บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด สานต่อแนวคิด “Cinema is Coming Home” ด้วยการเปิดตัวไลน์อัปทีวี BRAVIA และชุดเครื่องเสียง BRAVIA Theatre รุ่นใหม่ นำโดย BRAVIA 9 II ทีวีเรือธงรุ่นล่าสุด และ BRAVIA 7 II ซึ่งเป็นทีวี BRAVIA รุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี True RGB รวมถึง BRAVIA 3 II ทีวีระดับกลางที่มีตัวเลือกหน้าจอขนาดใหญ่สูงสุด 100 นิ้ว ควบคู่กับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม BRAVIA Theatre ได้แก่ BRAVIA Theatre Trio ระบบเสียงโฮมเธียเตอร์เจเนอเรชันใหม่ พร้อมด้วยซาวด์บาร์ BRAVIA Theatre Bar 7 และ BRAVIA Theatre Bar 5 รวมถึงลำโพงเสริม ได้แก่ ซับวูฟเฟอร์ BRAVIA Theatre Sub 9 และ BRAVIA Theatre Sub 8 และลำโพงคู่หลัง BRAVIA Theatre Rear 9 มอบทางเลือกที่ครอบคลุมสำหรับการสร้างประสบการณ์ความบันเทิงระดับโรงภาพยนตร์ภายในบ้าน พร้อมถ่ายทอดทั้งภาพและเสียงได้ตรงตามเจตนารมณ์ของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์
ไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้คือ BRAVIA 9 II และ BRAVIA 7 II ที่มาพร้อมเทคโนโลยี True RGB ซึ่งใช้หลอดไฟ LED 3 สี ได้แก่ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน (RGB) ทำงานร่วมกับ RGB Backlight Master Drive Pro นวัตกรรมเฉพาะของโซนี่ที่ช่วยควบคุมหลอดไฟ RGB แต่ละดวงให้ทำงานได้อย่างอิสระ ทั้งในด้านการแสดงสีและระดับความสว่าง ทำให้ทีวี True RGB ของโซนี่แตกต่างจากทีวี RGB ทั่วไปในท้องตลาด ด้วยการถ่ายทอดภาพที่สวยสมจริงและเป็นธรรมชาติในทุกฉากและทุกมุมมอง ให้คุณภาพของภาพเทียบเคียงกับ Mastering Monitor ที่ใช้เป็นจออ้างอิง (Reference Monitor) ในกระบวนการผลิตภาพยนตร์ พร้อมถ่ายทอดสีสันได้อย่างแม่นยำ และมอบขอบเขตสี (Colour Volume) ที่กว้างที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีวีโซนี่ ช่วยให้ภาพมีคอนทราสต์สูง ถ่ายทอดรายละเอียดและการไล่เฉดสีได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้รับชมในสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่าง
พร้อมเสริมประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี X-Wide Angle Pro ที่ช่วยรักษาคุณภาพของภาพและความเที่ยงตรงของสีให้สม่ำเสมอแม้รับชมจากมุมกว้าง อีกทั้งยังมาพร้อมฟีเจอร์ My Cinema และ Ambient Optimization รวมถึง Studio Calibrated Mode สำหรับแพลตฟอร์มสตรีมมิงชั้นนำ เช่น Netflix, Prime Video และ SONY PICTURES CORE เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การรับชมให้ใกล้เคียงกับเจตนารมณ์ของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์มากที่สุด
มร. หนิง เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “แนวคิด ‘Cinema is Coming Home’ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโซนี่ ในการนำประสบการณ์ความบันเทิงที่ใกล้เคียงกับเจตนารมณ์ของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์มาสู่ผู้ชมภายในบ้าน จุดแข็งที่สำคัญของโซนี่ คือการมีระบบนิเวศด้านความบันเทิงที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสร้างสรรค์ไปจนถึงการรับชม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจภาพยนตร์ เทคโนโลยีกล้องสำหรับการผลิตภาพยนตร์ จอมอนิเตอร์ระดับมืออาชีพที่ใช้ในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ตลอดจนทีวีและผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงสำหรับผู้บริโภค ทำให้เราเข้าใจทั้งมุมมองของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์และความต้องการของผู้ชม และสามารถนำองค์ความรู้จากทุกส่วนมาพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยถ่ายทอดภาพและเสียงได้อย่างใกล้เคียงกับสิ่งที่ผู้สร้างตั้งใจมากที่สุด”
“นอกจากนี้ โซนี่ยังมีความแข็งแกร่งในธุรกิจเกมและความบันเทิง ซึ่งเชื่อมโยงโลกของภาพยนตร์และเกมเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคาแรกเตอร์จากภาพยนตร์ที่ถูกต่อยอดสู่โลกของเกม หรือคาแรกเตอร์จากเกมที่ได้รับการพัฒนาไปสู่ผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ ความเชื่อมโยงของธุรกิจเหล่านี้ทำให้โซนี่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงแนวคิดและความตั้งใจของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ เราจึงมุ่งพัฒนา BRAVIA และ BRAVIA Theatre ให้เป็นมากกว่าอุปกรณ์สำหรับการรับชม แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยถ่ายทอดทั้งภาพ เสียง อารมณ์ และรายละเอียดของคอนเทนต์ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านได้อย่างเต็มอรรถรส และใกล้เคียงกับสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์ต้องการถ่ายทอดมากที่สุด”
นายสุวัฒน์ชัย จารุวิทยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Home Entertainment บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของการพัฒนา BRAVIA คือการถ่ายทอดภาพ อารมณ์ และบรรยากาศของคอนเทนต์ให้ใกล้เคียงกับเจตนารมณ์ของผู้สร้างภาพยนตร์มากที่สุด โซนี่จึงพัฒนาเทคโนโลยี True RGB ขึ้น เพื่อยกระดับการแสดงผลสีให้มีความแม่นยำและใกล้เคียงกับภาพที่ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์มองเห็นในกระบวนการผลิตและการปรับแต่งสีของภาพยนตร์ โดยใช้เทคโนโลยี True RGB ที่สามารถควบคุมแสงสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงินแต่ละสีได้อย่างอิสระ ทั้งในด้านความสว่างและการแสดงผลของสี ส่งผลให้สามารถถ่ายทอดสีสันในแต่ละส่วนของภาพได้อย่างละเอียด เป็นธรรมชาติ และสมจริงที่สุดเท่าที่โซนี่เคยพัฒนามา”
“สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการสร้างประสบการณ์เสมือนมีโรงภาพยนตร์ส่วนตัวภายในบ้าน ทีวีหน้าจอขนาดใหญ่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่ยิ่งหน้าจอมีขนาดใหญ่ คุณภาพของภาพก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะรายละเอียด สีสัน หรือความไม่ต่อเนื่องของภาพจะสังเกตเห็นได้ง่ายกว่าเดิม เทคโนโลยี True RGB จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ภาพมีความเนียนตา ถ่ายทอดสีและรายละเอียดได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผู้ชมดื่มด่ำกับคอนเทนต์ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุดอารมณ์ ขณะเดียวกัน เราเข้าใจดีว่าแต่ละบ้านมีสภาพแวดล้อมและข้อจำกัดด้านแสงที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่สามารถควบคุมแสงภายในห้องได้อย่างสมบูรณ์ BRAVIA 9 II จึงได้รับการออกแบบมาให้รับมือกับแสงสะท้อนและสภาพแสงภายในห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ชมยังคงสัมผัสคุณภาพของภาพ สีสัน และรายละเอียดได้อย่างเต็มอรรถรสในสภาพแวดล้อมการรับชมที่หลากหลาย”
ในบทความนี้
ผลิตภัณฑ์ทีวี BRAVIA รุ่นใหม่จากโซนี่ ประกอบด้วย
คุณสมบัติเด่นที่มีร่วมกันของ BRAVIA 9 II และ BRAVIA 7 II
- ทีวี True RGB ของโซนี่ – BRAVIA 9 II และ BRAVIA 7 II เป็นทีวี BRAVIA รุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี True RGB LED ซึ่งใช้หลอดไฟ LED สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน (RGB) ที่ควบคุมการทำงานได้อย่างอิสระ ถ่ายทอดสีสันได้อย่างแม่นยำและสมจริง แม้รับชมในห้องนั่งเล่นที่มีแสงสว่าง
- ขอบเขตสีที่กว้างที่สุดเท่าที่โซนี่เคยมีมา – ด้วยการควบคุมหลอดไฟ RGB แต่ละดวงอย่างอิสระ ทำให้ทีวีสามารถถ่ายทอดขอบเขตสี (Colour Volume) ได้กว้างที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีวีโซนี่ พร้อมแสดงช่วงสีได้อย่างครบถ้วน ให้คอนทราสต์ มิติความลึก และการไล่เฉดสีที่เป็นธรรมชาติ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี RGB Backlight Master Drive Pro ที่ควบคุมหลอดไฟ LED ได้อย่างแม่นยำ เพื่อเพิ่มความสว่าง ลดปัญหาแสงฟุ้ง (Blooming) และให้สีสันที่บริสุทธิ์กว่าเทคโนโลยี Mini LED ทั่วไป
- รับชมภาพคมชัดจากทุกมุมมอง – เทคโนโลยีการควบคุมหลอดไฟ RGB แบบอิสระ ทำงานร่วมกับ X-Wide Angle Pro เพื่อรักษาคุณภาพของภาพและความเที่ยงตรงของสีสันได้อย่างสม่ำเสมอ แม้มองจากมุมกว้าง
- หน้าจอขนาดใหญ่เพื่อประสบการณ์การรับชมที่เต็มอิ่ม – BRAVIA 9 II มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 85 นิ้ว และ 75 นิ้ว ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ระดับโรงภาพยนตร์ภายในบ้าน ขณะที่ BRAVIA 7 II มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 65 นิ้ว และ 50 นิ้ว โดยทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบให้สามารถติดตั้งและกลมกลืนกับพื้นที่และการตกแต่งภายในบ้านได้อย่างลงตัว
- ยกระดับประสบการณ์เสียงให้สมจริงยิ่งขึ้น – มาพร้อมลำโพง Full Range Speaker ที่ให้เสียงทรงพลัง เสริมความชัดเจนของเสียงพูดด้วยเทคโนโลยี Voice Zoom 3 ซึ่งใช้ AI และเทคโนโลยี 3D Surround Upscaling ที่อัปมิกซ์เสียงสเตอริโอให้เป็นระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 3 มิติ เพื่อสร้างบรรยากาศการรับชมที่สมจริงยิ่งขึ้น
- ดีไซน์ Harmonic Presence เรียบหรู กลมกลืนทุกพื้นที่ – ทีวีรุ่นเรือธงโดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบ Harmonic Presence มาพร้อมขอบจอลวดลาย Wave Texture และฐานวางใสบริเวณกึ่งกลางเครื่องที่ช่วยซ่อนสายเชื่อมต่อ ให้ภาพลักษณ์เสมือนหน้าจอลอยอยู่กลางอากาศ พร้อมผสานเข้ากับการตกแต่งบ้านได้อย่างลงตัว แม้ในช่วงที่ไม่ได้เปิดใช้งาน
คุณสมบัติเพิ่มเติมของ BRAVIA 9 II
- ที่สุดแห่งเทคโนโลยี True RGB ของโซนี่ – BRAVIA 9 II มาพร้อมซอฟต์แวร์ควบคุม RGB LED รุ่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อยกระดับการควบคุมระบบแบ็กไลต์ให้มีความแม่นยำสูงสุดของโซนี่ ด้วยสถาปัตยกรรมการทำงานรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้แสงสีหลัก (Primary Light) มีความบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นก่อนส่งผ่านไปยังแผงจอภาพ ทำให้สามารถถ่ายทอดขอบเขตสี (Colour Volume) ได้กว้างยิ่งขึ้น ผสานการทำงานของเทคโนโลยี RGB Triluminos Max และ Luminance Booster Pro ที่ช่วยให้การไล่เฉดสีมีความนุ่มนวล ถ่ายทอดสีสันได้อย่างแม่นยำ และคงความเที่ยงตรงของสีแม้ในระดับความสว่างสูง จึงเหมาะสำหรับการรับชมในห้องที่มีแสงสว่าง
- Immersive Black Screen Pro – เทคโนโลยีหน้าจอใหม่ที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อลดแสงสะท้อนและแสงรบกวนจากภายนอก (Glare-Free และ Low Reflection) ช่วยให้สามารถถ่ายทอดเฉดสีดำได้ลึกและคมชัด แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างภายในบ้าน ผู้ชมจึงสามารถดื่มด่ำกับภาพยนตร์ได้อย่างเต็มอารมณ์ พร้อมมองเห็นรายละเอียดในฉากมืดได้อย่างครบถ้วน โดย Sony Pictures Entertainment (SPE) ได้ร่วมทดสอบและประเมินประสิทธิภาพของพื้นผิวหน้าจอ เพื่อให้มั่นใจว่าทีวีสามารถถ่ายทอดคุณภาพของภาพได้ตรงตามเจตนารมณ์ของผู้สร้างภาพยนตร์ในทุกสภาพแสงภายในบ้าน
- ประสบการณ์เสียงที่โอบล้อมสมจริงยิ่งขึ้น – เทคโนโลยี Acoustic Multi-Audio+ ทำงานร่วมกับลำโพง Up-Firing Beam Tweeter เพื่อสร้างมิติเสียงรอบทิศทางที่โอบล้อมผู้ฟัง ถ่ายทอดเสียงได้อย่างทรงพลัง สมจริง และมอบบรรยากาศการรับชมในระดับโรงภาพยนตร์
มาพร้อมฟีเจอร์ Direct Connect ที่ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อซับวูฟเฟอร์ไร้สายและลำโพงด้านหลังไร้สาย (อุปกรณ์เสริม) ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับซาวด์บาร์ ช่วยเพิ่มพลังเสียงเบสให้เสียงกระหึ่มและสร้างมิติเสียงรอบทิศทางได้ดียิ่งขึ้นแม้ไม่มีซาวด์บาร์
คุณสมบัติด้านภาพยนตร์ที่มีในทั้ง BRAVIA 9 II และ BRAVIA 7 II
ทีวี True RGB ทั้งสองรุ่นมาพร้อมฟีเจอร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์อย่างเต็มอรรถรส ได้แก่
- My Cinema ช่วยปรับแต่งภาพและเสียงให้เหมาะกับการรับชมภาพยนตร์โดยอัตโนมัติ
- Ambient Optimization ปรับคุณภาพของภาพและเสียงให้เหมาะสมกับสภาพแสงภายในห้องและตำแหน่งการรับชมโดยอัตโนมัติ
- Studio Calibrated Mode – โหมดภาพแบบในสตูดิโอสำหรับแพลตฟอร์มสตรีมมิง เช่น Netflix, Prime Video และ SONY PICTURES CORE (การรองรับอาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศหรือภูมิภาค)
- รองรับมาตรฐานภาพและเสียงระดับสากล ได้แก่ Dolby Vision, Dolby Atmos, DTS:X และ IMAX Enhanced
ด้วยการผสานเทคโนโลยีด้านภาพและเสียงเข้าด้วยกัน ทีวี True RGB ทั้งสองรุ่นสามารถถ่ายทอดสีสัน มิติ และรายละเอียดของภาพได้อย่างเที่ยงตรงตามเจตนารมณ์ของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ พร้อมมอบประสบการณ์การรับชมที่สมจริงในทุกสภาพแวดล้อมภายในบ้าน
นอกเหนือจากทีวี True RGB ทั้งสองรุ่นแล้ว โซนี่ยังเปิดตัว BRAVIA 3 II ทีวีระดับกลางที่มีตัวเลือกหน้าจอขนาดสูงสุด 100 นิ้ว เพื่อมอบทางเลือกในการรับชมคอนเทนต์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น โดยมาพร้อม XR Processor ที่ใช้ในทีวีระดับพรีเมียมของโซนี่ และเทคโนโลยี XR Triluminos Pro ซึ่งช่วยถ่ายทอดสีสันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ให้คอนทราสต์ที่สมจริง และรายละเอียดของภาพที่คมชัด พร้อมผสานเทคโนโลยีการประมวลผลภาพอันเป็นเอกสิทธิ์ของโซนี่เข้ากับฮาร์ดแวร์จาก MediaTek Inc. เพื่อลดสัญญาณรบกวนที่แตกต่างกันในแต่ละคอนเทนต์และถ่ายทอดภาพได้อย่างละเอียด รองรับ Dolby Vision, Dolby Atmos และ DTS:X เพื่อมอบคุณภาพของภาพและเสียงในระดับโรงภาพยนตร์ อีกทั้งยังรองรับการแสดงผล 4K 120Hz และพอร์ต HDMI 2.1 จำนวน 4 ช่อง จึงตอบโจทย์ทั้งการรับชมภาพยนตร์และการเล่นเกม
BRAVIA 3 II มาพร้อม Inclusive Remote Control ดีไซน์ใหม่ ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้แนวทางด้านการเข้าถึง (Accessibility) โดยนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานมาปรับใช้กับการออกแบบปุ่มกดให้มีรูปทรงที่แตกต่างกันและจัดวางอย่างชัดเจน เพื่อให้ใช้งานผ่านการสัมผัสได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชัน Remote Finder ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานทุกคน รวมถึงผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น สามารถค้นหารีโมตได้ง่ายยิ่งขึ้น
BRAVIA Theatre Trio ยกระดับประสบการณ์เสียงระดับโรงภาพยนตร์ภายในบ้าน
BRAVIA Theatre Trio คือระบบโฮมเธียเตอร์ไร้สายระดับพรีเมียมที่ได้รับการออกแบบสำหรับทีวีหน้าจอขนาดใหญ่ เพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงระดับโรงภาพยนตร์ภายในบ้าน โดยพัฒนาร่วมกับ Sony Pictures Entertainment และนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเสียงสำหรับภาพยนตร์มาสู่ระบบลำโพงที่ได้รับการออกแบบและปรับจูนใหม่ ถ่ายทอดเวทีเสียงที่กว้าง เสียงพูดคมชัด และมิติเสียงที่สมจริง พร้อมดีไซน์ที่ติดตั้งได้อย่างกลมกลืนกับทุกพื้นที่ภายในบ้าน
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยี 360 Spatial Sound Mapping ที่สามารถสร้างลำโพงเสมือนได้สูงสุด 24 ตำแหน่ง (Phantom Speakers) เพื่อสร้างเวทีเสียงที่โอบล้อมผู้ฟังจากทุกทิศทาง พร้อม Calibration Microphone แบบ USB Type-C ประสิทธิภาพสูง สำหรับวัดค่าเพื่อปรับแต่ง ตั้งค่าและจูนเสียงภายในห้องให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ รองรับมาตรฐานเสียง Dolby Atmos, DTS:X และ IMAX Enhanced อีกทั้งยังสามารถขยายระบบด้วยซับวูฟเฟอร์และลำโพงด้านหลังเพิ่มเติม
ซาวด์บาร์ที่มอบเสียงครอบคลุมทั่วทั้งห้อง
BRAVIA Theatre Bar 7 มาพร้อมดีไซน์กะทัดรัดแต่ทรงพลัง ติดตั้งลำโพงทั้งหมด 9 ตัว รวมถึงลำโพงยิงเสียงขึ้นด้านบน (Up-firing Speakers) และลำโพงด้านข้าง (Side Speakers) ที่ช่วยสร้างเวทีเสียงให้กว้างยิ่งขึ้น ผสานเทคโนโลยี 360 Spatial Sound Mapping ของโซนี่ เพื่อมอบประสบการณ์เสียงรอบทิศทางในสไตล์โรงภาพยนตร์จากซาวด์บาร์เพียงเครื่องเดียว พร้อมระบบปรับแต่งเสียงให้เหมาะสมกับสภาพห้องเพื่อประสบการณ์การรับฟังที่ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้งานยังสามารถเพิ่มซับวูฟเฟอร์และลำโพงด้านหลัง (อุปกรณ์เสริม) เพื่อเสริมพลังเสียงเบสและมิติเสียงรอบทิศทางให้สมจริงยิ่งขึ้น อีกทั้งยังรองรับคอนเทนต์ IMAX Enhanced ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นสร้างระบบเสียงภายในบ้านและต้องการคุณภาพเสียงระดับพรีเมียม
BRAVIA Theatre Bar 5 เป็นระบบเสียงแบบ 3.1 แชนเนล ที่มาพร้อมซับวูฟเฟอร์ไร้สายในตัว ถ่ายทอดเสียงเบสทรงพลังและเสียงพูดที่คมชัด พร้อมมอบความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความคุ้มค่า ด้วยการผสานเทคโนโลยี S-Force PRO Front Surround, Vertical Surround Engine และเทคโนโลยีอัปมิกซ์เฉพาะของโซนี่ เพื่อสร้างประสบการณ์เสียงรอบทิศทางแบบสามมิติที่โอบล้อมผู้ฟังสำหรับการรับชมภาพยนตร์และทีวี
คุณสมบัติที่มีร่วมกันของ BRAVIA Theatre Bar 7 และ BRAVIA Theatre Bar 5
- รองรับมาตรฐานเสียง Dolby Atmos และ DTS:X เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมคอนเทนต์สตรีมมิงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- ทำงานร่วมกับทีวี BRAVIA ที่รองรับ เพื่อควบคุมซาวด์บาร์ผ่านเมนูของทีวี พร้อมใช้งานฟีเจอร์ Voice Zoom 3™ ที่ช่วยเพิ่มความชัดเจนของเสียงพูด
- รองรับการใช้งานผ่านแอป BRAVIA Connect เพื่อควบคุม BRAVIA Theatre จากสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก ทั้งการปรับระดับเสียง การเลือกโปรไฟล์เสียง และการตั้งค่าการใช้งานขั้นสูง
- ออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้งานทุกกลุ่ม (Accessibility) เพื่อให้ติดตั้ง ใช้งาน และเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
โอบล้อมด้วยพลังเสียงรอบทิศทาง
เพื่อเติมเต็มประสบการณ์โฮมเธียเตอร์ภายในบ้านให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซับวูฟเฟอร์และลำโพงด้านหลังรุ่นใหม่ของโซนี่ช่วยเพิ่มพลังเสียงเบสที่หนักแน่น พร้อมมอบประสบการณ์เสียงรอบทิศทางที่สมจริง โดยทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์ทีวี BRAVIA โดยตรง หรือชุดเครื่องเสียง ซาวด์บาร์ BRAVIA Theatre รุ่นที่รองรับ ได้อย่างลงตัว
- คุณสมบัติที่มีร่วมกันของซับวูฟเฟอร์ BRAVIA Theatre Sub 9 และ BRAVIA Theatre Sub 8 – มาพร้อมไดรเวอร์ลำโพงขนาดใหญ่ มอบเสียงเบสที่ทรงพลังและลงลึก ช่วยถ่ายทอดมิติและรายละเอียดของเสียงในภาพยนตร์ได้อย่างเต็มอรรถรส พร้อมรองรับการใช้งานซับวูฟเฟอร์แบบคู่ (Dual Subwoofer Play) เป็นครั้งแรกในผลิตภัณฑ์ตระกูล BRAVIA Theatre
- BRAVIA Theatre Sub 9 – มาพร้อมไดรเวอร์ลำโพงขนาด 200 มม. จำนวน 2 ตัว พร้อมโครงสร้าง Dual Opposing Drivers ที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและความเพี้ยนของเสียง ถ่ายทอดเสียงเบสระดับพรีเมียมที่ลงลึกเป็นพิเศษในย่านความถี่ต่ำ
- BRAVIA Theatre Sub 8 – มาพร้อมไดรเวอร์ลำโพงขนาด 200 มม. ถ่ายทอดเสียงเบสที่ลงลึกในย่านความถี่ต่ำ
- ลำโพงคู่หลัง BRAVIA Theatre Rear 9 – มาพร้อมลำโพงยิงเสียงขึ้นด้านบน (Up-firing Speaker) ขนาด 80 มม. ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของลำโพงด้านหลัง พร้อมเสริมประสบการณ์เสียง 360 Spatial Sound ด้วยการสร้างลำโพงเสมือน (Phantom Speakers) หลายตำแหน่ง
ออกแบบเพื่อความยั่งยืน พร้อมรองรับการใช้งานของผู้ใช้ทุกคน
ทีวี BRAVIA รุ่นใหม่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงทั้งความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและการเข้าถึงของผู้ใช้งานทุกกลุ่ม โดยมีการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในหลายส่วนของผลิตภัณฑ์ ทั้งโครงสร้างภายนอก ชิ้นส่วนภายใน และรีโมตคอนโทรล รวมถึง SORPLAS พลาสติกรีไซเคิลที่โซนี่พัฒนาขึ้นเอง ขณะที่ BRAVIA 9 II ถือเป็นทีวีรุ่นแรกของโซนี่ที่นำพลาสติกหมุนเวียน (Renewable Plastic) ซึ่งผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้วและวัตถุดิบหมุนเวียนอื่น ๆ มาใช้ในการผลิตฝาหลังของตัวเครื่อง รวมถึงชิ้นส่วนภายในบางรายการที่โดยทั่วไปผลิตจากวัสดุรีไซเคิลได้ยาก นอกจากนี้ ทีวี True RGB ทุกรุ่นยังได้รับการออกแบบให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยี RGB Backlight Master Drive Pro ที่ช่วยควบคุมการทำงานของหลอดไฟ RGB ได้อย่างแม่นยำ ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
ในด้านการออกแบบเพื่อการเข้าถึง (Accessibility) โซนี่ยังได้พัฒนารีโมตคอนโทรลดีไซน์ใหม่ที่รองรับการใช้งานของผู้ใช้ทุกกลุ่ม โดยสามารถใช้งานร่วมกับฟังก์ชันการบรรยายเสียง (Narration) ได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมออกแบบปุ่มกดให้มีพื้นผิวและรูปทรงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแยกแยะและใช้งานปุ่มต่าง ๆ ได้ง่ายผ่านการสัมผัส ตอกย้ำแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มุ่งสร้างประสบการณ์ความบันเทิงที่ทุกคนเข้าถึงได้
ราคาและการวางจำหน่าย
ผลิตภัณฑ์ BRAVIA และ BRAVIA Theatre รุ่นปี 2026 มีรายละเอียดราคาและโปรโมชั่น ดังนี้
- ทีวี BRAVIA 9II True RGB
- BRAVIA 9II ขนาด 85 นิ้ว ราคา 182,990 บาท
- BRAVIA 9II ขนาด 75 นิ้ว ราคา 139,990 บาท
ทีวี BRAVIA 7II True RGB
- BRAVIA 7II ขนาด 65 นิ้ว ราคา 77,990 บาท
- BRAVIA 7II ขนาด 50 นิ้ว ราคา 52,990 บาท
- ทีวี BRAVIA 3II
- BRAVIA 3II ขนาด 100 นิ้ว ราคา 114,990 บาท
- BRAVIA 3II ขนาด 85 นิ้ว ราคา 63,990 บาท
- BRAVIA 3II ขนาด 75 นิ้ว ราคา 55,990 บาท
- BRAVIA 3II ขนาด 65 นิ้ว ราคา 39,990 บาท
- BRAVIA 3II ขนาด 55 นิ้ว ราคา 31,990 บาท
- BRAVIA 3II ขนาด 50 นิ้ว ราคา 27,490 บาท
- BRAVIA 3II ขนาด 43 นิ้ว ราคา 24,490 บาท
ผลิตภัณฑ์ BRAVIA Theatre
- ชุดเครื่องเสียง BRAVIA Theatre Trio ราคา 63,990 บาท
- ซาวด์บาร์ BRAVIA Theatre Bar 7 ราคา 25,990 บาท
- ซาวด์บาร์ BRAVIA Theatre Bar 5 ราคา 13,490 บาท
- ซับวูฟเฟอร์ BRAVIA Theatre Sub 9 ราคา 25,990 บาท
- ซับวูฟเฟอร์ BRAVIA Theatre Sub 8 ราคา 15,490 บาท
- ลำโพงคู่หลัง BRAVIA Theatre Rear 9 ราคา 20,990 บาท














