านั้น นี่คือความน่าสนใจแรกของมัน

Nubia Z11 ใช้หน่วยประมวลผลตัวแรงรุ่นสากลนิยม Snapdragon 820 หน่วยความจำ 64GB ราคา 14,990 บาทสำหรับรุ่นแรมขนาด 4GB และมีรุ่นพิเศษที่สะใจขึ้นไปอีกคือรุ่นที่มีแรมขนาด 6GB ขายกันที่ 15,990 บาทเท่านั้น

จะเห็นว่าเมื่อดูจากราคาเทียบกับสเปคเครื่องที่ได้ ชนะเลิศไปเลยในด้านความคุ้ม แต่ Nubia Z11 ไม่ได้มีแค่นั้นนะสิครับ ความน่าสนใจของมันยังไม่หมด เพราะในเรื่องของตัวเครื่องภายนอกมันก็สุดยอดไม่แพ้กัน

Nubia Z11 โชว์นวัตกรรมการดีไซน์ในแบบ Bezel-less หน้าจอแสดงผลในแบบที่ไร้ขอบจอครับ หน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้วของมันใช้พื้นที่ด้านหน้าจากซ้ายจรดขวาเต็มพื้นที่ ไม่เหลือขอบข้างให้เครื่องกว้างโดยเสียเปล่า มันจึงดูเป็นเครื่องหน้าจอ 5.5 นิ้วที่ขนาดเล็กมากถือใช้งานมือเดียวได้สบายเลยครับ ดูสวยงามและแปลกตามากทีเดียว โดยหน้าจอที่ไร้ขอบนี้ Nubia ไม่ได้ทำมาไว้ให้เพื่อประโยชน์ด้านความสวยงามเท่านั้น แต่มันยังมีฟังก์ชั่นที่สอดรับการใช้งานได้อย่างลงตัวกัน ซึ่งผมจะอธิบายต่อในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานในส่วนรีวิวเรื่องการทำงานด้านล่างต่อไป

ไฟสัญลักษณ์วงกลมสีแดงใต้จอภาพ เป็นทั้งจุดโฟกัสในด้านการออกแบบและใช้ทำหน้าที่เป็นปุ่มโฮมและไฟแจ้งสถานะไปด้วยในตัว แสงไฟจะกระพริบได้ช้าๆ หรี่ลงและสว่างขึ้นเหมือนลมหายใจ สามารถตั้งค่าความสว่างของไฟปุ่มดังกล่าวได้ด้วยอีกต่างหาก มีปุ่มย้อนกลับและปุ่มเมนูอยู่ด้านซ้ายและขวา สามารถปรับตั้งค่าสลับตำแหน่งกันได้ตามถนัดครับ

โดยรวมแล้วในเรื่องของตัวเครื่องภายนอกนั้นมีนวัตกรรม เน้นออกแบบมาให้เรียบ ง่าย และดูทันสมัยครับ เครื่องเล็กใช้งานมือเดียวได้เพราะไร้ขอบจอ วัสดุการประกอบแข็งแรงแน่นหนาเป็นโลหะ Unibody ด้านหลังมีโลโก้สัญลักษณ์ของ Nobia มีที่สแกนลายนิ้วมือซึ่งสามารถใช้ปลดล็อกเครื่องได้โดยไม่ต้องกดปุ่มเครื่องก่อน แค่แตะนิ้วก็พร้อมใช้งานได้ทันที

ตำแหน่งกล้องถ่ายภาพด้านหลังที่กระจกเลนส์ใช้กระจกแซฟไฟน์ เกิดรอยขึ้นได้ยาก และขอบเลนส์ไม่ยื่นนูนออกมาเกินตัวเครื่องให้เกะกะครับ

มาพร้อมพอร์ต USB Type-C พร้อมอุปกรณ์แปลงพอร์ตแถมมาให้ภายในกล่อง (หูฟังแถมสวยมาก)

การใช้งานภายใ

Nubia Z11 เป็นเครื่องที่อยู่ในระดับประสิทธิภาพสูงสุดของสมาร์ทโฟนระบบ Android แล้วครับ สเปคระดับนี้ถ้าเป็นเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ผมอาจจะบอกว่าเกินจะพอเพราะแรงระดับนี้ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร แต่สำหรับ Nubia แล้วผมบอกเลยว่า ความแรงของเครื่องนั้น สามารถนำมาใช้ให้มีประโยชน์ได้สูงสุดครับ

เพราะ Nubia Z11 มาพร้อมกับ Nubia UI 4.0 ส่วนติดต่อผู้ใช้ที่ออกแบบมาอย่างพิเศษกว่าใครด้วยระบบการแบ่งหน้าจอการทำงานได้เป็นสองจอ มันไม่เหมือนกับระบบมัลติวินโดที่เราคุ้นชิน แต่การทำงานของมันเกือบๆ จะเหมือนว่าแบ่งตัวเองออกเป็นสมาร์ทโฟนสองเครื่องนั้นเองครับ

มันจะทำให้เราสามารภใช้งานในแบบที่คุณทำไม่ได้บนเครือ่ง Android อื่นๆ เช่นการเปิดแอพพลิเคชั่นแบบเต็มหน้าจอสองแอพพร้อมกัน เช่นถ้าคุณเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน คุณอาจจะเปิดแผนที่นำทางไปได้พร้อมๆ กับการเล่นเกมไปด้วย มันยอดเยี่ยมเลยละครับ ไม่จำเป็นต้องเปิดสลับแอพไปมา

ซึ่งความสามารถแบ่งหน้าจอใช้งานที่ว่า มันสามารถใช้ได้กับทุกๆ แอพพลิเคชั่นเลยนะครับ และที่สำคัญในบางแอพพลิเคชั่นเช่นแอพ Facebook ตัวเครื่องจะมีระบบโคลนนิ่งแอพสร้างตัวแอพอันที่สองขึ้นมาให้เราสามารถล็อกอิน Facebook สองแอคเคาท์ได้พร้อมกันในเครื่องเดียว แล้วถ้านำไปใช้กับระบบสองหน้าของมันอีกด้วยละก็ เราก็จะกลายเป็นสองคนในร่างเดียวได้อย่างสมบูรณ์เลย ^^

เกาะประเด็น  รีวิว Samsung Galaxy A7 (2017) และ A5 (2017) ครบ พอดิบพอดี กันน้ำ พร้อมการเล่น Line และ Facebook ได้สองไอดี

ไม่ต้องห่วงเรื่องความลื่นไหล ขนาดทดสอบเล่นเกมสองเกมพร้อมกัน ยังเล่นสบายๆ สามารถปรับขนาดหน้าจอระหว่างสองจอให้เหมาะสมได้อิสระครับ สามารถใช้งานสองจอได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ฉะนั้นเรื่องประสิทธิภาพการทำงานของ Nubia Z11 นอกจากจะแรงแล้ว ยังเรียกว่าคุ้มในการใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์อีกด้วยครับ

ความพิเศษของเจ้าเครื่องแรงราคาคุ้มตัวนี้มันก็ยังไม่หมดอยู่ดีครับ มาดูในเรื่องของการออกแบบหน้าจอไร้ขอบที่ผมพูดถึงไปข้างต้นมันไม่ได้มีมาเพื่อความสวยงามและลดขนาดตัวเครื่องให้กับเราได้เท่านั้น แต่มันเกี่ยวข้องกับฟังชั่นตัวหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อกันและกันอีกด้วย หน้าจอที่ชิดขอบของ Nubia Z11 มาพร้อมกับฟังชั่นการใช้งานที่ทาง Nubia เรียกว่า FiT (Frame Interactive Technology) “การสั่งงานเครื่องจากขอบจอ”

บริเวณขอบจอของเครื่อง Nubia Z11 จะเป็นบริเวณพื้นที่พิเศษที่เราสามารถใช้ควบคุมการทำงานที่สำคัญของเครื่องได้ เช่นการใช้นิ้วสไลด์ขอบจอขึ้นหรอลง เป็นการสลับแอพพลิเคชั่นก่อนหน้ามาใช้ได้ทันที หรือจะตั้งให้เป็นการเปิดแอพพลิเคชั่นที่ต้องการก็ได้ เช่นการสไลด์นิ้วขึ้นจากขอบจอจะเป็นการเรียกใช้กล้องถ่ายภาพเป็นต้น ซึ่งทำออกมาได้สวยงามครับ พอสไลด์นิ้วไปตามขอบ ก็เหมือนเปิดหน้ากระดาษถัดไปขึ้นมาใช้งานเลย

การใช้สองนิ้วสไลด์ขอบจอสองข้างขึ้นลงเพื่อหรี่หรือเพิ่มแสงไฟได้ และยังมีฟังชั่นอีกมากมายเกียวกับการสั่งงานผ่านขอบจอบนเครื่อง Nubia Z11 ตัวนี้ครับ

ตัวเครื่อง Nubia Z11 รองรับการใช้งานแบบสองซิมการ์ดครับ และรองรับเทคโนโลยี VoLTE ด้วย มีเสาอากาศรับสัญญาณ Wi-FI แบบคู่ ซึ่งเราสามารถเลือกแบบปิดได้เพื่อการประหยัดแบตเตอรี่หรือจะเปิดใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของการรับสัญญาณ WiFi ครับ

มีฟังชั่นการจับภาพหน้าจอแบบ “ซูเปอร์” สำหรับคนที่ต้องการจับภาพหน้าจอของเครื่องเพื่อต้องนำไปใช้ทำอะไรสักอย่าง น่าจะถูกใจระบบนี่ของทาง Nubai Z11 ที่ใส่เข้ามาให้ครับ เพราะมันจับภาพได้หลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบปกติ แบบวงกลม หรือแบบฟรีสไตล์ที่เราเลือกตัดภาพบางส่วนของหน้าจออกมาใช้งานได้

มีความสามารถในการบันทึกหน้าจอเป็นไฟล์วีดีโอได้ จะเอาไว้ส่งแชร์การใช้งานให้เพื่อน หรือจะเอาไปไว้ใช้แคสเกมที่เล่นก็ยังได้ครับ ^^

มีการจับภาพแบบยาวเกินหน้าจอแสดงผล เช่นหน้าเว็บไซด์ที่มีความยา่วเกินหน้าจอออกมาก็สามารถกดบันทึกได้ทั้งหน้าเพจครับ

ซึ่งระบบการจับภาพแบบ “ซูเปอร์” ตัวนี้ มีการออกแบบให้เรียกขึ้นมาใช้งานได้หลายวิธีครับ โดยการกดปุ่มพาวเวอร์+ปุ่มลดเสียงค้างไว้ หรือจะใช้นิ่วทัชค้างที่ตำแหน่างสแกนนิ้วด้านหลังเครื่องค้างไว้ก็ได้เช่นกัน

ระบบการสแกนลายนิ้วมือของ Nubia Z11  นอกจากสามารถนำมาใช้ปลดล็อคเครื่องเข้าใช้งานได้แล้ว ยังนำมาใช้ในการล็อคแอพพลิเคชั่นป้องกันไม่ให้คนนอกเข้าใช้ได้ด้วยนะครับ เราสามารถตั้งค่าได้ว่า แอพใดบ้างที่เราต้องการให้เกิดความเป็นส่วนตัวสูง จะเข้าใช้งานได้ต้องใส่รหัสซะก่อนหรือสแกนลายนิ้วมือที่ถูกต้อง

จะเห็นว่าประสิทธิภาพของเครื่อง Nubia Z11 ไม่ได้มีแค่เรื่องของสเปคที่ใส่เข้ามาให้แบบไร้ความคิด แต่มีการออกแบบฟังชั่นการใช้งานที่เรียกเอาประสิทธิภาพ และการออกแบบตัวเครื่อง มาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้เอาไว้ด้วย หลายคุณสมบัติที่เราหาไม่ได้จากเครื่องสมาร์ทโฟนอื่นๆ ครับ

เป็นเครื่องที่มีอินฟาเรดมาให้ด้วยนะครับ อยู่ขอบด้านบนตัวเครื่อง เปลี่ยนมือถือให้กลายเป็นรีโมทเครื่องใช้ไฟฟ้าครอบจักรวาลได้ด้วยแอพพลิเคชั่นที่เขาใส่เข้ามาให้ภายใน

ผลทดสอบต่างๆ

การจับสัญญาณ GPS แม่นยำ จับตำแหน่งได้รวดเร็วแม้ไม่ได้เปิดอินเตอร์เน็ตช่วยครับ

แบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh สามารถอยู่กับเราได้ข้ามวันครับถ้าใช้งานในแบบปกติทั่วไป ผมทดสอบใช้งานหนักๅ เล่นเกมดูหนัง จะอยู่ได้เช้าถึงเย็นประมาณ 7 ชั่วโมงครับ ถือว่าอึดใช้ได้กับเครื่องขนาดเท่านี้ สามารถชาร์จพลังงานกลับเข้าเครื่องได้ไวเพราะตัวเครื่องรองรับ Nubia Quick Charge 3.0

กล้องถ่ายภาพ

คุณภาพกล้องของ Nubia Z11 อยู่ในระดับสมราคาครับ สามารถถ่ายวีดีโอความละเอียดระดับ 4K ได้ มีโหมดถ่ายวีดีแบบสโลว์โมชั่น และมีโหมดการถ่ายภาพนิ่งที่เยอะสุดๆ ครับ ทั้งแบบอัตโนมัติและแบบมือโปร มีโหมดการถ่ายภาพแสงดาว โหมดมาโคร โหมดบิวตี้ เรียกว่าฟังชั่นกล้องที่ให้มาใช้งานกันสนุกเลยละครับ สำหรับคนทั่วไปแค่หยิบขึ้นมาถ่ายก็ได้ภาพที่สวยได้ง่ายครับ เพราะว่าจับโฟกัสได้ไว และปรับโทนสี ปรับแสงได้ฉลาดพอตัวเลย

สามารถแยกจุดวัดแสงกับจุดโฟกัสออกจากกันได้แบบอิสระครับ ด้วยการทัชค้างลงไปบนจุดโฟกัสแล้วลากนิ้วแยกจุดวัดแสงออกมา

มี Peaking Focus ให้ใช้งานในการถ่ายภาพระยะใกล้ (โหมดมาโคร) จะเป็นการบอกตำแหน่งบนวัตถุที่กล้องระยะใกล้โฟกัสได้ด้วยสัญลักษณ์สี ทำให้ดูง่ายขึ้นครับ ว่าจุดใดจะชัดเป็นโฟกัสหลักของภาพ ซึ่งระยะโฟกัสใกล้สุดก็ประมาณ 4 เซนติเมตรจากวัตถุครับ

ตัวอย่างภาพถ่าย

ภาพถ่ายระยะใกล้ (โหมดมาโคร)

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า ก็เป็นกล้องหน้าที่ดีครับ มีโหมดบิวตี้หน้าใส และการตรวจจับรอยยิ้ม ^^ ถ่ายภาพให้เราโดยอัตโนมัติเมื่อจับโฟกัสใบหน้าได้ในภาพ

เกาะประเด็น  รีวิว Lenovo P2 ตัวแรง หน้าจอ 5.5นิ้ว บนแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่อยู่ได้นานถึง 3 วัน

สรุปท้ายรีวิว

ถ้าใครอยากได้เครื่องประสิทธิภาพสูงจากสเปคระดับสูง ในราคาแค่หมื่นกลางๆ ในตอนนี้ก็ต้องตัวนี้เท่านั้นครับ Nubia Z11 เพราะมันไม่ได้มาแค่เรื่องของสเปคตัวเลข แต่มาพร้อมกับนวัตกรรมการผลิตหน้าจอไร้ขอบ และการออกแบบตัวเครื่องที่หล่อได้ใจ รวมถึงมีฟังชั่นการใช้งานภายในแบบที่หาไม่ได้จากสมาร์ทโฟนตัวอื่นหลายอย่าง

เด่นทั้งในเรื่องราคา ตัวเครื่อง สเปค ฟังก์ชั่นการใช้งาน ครบหมดทุกอย่างตามที่เครื่องระดับสูงควรมี แต่ราคาไทยประกาศออกมาเพียงเท่านี้ เป็นเครื่องที่แนะนำกันอย่างเต็มใจในช่วงรับปีใหม่ 2017 นี้เลย ยอดเยี่ยมครับ