AI โต ทำไมแรมถึงแพง? เปิดเบื้องหลังตลาด RAM ที่เปลี่ยนไปเพราะ AI
กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้ส่งผลแค่กับการพัฒนาแชตบอตหรือการสร้างภาพเท่านั้น แต่ยังกำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก โดยเฉพาะ “หน่วยความจำ (RAM)” ที่กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญที่สุดสำหรับการประมวลผล AI ส่งผลให้ราคาแรมในตลาดเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา และเริ่มส่งผลต่อราคาขายของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน
สาเหตุสำคัญไม่ได้มาจากความต้องการของผู้ใช้ทั่วไปที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั่วโลกกำลังเร่งสร้างศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center) เพื่อรองรับการใช้บริการ AI ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก พวกเขาจำเป็นต้องซื้อหน่วยความจำจำนวนมหาศาล จนกำลังการผลิตของโรงงานหลายแห่งถูกจัดสรรกำลังผลิตไปให้ตลาด AI พวกนั้นมากขึ้น เลยส่งผลให้หน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์ทั่วไปมีอุปทานตึงตัว และเริ่มปรับราคาสูงขึ้นตามกลไกตลาดนั้นเอง
ในบทความนี้
AI ใช้ RAM มากกว่าที่หลายคนคิด และใช้ RAM คนละประเภทกับสินค้าทั่วไป
เวลาที่ AI อย่าง ChatGPT หรือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ทำงาน สิ่งที่สำคัญในการให้บริการได้อย่างรวดเร็วนั้น ไม่ได้มีเพียง GPU ที่ทรงพลัง แต่ต้องใช้หน่วยความจำความเร็วสูงจำนวนมหาศาลเพื่อส่งผ่านข้อมูลระหว่างการประมวลผล
การฝึก AI หนึ่งโมเดลอาจต้องใช้ GPU หลายพันตัวทำงานพร้อมกัน และ GPU แต่ละตัวก็ต้องมีหน่วยความจำความเร็วสูงติดตั้งอยู่จำนวนมากด้วยเช่นกัน ยิ่งโมเดลมีขนาดใหญ่ ความต้องการหน่วยความจำก็ยิ่งเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
“HBM จึงมาเป็นพระเอกตัวจริงของยุค AI”
HBM ก็คือหน่วยความจำ (RAM) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด AI โดยชื่อว่า HBM ก็ย่อมาจาก High Bandwidth Memory ซึ่งแตกต่างจาก RAM ทั่วไปอย่าง DDR4 หรือ DDR5 ที่เราใช้กันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และสมาร์ทโฟน ในทุกวันนี้
HBM มีจุดเด่นคือ
- ส่งข้อมูลได้เร็วมาก
- ใช้พลังงานต่ำกว่าเมื่อเทียบกับปริมาณข้อมูลที่ส่ง
- ติดตั้งไว้ใกล้กับชิป GPU ทำให้ลดความหน่วงในการรับส่งข้อมูล
GPU สำหรับ AI อย่าง NVIDIA หรือ AMD รุ่นระดับศูนย์ข้อมูล ล้วนต้องพึ่งพา HBM จำนวนมาก ทำให้ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่หันไปทุ่มกำลังผลิตให้ตลาดนี้ เพราะมันมีมูลค่าสูงกว่าตลาด DDR4 หรือ DDR5 สำหรับผู้บริโภคหลายเท่าหลายเท่านั้นเอง
ทำไม RAM ทั่วไปถึงแพงตามไปด้วย
หลายคนอาจสงสัยว่า เมื่อ AI ใช้ HBM แล้วเหตุใด DDR5 หรือ LPDDR5X จึงมีราคาแพงขึ้นด้วย
คำตอบคือ โรงงานผลิตชิปหน่วยความจำมีทรัพยากรจำกัด ทั้งเครื่องจักร บุคลากร และกำลังการผลิต
เมื่อผู้ผลิตอย่าง Samsung, SK hynix และ Micron เห็นว่าตลาด AI มีผลกำไรมากกว่า จึงเลือกจัดสรรสายการผลิตไปผลิต HBM มากขึ้น ส่งผลให้กำลังการผลิต DDR5 และหน่วยความจำสำหรับคอมพิวเตอร์ทั่วไปลดลง
เมื่ออุปทานลดลง แต่ความต้องการยังคงตึงตัวอยู่ ราคาจึงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
คอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน ก็ต้องการแรมมากขึ้นเช่นกัน แต่กำลังได้รับผลกระทบ
สมาร์ทโฟนเรือธงในปีที่ผ่านๆ มา เริ่มติดตั้ง RAM ขนาดความจุ 12GB, 16GB หรือแม้แต่ 24GB มากขึ้น ก็เพื่อรองรับฟีเจอร์ใหม่และระบบ AI บนตัวเครื่อง นั่นหมายความว่าผู้ผลิตมือถือเองก็ต้องการหน่วยความจำจำนวนมากด้วยเช่นกัน ส่งผลให้การแข่งขันแย่งชิงชิปหน่วยความจำยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป หากกำลังวางแผนอัปเกรดคอมพิวเตอร์หรือซื้อสมาร์ตโฟนใหม่ในช่วงนี้ ต้นทุนราคา RAM ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะผู้ผลิตอุปกรณ์ไม่ต้องการจะขายสินค้าของตัวเองให่้แพงเกินจำเป็น แต่ถูกกดดันด้วยต้นทุนส่วนประกอบที่สำคัญทำให้ต้องขึ้นราคาสินค้า หรือไม่ ก็ใช้วิธีลดสเปกในส่วนหนึ่งส่วนใดลง เพื่อควบคุมราคาจำหน่ายให้ใกล้เคียงเดิม
ฉะนั้นหากพบว่าราคาสินค้าที่ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม การซื้อไว้ก่อนในตอนนี้อาจคุ้มค่ากว่าการรอ เพราะตลาดหน่วยความจำมักปรับราคาเป็นรอบ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในแนวโน้มว่าราคาจะขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอีกสักระยะ
อย่างไรก็ตาม ราคา RAM ไม่ได้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา หากกำลังการผลิตใหม่เริ่มเดินเครื่อง หรือความต้องการ AI ชะลอลง ราคาก็สามารถปรับลดลงได้เช่นกัน
อนาคต RAM จะยิ่งแพงขึ้นอีกหรือไม่
นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่า ความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI จะยังเติบโตต่อเนื่องอีกหลายปี เพราะบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกยังคงลงทุนในศูนย์ข้อมูล AI อย่างมหาศาล
ผู้ผลิตหน่วยความจำจึงยังมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับ HBM มากกว่าตลาดผู้บริโภค ส่งผลให้ราคา DDR5 และ LPDDR5X มีโอกาสผันผวนตามสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการขยายโรงงานและกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ตลาดก็อาจกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้นในอนาคต
บทสรุป
การที่ RAM มีราคาแพงขึ้นไม่ได้เกิดจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนซื้อแรมมากขึ้น แต่เป็นผลจากการเติบโตของ AI ที่ต้องใช้หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงในปริมาณมหาศาล ผู้ผลิตจึงหันไปให้ความสำคัญกับตลาดที่มีมูลค่าสูงกว่า ส่งผลให้หน่วยความจำสำหรับผู้บริโภคมีอุปทานลดลง และเกิดแรงกดดันด้านราคาสะท้อนกลับมานั้นเอง









